
โลกมองไทย
รอยเตอร์ส เปิดเผยรายงานเมื่อวันที่ 12 ก.ย. ซึ่งเตือนว่าประเทศไทยเสี่ยงเผชิญวิกฤต
รอยเตอร์ส เปิดเผยรายงานเมื่อวันที่ 12 ก.ย. ซึ่งเตือนว่าประเทศไทยเสี่ยงเผชิญวิกฤต
อุทกภัยอีกครั้งในปีนี้ หลังเกิดน้ำท่วมแล้วในหลายจังหวัดทางภาคเหนือและกลางของประเทศ
“ประชาชนหลายพันคนต้องอพยพหนีน้ำท่วมทางตอนเหนือของประเทศ โดยในหลายพื้นที่นั้นระดับน้ำเพิ่มสูงถึง 1 เมตร ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตพุ่งขึ้นเป็น 4 คนแล้ว” รายงานระบุ พร้อมย้ำชัดว่าภาพชาวบ้านลุยน้ำและนำกระสอบทรายมาปิดทางน้ำที่สื่อนำเสนอนั้น ทำให้หลายคนนึกถึงวิกฤตอุทกภัยที่เกิดขึ้นเมื่อปีก่อน ซึ่งคร่าชีวิตประชาชนกว่า 800 คน
นอกจากนี้ สื่อชื่อดังยังเตือนว่า แม้อุทกภัยที่เกิดขึ้นปีนี้จะมีระดับความรุนแรงน้อยกว่าเมื่อปีก่อน ทว่ารัฐบาลของนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เสี่ยงเผชิญกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักหากสถานการณ์ทวีความรุนแรงขึ้น
อย่างไรก็ตาม รายงานได้อ้าง สมนึก แสนสมบูรณ์สุข ผู้จัดการโครงการนิคมอุตสาหกรรมไฮเทค ซึ่งยืนยันว่าผู้ประกอบการชาวญี่ปุ่นต่างพึงพอใจกับมาตรการป้องกันน้ำท่วมที่ทางนิคมฯ ได้สร้างไว้ และมั่นใจว่าจะสามารถรับมือกับน้ำได้ในปีนี้
ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้เพียง 1 วัน หนังสือพิมพ์วอลสตรีตเจอร์นัลได้ออกโรงเตือนถึงการเกิดน้ำท่วมซ้ำรอยปี 2554 เช่นกัน พร้อมตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพในการต้านทานน้ำท่วมของบรรดานิคมอุตสาหกรรมในประเทศ รวมทั้งกรุงเทพมหานคร
วันเดียวกัน หนังสือพิมพ์จาการ์ตาโพสต์ของอินโดนีเซีย เปิดเผยว่า หลายชาติในเอเชีย ซึ่งรวมถึงไทย กำลังหันมาพัฒนาพลังงานทางเลือกมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อลดการพึ่งพาพลังงานเชื้อเพลิง
ล่าสุด ไทยได้จัด “มหกรรมพลังงานทางเลือก” ขึ้นระหว่างวันที่ 1214 ก.ย. โดยภายในงาน เอส. แชนเดอร์ จากธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย (เอดีบี) ได้ขึ้นกล่าวแสดงความเห็นว่า พลังงานทางเลือกจะช่วยดันให้เอเชียเติบโต







