
ศาลไม่คุ้มครอง'เสถียร''ชาตรี'รอดกลับที่เดิม
ศาลปกครองกลางมีคำสั่งทุเลาการบังคับใช้คำสั่งทางปกครอง คือให้ระงับคำสั่งย้าย พล.อ.ชาตรี ทัตติ รองปลัดกระทรวงกลาโหม
ศาลปกครองกลางมีคำสั่งทุเลาการบังคับใช้คำสั่งทางปกครอง คือให้ระงับคำสั่งย้าย พล.อ.ชาตรี ทัตติ รองปลัดกระทรวงกลาโหม
ไปช่วยปฏิบัติราชการที่สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงกลาโหม จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา ส่วน พล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม ศาลไม่คุ้มครอง
ทั้งนี้ ศาลได้แจ้งผลการพิจารณาคำขอทุเลาการบังคับใช้คำสั่งไปยัง พล.อ.เสถียร และ พล.อ.ชาตรี ที่ได้ยื่นฟ้อง พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม เพื่อขอให้เพิกถอนคำสั่งย้ายไปช่วยปฏิบัติราชการที่สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงกลาโหม
สำหรับสาระสำคัญในคำสั่งของศาลปกครองนั้น ระบุถึงเหตุผลที่ไม่สั่งคุ้มครอง พล.อ.เสถียร ว่า เนื่องจาก พล.อ.เสถียร เป็นประธานคณะกรรมการพิจารณาแต่งตั้งนายทหารชั้นนายพล ของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม และเป็นกรรมการและเลขานุการในคณะกรรมการพิจารณาแต่งตั้งนายทหารชั้นนายพลของกระทรวงกลาโหม จึงมีหน้าที่จัดทำบัญชีโยกย้ายนายทหารชั้นนายพลของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม และส่วนราชการของกระทรวงกลาโหม
แต่จากข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า การพิจารณาแต่งตั้งดังกล่าวยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ จึงถือว่าเป็นความลับของราชการ ไม่สามารถนำไปเปิดเผยแก่บุคคลภายนอกได้ การที่หนังสือพิมพ์บ้านเมือง ฉบับวันที่ 26 ส.ค. 2555 ได้ลงบทสัมภาษณ์ ของ พล.อ.เสถียร ว่า ได้เดินทางไปพบ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี และนำสำเนาบัญชีรายชื่อการแต่งตั้งทหารชั้นนายพลไปมอบให้ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี
ถ้าข่าวดังกล่าวไม่จริง พล.อ.เสถียร ต้องรีบดำเนินการแก้ข่าว แต่กลับไม่มีการดำเนินการใดๆ ประกอบกับ พล.อ.เสถียร ยอมรับว่าได้ทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีเพื่อขอเข้าพบและชี้แจงข้อเท็จจริง ข้อกฎหมายเกี่ยวกับการแต่งตั้งปลัดกระทรวงกลาโหม
ดังนั้น ที่ พล.อ.เสถียร เห็นว่า การพิจารณาการโยกย้ายไม่ถูกต้องตาม พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม 2551 และข้อบังคับกระทรวงกลาโหมว่าด้วยการแต่งตั้งนายทหารชั้นนายพล 2551 พล.อ.เสถียร จึงทราบดีว่า การพิจารณาแต่งตั้งดังกล่าวยังไม่แล้วเสร็จ การได้ไปพบ พล.อ.สุรยุทธ์ ทั้งที่ไม่ใช่ขั้นตอนการปฏิบัติตามปกติของราชการ ข้ออ้างของ รมว.กลาโหม ที่เห็นว่า พล.อ.เสถียร นำความลับของทางราชการไปเปิดเผยต่อบุคคลภายนอกจึงน่าเชื่อถือ
ดังนั้น เพื่อยับยั้งไม่ให้ พล.อ.เสถียร เผยแพร่ความลับของราชการต่อไปและป้องกันไม่ให้เกิดการแตกความสามัคคีในทหาร การที่รมว.กลาโหม ได้ออกคำสั่งให้ พล.อ.เสถียร ไปช่วยปฏิบัติราชการที่สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงกลาโหม จึงยังฟังไม่ได้ว่าเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงมีคำสั่งยกคำขอทุเลาการบังคับใช้คำสั่งทางปกครองตามที่ พล.อ.เสถียร ร้องขอ
ขณะที่การให้ระงับคำสั่งย้าย พล.อ.ชาตรี ไปปฏิบัติราชการที่สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงกลาโหมนั้น ข้อเท็จจริงเบื้องต้นไม่ปรากฏพยานหลักฐานใดๆ ที่ฟังได้ว่า พล.อ.ชาตรี มีส่วนรู้เห็นในการนำความลับของราชการในการแต่งตั้งนายทหารชั้นนายพลของกระทรวงกลาโหมไปเปิดเผยต่อบุคคลภายนอก
ขณะเดียวกันประกอบกับการสั่งให้ข้าราชการไปช่วยปฏิบัติราชการในตำแหน่งอื่นซึ่งมิใช่หน้าที่ตามปกติ และให้พ้นจากตำแหน่งเดิมจะต้องมีเหตุผลเป็นพิเศษเพื่อประโยชน์ของทางราชการ หรือหากให้ข้าราชการผู้นั้นอยู่ในตำแหน่งเดิมต่อไป อาจเกิดความเสียหายกับทางราชการได้ ซึ่งในกรณีนี้ยังไม่ปรากฏข้อเท็จจริงดังกล่าว
อีกทั้งคำสั่งที่ให้ พล.อ.ชาตรี ไปช่วยปฏิบัติราชการที่สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงกลาโหม ไม่ได้ระบุเวลาสิ้นสุดไว้ จึงกระทบต่อความมั่นคงในการปฏิบัติราชการของ พล.อ.ชาตรีเป็นอย่างยิ่ง ขัดต่อความมั่นคงในอาชีพตามระบบคุณธรรมที่ทางราชการยึดเป็นหลักในการบริหารงานบุคคลภาครัฐมาตลอด คำสั่งดังกล่าวจึงน่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย
สำหรับที่ พล.อ.ชาตรี ขอให้ศาลมีคำสั่งไม่ให้ รมว.กลาโหม กระทำการใดๆ เกี่ยวกับการประชุมคณะกรรมการพิจารณาแต่งตั้งนายทหารชั้นนายพลนั้น ศาลเห็นว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็นหน้าที่รมว.กลาโหม
พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า คำสั่งศาลไม่เกี่ยวข้องกับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งโยกย้ายนายทหารชั้นนายพล ซึ่งดำเนินการจบเรียบร้อยไปแล้ว
ด้านแหล่งข่าวจากกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า จะต้องอุทธรณ์คำสั่งทุเลาการบังคับในส่วนของ พล.อ.ชาตรี เนื่องจากคำสั่งทุเลาจะทำให้การปฏิบัติราชการในกระทรวงและการสั่งการให้ทหารไปปฏิบัติหน้าที่ต่างๆ นอกเหนือจากตำแหน่งหน้าที่ประจำปกติต้องเสียหาย และเกิดความสับสนต่อการปฏิบัติหน้าที่ในการรักษาความสงบเรียบร้อยและการรักษาความมั่นคงในทุกพื้นที่ของประเทศด้วย







