
กทม.พร่องน้ำคลองสายหลักรับฝนถล่ม
พญ.มาลินี สุขเวชชวรกิจ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า เพื่อรับมือฝนตกหนักระหว่างวันที่ 14-17 ก.ย.นี้
พญ.มาลินี สุขเวชชวรกิจ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า เพื่อรับมือฝนตกหนักระหว่างวันที่ 14-17 ก.ย.นี้
กทม.ได้พร่องน้ำในคลองสายหลักและแก้มลิง เช่น คลองแสนแสบ ช่วงถนนสุขุมวิท ถนนเพชรบุรี และถนนคลองตัน ที่ระดับลบ 60 ซม. และช่วงบริเวณสะพานผ่านฟ้าลีลาศ ที่ระดับลบ 1 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง นอกจากนี้ยังตรวจสอบบริเวณจุดฟันหลอ รวมถึงเร่งดำเนินการก่อสร้างแนวป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยา คลองบางกอกน้อย และคลองมหาสวัสดิ์ และเสริมแนวกระสอบทรายในจุดเสี่ยงต่างๆ
ขณะเดียวกัน ยังได้สั่งการให้ทุกสำนักงานเขตตื่นตัวในการเฝ้าระวังพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณจุดอ่อนน้ำท่วม และเก็บขยะบริเวณหน้าตะแกรงต่างๆ ในช่วงฝนตก เพื่อให้การระบายน้ำสะดวกยิ่งขึ้น ตลอดจนให้แจ้งเตือนประชาชนที่อยู่นอกแนวป้องกันน้ำท่วม 27 ชุมชน เนื่องจากอาจได้รับผลกระทบจากระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่สูงขึ้น 1.5-1.6 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง โดยมอบหมายให้ผู้ตรวจราชการ กทม. ลงพื้นที่ติดตามการปฏิบัติงานทุกเขตอย่างใกล้ชิด
พญ.มาลินี กล่าวว่า ในส่วนของปริมาณน้ำเหนือที่ปล่อยลงมาท้ายเขื่อนเจ้าพระยายังไม่น่าห่วง เนื่องจากในปัจจุบันปล่อยน้ำลงมาในปริมาณ 1,798 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.)/วินาที ขณะที่ช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนปล่อยน้ำท้ายเขื่อนที่ปริมาณ 3,000 ลบ.ม./วินาที ปริมาณน้ำที่ไหลผ่าน อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา ปัจจุบันอยู่ที่ 2,000 ลบ.ม./วินาที ขณะที่ปีก่อนไหลผ่าน 3,000 ลบ.ม./วินาที อย่างไรก็ตาม จะต้องเฝ้าระวังหากมีฝนตกใต้เขื่อนเจ้าพระยา
“แผนการระบายน้ำเหนือออกจากพื้นที่ กทม. อยากให้ระบายน้ำออกทางด้านตะวันออกและตะวันตก เนื่องจากไม่ใช่พื้นที่เศรษฐกิจและมีชุมชนหนาแน่นน้อย แต่หากรัฐบาลต้องการระบายน้ำจากทางเหนือสู่แม่น้ำเจ้าพระยา กทม. ก็เตรียมพร้อมแผนการป้องกันและการระบายน้ำในพื้นที่อย่างเต็มที่เช่นเดียวกัน แต่ถือว่าเสี่ยงอาจจะกระทบประชาชนริมแม่น้ำ” พญ.มาลินี กล่าว
ด้าน สัญญา ชีนิมิตร ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ กทม. กล่าวว่า สถานการณ์น้ำในพื้นที่ กทม. มีฝนตกหนักต่อเนื่องช่วงคืนวันที่ 11 ก.ย.ที่ผ่านมา แต่ไม่ส่งผลให้น้ำในคลองสายหลักเพิ่มจำนวนมากขึ้นจนน่ากังวลแต่อย่างใด โดยปริมาณน้ำฝนสูงสุดที่วัดได้ที่เขตคลองสามวา 67.5 มิลลิเมตร รองลงมา คือ เขตห้วยขวาง 45.5 มิลลิเมตร ซึ่งยังสามารถระบายออกได้ภายใน 1-2 ชั่วโมง
ส่วนปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาขณะนี้ไหลผ่านที่ปริมาณ 1,700-1,800 ลบ.ม./วินาที ซึ่งปริมาณน้ำในขณะนี้ยังไม่น่าเป็นห่วง เนื่องจากระดับน้ำไหลที่น่าห่วง คือ 3,500 ลบ.ม./วินาทีขึ้นไป ส่วนประตูระบายน้ำจำนวน 158 สถานี ก็พร้อมใช้งานในการเดินระบบระบายน้ำโดยรวมทั้งหมด







