
ทุ่ม4.5หมื่นล้านพยุงยาง
กนย.อนุมัติ อสย. กู้เงิน ธ.ก.ส. 3 หมื่นล้าน ไว้รับซื้อยางพร้อมอนุมัติซอฟต์โลนอีก 1.5 หมื่นล้าน ให้เอกชนกู้ไปพยุงราคายาง
กนย.อนุมัติ อสย. กู้เงิน ธ.ก.ส. 3 หมื่นล้าน ไว้รับซื้อยางพร้อมอนุมัติซอฟต์โลนอีก 1.5 หมื่นล้าน ให้เอกชนกู้ไปพยุงราคายาง
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.) มีมติอนุมัติกรอบวงเงินก้อนใหม่ 3 หมื่นล้านบาท สำหรับใช้ในโครงการพัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตรกรเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายางพารา โดยรับซื้อยางแผ่นดิบกิโลกรัมละ 100 บาท และรับซื้อยางแผ่นรมควันชั้น 3 ในราคากิโลกรัมละ 104 บาท
ทั้งนี้ กนย.จะเสนอมติดังกล่าวให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติให้องค์การสวนยาง (อสย.) กู้เงินจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ในวงเงิน 3 หมื่นล้านบาท เพื่อใช้ในการรับซื้อยางพารามาเก็บไว้ในสต๊อก โดยจะเสนอขอ ครม. เพื่ออนุมัติวงเงินกู้ครั้งละ 5,000 ล้านบาท ภายในระยะเวลา 6 เดือน
นอกจากนี้ ที่ประชุม กนย. ยังมีมติให้ธนาคารเฉพาะกิจของรัฐปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ หรือซอฟต์โลนในวงเงิน 1.5 หมื่นล้านบาท แก่เอกชนที่ต้องการรับซื้อยางพาราจากเกษตรกร โดยตั้งอนุกรรมการฯที่มีผู้แทนกระทรวงการคลังเป็นประธาน และผู้แทน อสย. กรมวิชาการเกษตร ผู้แทนสมาคมยางและผู้ส่งออกยางเป็นกรรมการ เพื่อพิจารณาเงื่อนไขและหลักเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ
นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า วงเงินกู้ 3 หมื่นล้านบาท จะเป็นเงินก้อนใหม่ และเมื่อรวมกับสินเชื่อซอฟต์โลน คาดว่า จะซื้อยางได้ไม่ต่ำกว่า 3 แสนตันเป็นอย่างน้อย ส่วนเงินกู้ที่ อสย. ใช้ในการรับซื้อยางก่อนหน้านี้ 1.5 หมื่นล้านบาทนั้น สามารถซื้อยางมาเก็บไว้ได้กว่า 1 แสนตัน
“ในส่วนของโกดังที่ใช้เก็บยางพาราไม่มีปัญหา เพราะล่าสุดเราหาโกดังเก็บยางได้อีก 6 แห่ง มาตรการรับซื้อยางของรัฐบาลถือว่าเดินมาถูกทางและจะเดินหน้าต่อไปเพราะทำให้ราคายางปรับตัวสูงขึ้น” นายณัฐวุฒิ กล่าว
วันเดียวกันเกิดเหตุเพลิงไหม้โกดังเก็บยางพารา หจก.มิตรไทยนคร อ.นาบอน จ.นครศรีธรรมราช ที่เป็นจุดรับซื้อยางในโครงการรักษาเสถียรภาพราคายาง โดยมียางที่รับซื้อมาเก็บไว้ 2,000 ตัน ได้รับความเสียหายร่วม 200-300 ล้านบาท







