
สีจิ้นผิงหายไปไหน
บทบรรณาธิการหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ของสหรัฐ แสดงความเห็นต่อการหายตัวไปจากสายตาของสาธารณชนอย่างเป็นที่น่าผิดสังเกตของ
บทบรรณาธิการหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ของสหรัฐ แสดงความเห็นต่อการหายตัวไปจากสายตาของสาธารณชนอย่างเป็นที่น่าผิดสังเกตของ
สีจิ้นผิง ว่าที่ประธานาธิบดีคนต่อไปของจีน ตั้งแต่สัปดาห์ก่อน จนนำไปสู่การแพร่กระจายของข่าวลือต่างๆ โดยระบุว่า ถึงแม้ในขณะนี้จะยังไม่มีใครทราบคำตอบที่ชัดเจนว่า สีจิ้นผิง หายตัวไปด้วยสาเหตุใด แต่เหตุการณ์นี้เป็นสิ่งที่บ่งบอกได้ชัดเจนแล้วว่าระบบการเมืองแบบคอมมิวนิสต์ที่เก่าแก่ไม่พร้อมที่จะรับมือกับความท้าทายใหม่ๆ อีกแล้ว โดยเฉพาะการแพร่กระจายข่าวลือในโลกออนไลน์และการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ
สื่อสิ่งพิมพ์ชื่อดังของสหรัฐเปิดเผยต่อว่า แนวนโยบายของรัฐบาลปักกิ่งที่มุ่งปกปิดข้อมูลของผู้นำเป็นความลับที่ลอกเลียนแบบมาจากอดีตสหภาพโซเวียตนั้น ไม่ใช่แนวทางที่ยั่งยืน เนื่องจากปัจจุบันประชาชนจีนกว่า 300 ล้านคน สามารถเข้าถึงสื่อสังคมออนไลน์ได้หมดแล้ว ดังนั้นการปิดกั้นการรับรู้เรื่องราวต่างๆ ของรัฐไม่ให้ออกไปสู่สาธารณะจึงเป็นไปไม่ได้แล้วในยุคนี้
ดังเห็นได้จากการแพร่กระจายของข่าวลือเกี่ยวกับการหายตัวไปของ สีจิ้นผิง การวิพากษ์วิจารณ์รัฐที่ไม่สามารถให้ข้อมูลดังกล่าวได้ ไปจนถึงการลือถึงขั้นที่ว่าลูกน้องของ ป๋อซีไหล คู่แข่งทางการเมืองของ สีจิ้นผิง ที่ถูกปลดออกจากตำแหน่งระดับสูงเมื่อหลายเดือนก่อนก่อเหตุขับรถชน
กระนั้น แม้ว่า สีจิ้นผิง จะกลับมาปรากฏตัวต่อสาธารณชนและก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำสูงสุดของจีนได้ แต่ความท้าทายในอนาคตที่ผู้นำจีนต้องเผชิญคือการถูกตรวจสอบและเช็กความโปร่งใสมากขึ้น อีกทั้งยังต้องเผชิญกับความท้าทายที่มาจากการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ ซึ่งจะทำให้ประชาชนเริ่มรู้สึกขุ่นเคืองมากขึ้น และมีความอดทนอดกลั้นต่อปัญหาการทุจริตและความไร้ศักยภาพของรัฐบาลน้อยลง
ดังนั้น สิ่งที่ดีที่สุดคือการปล่อยให้ระบบการเมืองเปิดกว้างมากขึ้น ดีกว่าปล่อยให้ระบบที่ผุพังเข้ามาบ่อนทำลายเสียเอง โดยสิ่งแรกที่ควรจะทำคือการเดินหน้าบอกความจริงแก่ประชาชนเกี่ยวกับตัวผู้นำเอง







