posttoday
'โต้ง'แจงกลางสภา'ผมไม่เคยโกหก'

'โต้ง'แจงกลางสภา'ผมไม่เคยโกหก'

14 กันยายน 2555

ภายหลังยืดเยื้อกันมากว่า 2 สัปดาห์ในที่สุด กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ได้มาตอบกระทู้ถามสดต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเรื่อง

โดย...ไพบูลย์ กระจ่างวุฒิชัย

ภายหลังยืดเยื้อกันมากว่า 2 สัปดาห์ในที่สุด กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ได้มาตอบกระทู้ถามสดต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเรื่อง “การแถลงดัชนีทางเศรษฐกิจในปี 2555” โดยผู้ถาม คือ “เกียรติ สิทธีอมร” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เนื้อหาดุเดือดสมกับการรอคอย

เกียรติ ผู้มีดีกรีเป็นถึงอดีตผู้แทนการค้าไทย เปิดฉากถามว่า ผลจากการพูดโกหกเรื่องตัวเลขส่งออก 15% ของกิตติรัตน์ครั้งนั้น ทำให้เกิดปัญหาเรื่องความเชื่อมั่นเป็นอย่างมาก สะท้อนได้จากสื่อมวลชนในเวลานั้นได้ออกบทความถึง 483 บทความ ยังไม่นับท่าทีของสื่อมวลชนต่างประเทศซึ่งตำหนิรองนายกฯ สิ่งที่ไปพูดนั้นไม่ใช่ตัวรองนายกฯ คนเดียวที่โกหกสีขาวแต่รวมไปถึงรัฐบาลด้วย เมื่อมีการพูดออกมาแบบนี้ทำให้เกิดข้อสงสัยว่ารัฐบาลมีเรื่องอื่นๆ ที่โหกประชาชนอีกหรือไม่

เกียรติ กล่าวว่า ในฐานะที่กิตติรัตน์เป็นถึงรองนายกฯ และ รมว.คลัง ย่อมต้องทราบระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งมีบทบัญญัติบังคับว่าต้องให้ข้อมูลข่าวสารแก่ประชาชนด้วยความถูกต้อง ครบถ้วน และไม่บิดเบือนข้อเท็จจริง นอกจากนี้ข้าราชการการเมืองต้องปฏิบัติตนอยู่ในกรอบคุณธรรม จริยธรรม และศีลธรรม ทั้งโดยส่วนตัวและหน้าที่ต่อสาธารณชน ทั้งต้องวางตนให้เป็นที่เชื่อถือศรัทธาของประชาชน

'โต้ง'แจงกลางสภา'ผมไม่เคยโกหก'

 

ด้าน กิตติรัตน์ ชี้แจงว่า ไม่มีใครในรัฐบาลไปเปลี่ยนแปลงเป้าหมายการส่งออก แต่การตั้งเป้าหมายในการทำงานยอมรับว่าในปีที่ผ่านมาประเทศไทยเผชิญกับภาวะปัญหาเศรษฐกิจและปัญหาน้ำท่วมใหญ่ แต่ปี 2554 สามารถส่งออกได้เกินเป้าหมายที่ 15% เล็กน้อย จากนั้นส่วนราชการมาหารือว่าจะตั้งเป้าหมายการส่งออกในอัตราเดียวกันกับปีที่ผ่านมา ซึ่งทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องคิดว่าการตั้งเป้าหมายไว้ที่ 15% ก็เป็นตัวเลขเท่ากับปีที่แล้วและมั่นใจจะสามารถทำถึงเป้าหมายได้

“ผมเองมีหน้าที่ติดตามภาวะเศรษฐกิจโดยทั่วไป ผมยอมรับว่าเมื่อมีการตั้งเป้าหมายนั้น โดยส่วนตัวผมมีความเห็นเฉพาะว่าโอกาสที่จะทำได้ถึงเป้าหมาย 15% นั้นเป็นไปได้ยาก แต่ผมสงวนสิทธิที่จะไม่แสดงความคิดเห็นเพื่อไม่ให้คนทำงานเกิดความท้อถอย เพราะถ้าผมแสดงความคิดเห็นออกไปว่าคงไม่ถึงหรอก อะไรจะเป็นผลตามมา คนที่เกี่ยวข้องจะบอกว่าขนาดหัวหน้าทีมเศรษฐกิจยังท้อถอย พวกเราก็ไม่ต้องทำงานกันเต็มที่ก็แล้วกัน ลดเป้าหมายลงมาจะได้ทำงานกันง่ายๆ ก็เป็นไปได้”

รองนายกฯ กล่าวว่า เมื่อตั้งเป้าหมายมาแล้วก็ได้ลงมือทำงานอย่างสุดความสามารถ ร่วมมือร่วมใจกับผู้ทำงานทุกคนด้วยหวังว่าอาจจะมีสิ่งพิเศษเกิดขึ้นเพื่อทำให้การส่งออกนั้นไปถึงเป้าหมายที่มีการตั้งเอาไว้ แต่เมื่อเราดำเนินการกันมาภายใต้การทำงานเต็มที่แล้วกลับมีตัวเลขออกมาว่าคงไม่ถึงเป้าหมายก็ต้องยอมรับ ซึ่งถือเป็นมาตรฐานในการแสดงความจริงใจออกมา

“ผมยอมรับว่ามีคนวิจารณ์เหมือนกันว่าไร้เดียงสาในทางการเมือง เพราะความจริงใจที่ว่านั้นเก็บไว้ในใจก็ได้ไม่จำเป็นต้องพูดออกมา แต่แนวทางนี้ไม่ใช่มาตรฐานทางความเชื่อของผม ผมไม่โกหก ผมไม่เคยโกหก และผมจะไม่โกหก แต่คำว่าไวท์ลาย (White Lie) แม้ผมอาจไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านคำศัพท์แต่ไม่ได้แปลว่าโกหกแน่นอน เพราะมิเช่นนั้นจะมีคำว่า White หรือ คำว่า ขาว ซึ่งเป็นความหมายด้านดีทำไม ผมเข้าใจว่าสิ่งที่เป็นการโกหก คือ เอาข้อมูลที่เกิดขึ้นแล้วมาบิดเบือนให้แตกต่างไปจากที่เกิดขึ้น การทำงานในเรื่องของตั้งเป้าหมายเป็นเรื่องของสิ่งที่ยังไม่เกิด”

กิตติรัตน์ กล่าวย้ำหนักแน่นว่า

“ผม นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี รมว.คลัง หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ไม่โกหก ไม่เคยโกหก ไม่ประสงค์จะโกหก ส่วนเรื่องการแสดงความจริงใจและความรับผิดชอบหรือไม่นั้น ผมขอยกตัวอย่างโดยไม่มีเจตนาพาดพิงใคร เพราะครั้งหนึ่งผมจำได้ว่า มีการตั้งเป้าหมายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ภายในเท่านั้นวันเท่านี้วัน ผมก็เชื่อว่าการตั้งเป้าหมายตรงนั้นเป็นเป้าหมายที่ดี ผู้คนมีความหวังและมีกำลังใจ แต่เมื่อดำเนินการไปแล้วผู้คนเห็นว่าท่านทำกันเต็มที่แต่ถึงเวลาแก้ปัญหายังไม่ได้ คนที่มีจิตอันเป็นกุศลเขาก็ยอมรับว่าท่านทำไม่ได้ก็ไม่เป็นไร”

กิตติรัตน์ กล่าวสรุปว่า ไม่มีใครเข้ามาเกี่ยวข้องกับการอนุญาตให้พูดความจริงได้บางในเรื่องที่เกียรติกล่าวหา แต่ยืนยันว่าหน้าที่ของรัฐบาลนี้ไม่มีความคิดบิดเบือนข้อมูลและโกหกประชาชน โดยจะขอทำงานอย่างเต็มที่ต่อไป m

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท