posttoday
กระตุ้นต้องระวัง

กระตุ้นต้องระวัง

13 กันยายน 2555

ผลกระทบจากปัญหาในยุโรปที่สะเทือนไปถึงอเมริกา จีน ญี่ปุ่น และกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาที่ต้องพึ่งพาการส่งออกเป็นหลักนั้นกำลังรุนแรง

โดย...ธนพล ไชยภาษี

ผลกระทบจากปัญหาในยุโรปที่สะเทือนไปถึงอเมริกา จีน ญี่ปุ่น และกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาที่ต้องพึ่งพาการส่งออกเป็นหลักนั้นกำลังรุนแรง และออกอาการให้เห็นมากยิ่งขึ้น จนหลายประเทศกำลังเริ่มพิจารณาการกระตุ้นเศรษฐกิจมาใช้กันแล้วครับ

อย่างสหรัฐอเมริกาที่คณะกรรมการผู้กำหนดนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งจะออกแถลงการณ์หลังการหารือในวันนี้ เวลา 12.30 น. ตามเวลาที่กรุงวอชิงตัน หรือกลางดึกในบ้านเรา ก็คาดว่าหลังจากที่ตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐยังอยู่ในภาวะทรงๆ ซึมๆ อัตราการว่างงานยังอยู่ที่ระดับ 8% นั้น หลายฝ่ายเชื่อว่าเฟดจะประกาศใช้มาตรการกระตุ้นทางการเงิน หรือคิวอีครั้งที่ 3 ออกมา

ส่วนจีนมหาอำนาจเศรษฐกิจแห่งเอเชีย ซึ่งการส่งออกกำลังชะลอตัวอย่างเห็นได้ชัดและต่อเนื่องมาหลายเดือนนั้น นายกรัฐมนตรี เวินเจียเป่า แห่งจีน ก็ส่งสัญญาณออกมาแล้วว่า จีนจะต้องใช้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจภายในอย่างแน่นอน

แต่ทว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจเกิดขึ้นเมื่อใดก็มักจะมีผลค้างเคียงตามมาเสมอ โดยเฉพาะในประเทศใหญ่ๆ อย่างสหรัฐหรือจีนครับ

สหรัฐเคยประกาศใช้มาตรการคิวอีมาแล้วถึง 2 ครั้ง ในปลายปี 2008 และปลายปี 2010 มูลค่า 6 แสนล้านเหรียญสหรัฐทั้งสองครั้ง

โดยครั้งหลังสุดนั้นได้ส่งผลข้างเคียงที่รุนแรงทำเอาค่าเงินทั่วโลกปั่นป่วน แข็งค่ากันครั้งประวัติศาสตร์เนื่องจากเงินเหรียญสหรัฐอ่อนยวบ และยังเกิดกระแสทุนจากสหรัฐไหลออกมาเก็งกำไรในตลาดทุนของชาติเอเชีย ซึ่งไทยก็หนีไม่พ้นด้วยในครั้งนั้น

ส่วนจีนเองเคยใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในครั้งใหญ่เมื่อปี 2009 มูลค่า 4 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งปริมาณเงินมหาศาลที่จีนอัดลงไปสู่ระบบต่างๆ โดยเฉพาะภาคก่อสร้างนั้นได้ส่งผลกระทบเรื้อรัง และสร้างปัญหาให้กับจีนไม่น้อยทีเดียว

ปัญหาสำคัญก็คือ ภาวะฟองสบู่ราคาอสังหาริมทรัพย์ในจีนที่พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากเกิดภาวะบูมในภาคก่อสร้างจากปริมาณเงินมหาศาลของภาครัฐที่อัดลงมา และยังก่อให้เกิดปัญหาเงินเฟ้อรุนแรงในจีนติดต่อกันมาหลายปีทีเดียว

นั่นคือสาเหตุหลักที่ทำให้จีนต้องใช้มาตรการชะลอความร้อนแรงของเศรษฐกิจในช่วงหลังๆ มานี้ ซึ่งจีนก็ยังไม่สามารถพบจุดสมดุลได้จริง ทำให้เศรษฐกิจเกิดการชะลอตัวที่รุนแรงเกินไป เพราะได้รับแรงกระแทกเพิ่มเติมจากภาวะซบเซาในยุโรป ซึ่งเป็นตลาดส่งออกหลักแห่งหนึ่งของจีนด้วย

นอกจากนั้น หลายประเทศในอาเซียนเองก็กำลังพิจารณา หรือประกาศใช้การกระตุ้นเศรษฐกิจกันบ้างแล้ว ไม่ว่าจะอินโดนีเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ หรือไทย ที่เป็นการกระตุ้นผ่านการก่อสร้างระบบสาธารณูปโภค

แต่การกระตุ้นเหล่านี้จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น เพราะมีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดภาวะฟองสบู่ขึ้นโดยเฉพาะในภาคก่อสร้าง จีนเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดครับ

 

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง