posttoday
วันต่อต้านคอร์รัปชั่น

วันต่อต้านคอร์รัปชั่น

13 กันยายน 2555

ผมไม่ได้ไปร่วมงาน “วันต่อต้านคอร์รัปชั่น รวมพลังเปลี่ยนประเทศไทย” ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

โดย...อรุณ จิรชวาลา

ผมไม่ได้ไปร่วมงาน “วันต่อต้านคอร์รัปชั่น รวมพลังเปลี่ยนประเทศไทย” ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์  เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เป็นความรู้สึกส่วนตัวที่ไม่ใคร่ชอบทำอะไรตามกระแส สอบถามความรู้สึกของคนรู้จัก หลายคนก็ส่ายหน้าไม่เชื่อว่าจะเกิดผลที่เป็นรูปธรรมจากการจัดงานลักษณะนี้

โดยส่วนตัว ผมสนับสนุนภาคีเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น และชื่นชมคนที่ยอมสละเวลามาร่วมงานและร่วมแสดงพลัง แต่เมื่อกวาดสายตาไปบนภาพที่ปรากฏบนหน้าสื่อ ก็เห็นคนอีกจำนวนหนึ่งที่เชื่อว่าไม่ได้มาด้วยจิตใจบริสุทธิ์ แต่อาจจะมาเพื่อเกาะกระแส หรือเพื่อฟอกตัวให้ดูสะอาดในสายตาประชาชน

งานนี้จัดขึ้นเพื่อรำลึกถึงคุณดุสิต นนทะนาคร อดีตประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ที่สิ้นบุญไปครบหนึ่งปีพอดี คุณดุสิตเป็นคนริเริ่มกระบวนการต่อต้านคอร์รัปชันนี้ และประธานสภาหอการค้าฯ สมัยต่อมาก็ได้สานต่อเจตนารมณ์จนนำมาสู่การจัดงานในวันดังกล่าว

มีอีกท่านหนึ่งที่ไม่ใคร่ได้ยินคนพูดถึง แต่ผมเคยได้ยินจากปากคุณดุสิตเองว่าทำงานร่วมกันมาอย่างใกล้ชิดในเรื่องต่อต้านคอร์รัปชัน คือคุณชาญชัย จารุวัสตร์ ซึ่งได้เสียชีวิตไปก่อนแล้ว ก็ขอถือโอกาสนี้แสดงความอาลัยคุณดุสิตกับคุณชาญชัยพร้อมกัน

สิ่งที่หลายคนเป็นห่วงคือ งานนี้จัดปีละครั้ง ใหม่ๆ ก็จะมีคนมาร่วมแสดงพลังกันมาก นานเข้าระดับความสนใจก็จะลดลงและจำนวนคนมาร่วมงานน้อยลง จนในที่สุดก็เลิกรากันไป

การกระพือกระแสต่อต้านคอร์รัปชันจะเกิดขึ้นปีละหนึ่งวัน อีก 364 วันที่เหลือประชาชนจะหันเหไปสนใจข่าวอื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องที่เกี่ยวกับปากท้องของตนเอง ปล่อยให้มะเร็งร้ายในระบบการเมืองและระบบราชการแพร่กระจายกัดกร่อนสังคมและประเทศชาติต่อไป

ผมเขียนเรื่องนี้ในวันนี้ เพราะอยากช่วยเสนอวิธีต่อต้านคอร์รัปชันอย่างเป็นระบบและอย่างเป็นรูปธรรม ไม่อยากให้เป็นเพียงการจุดไฟโหมกระแสปีละครั้ง เสร็จแล้วก็แล้วกันไป

คุณดุสิตเอง หากวันนี้ยังมีชีวิตอยู่ ก็คงหนีไม่พ้นต้องยอมรับว่าปีกว่านับจากวันที่คุณดุสิตเริ่มจุดกระแสต่อต้านคอร์รัปชันจนถึงวันนี้ สถานการณ์ด้านคอร์รัปชันในประเทศไทยนอกจากจะไม่ดีขึ้นแล้ว ยังกลับเลวร้ายลงด้วยซ้ำ เห็นได้ชัดจากผลสำรวจของโพลต่างๆ ที่สรุปออกมาตรงกันว่าประชาชนคนไทยส่วนใหญ่ยอมรับคอร์รัปชัน หากตนเองได้รับประโยชน์ด้วย ซึ่งเป็นทัศนคติที่น่าตกใจและคาดคิดไม่ถึงมาก่อน

แนวทางที่ผมขอเสนอให้ภาคีเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น และสภาหอการค้าฯ นำไปพิจารณา มีดังนี้

หนึ่ง การจัดองค์กร ผมอยากให้เป็นลักษณะคล้ายองค์กรธุรกิจ คือมีสำนักงาน มีพนักงานประจำ มีฝ่ายงานรับผิดชอบด้านต่างๆ เช่น ฝ่ายระดมทุนและการเงิน ฝ่ายวิชาการ ฝ่ายกฎหมายและการเมือง ฝ่ายประชาสัมพันธ์และกิจกรรม เป็นต้น อาจมีผู้จัดการหรือเลขาธิการเป็นหัวหน้าสำนักงาน และมีคณะกรรมการกำกับดูแลอีกทีหนึ่ง

งบประมาณอาจมาจากค่าบำรุงรายปีของสมาชิก การระดมทุนและการบริจาค ตลอดจนอาจขอเงินสมทบจากภาครัฐและจากองค์กรระหว่างประเทศต่างๆ

กิจกรรมควรมีต่อเนื่อง เช่น อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง เพื่อให้ได้พื้นที่ข่าวและให้อยู่ในความสนใจติดตามของประชาชน

สอง การปลูกฝังจิตสำนึก โดยเฉพาะอย่างยิ่งให้กับเด็กและเยาวชน ผมเชื่อว่าการพูดลอยๆ ไม่มีความหมายและไม่เกิดผล ควรมีคนที่เยาวชนชื่นชอบทำให้เห็นเป็นตัวอย่าง ซึ่งผมก็ไม่แน่ใจว่าจะหาคนประเภทนี้ในสังคมได้ยากง่ายเพียงใด

อีกวิธีหนึ่งที่อาจทำได้เป็นรูปธรรม คือ ผลักดันให้มีการบรรจุเป็นวิชาภาคบังคับในโรงเรียน เช่น ในระดับมัธยม โดยอาจลงทุนจ้างที่ปรึกษาที่เชี่ยวชาญด้านการศึกษามาออกแบบหลักสูตรและเนื้อหา ตลอดจนทำเป็นคลิปสำเร็จรูปสำหรับใช้ในการสอน เสร็จแล้วแจกจ่ายไปทั่วประเทศ รวมทั้งผลักดันให้รัฐบาลกำหนดเป็นนโยบายให้กระทรวงศึกษาธิการนำไปปฏิบัติต่อไป

นอกจากนี้ ยังอาจจ้างบริษัทรับจัดทำอีเวนต์มาจัดทำกิจกรรมให้เด็กและเยาวชนมีส่วนร่วมอย่างสม่ำเสมอตลอดทั้งปี

สาม การป้องกันและการปราบปราม บางแนวทางที่พยายามทำ เช่น โครงการฮั้วไม่จ่าย คือเชิญชวนให้ธุรกิจเอกชนรวมตัวกันหยุดให้สินบน เป็นแนวทางที่ยากจะได้ผล เพราะธุรกิจที่ให้สินบนส่วนใหญ่ไม่ได้ทำเพราะถูกบังคับ แต่เป็นการลงทุนที่หวังผลตอบแทน จึงห้ามกันได้ยาก

สำหรับโครงการประเภท “หมาเฝ้าบ้าน” ซึ่งมีการระดมอาสาสมัครมาช่วยตรวจสอบโครงการในภาครัฐ ผมขอแนะนำให้ตั้งกองทุนและประกาศเงินรางวัลสำหรับผู้ที่สามารถเปิดโปงขบวนการทุจริต จะได้เป็นแรงจูงใจให้มีคนหันมาทุ่มเททำเรื่องนี้อย่างจริงจัง

ผมมีข้อเสนอแนะเพิ่มเติมในส่วนที่เกี่ยวกับการป้องกัน คือ ให้ปฏิรูประบบความดีความชอบของข้าราชการ โดยให้อำนาจการเลื่อนชั้นเลื่อนตำแหน่งของทุกกระทรวงอยู่ในรูปคณะกรรมการ ในลักษณะคล้ายสภากลาโหมหรือคณะกรรมการตำรวจแห่งชาติ โดยอาจมีรัฐมนตรีเป็นประธาน ปลัดกระทรวงกับอธิบดีเป็นกรรมการและให้มีกรรมการอีกจำนวนหนึ่งที่มาจากการเลือกตั้งของข้าราชการตั้งแต่ระดับซี 3 ขึ้นไป (หรือทหารกับตำรวจชั้นสัญญาบัตร)

กรรมการที่มาจากการเลือกตั้งกลุ่มนี้จะทำหน้าที่คล้ายกรรมการอิสระในบริษัทมหาชน คือ คอยช่วยปกป้องผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นรายย่อยและของสาธารณชน

จุดประสงค์ก็เพื่อให้การเลื่อนชั้นเลื่อนตำแหน่งมีความโปร่งใสและความเป็นธรรมมากขึ้น ข้าราชการดีๆ มีโอกาสมากขึ้น ความจำเป็นต้องซื้อตำแหน่ง ต้องส่งส่วย ตลอดจนต้องยอมเป็นเครื่องมือของนักการเมืองหรือของผู้บังคับบัญชาในการทุจริตมีน้อยลง

 

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์