
พิจิตร-พิษณุโลก-อ่างทองอ่วมน้ำเหนือทะลัก
น้ำเหนือไหลเชี่ยวกรากไหลล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนริมตลิ่งในจ.พิจิตร พิษณุโลกและอ่างทอง
น้ำเหนือไหลเชี่ยวกรากไหลล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนริมตลิ่งในจ.พิจิตร พิษณุโลกและอ่างทอง
เมื่อวันที่ 13 ก.ย. ประชาชนชาวจังหวัดพิจิตรที่อาศัยอยู่ริมตลิ่งพากันขนย้ายสิ่งของและทรัพย์สินมีค่าขึ้นที่สูงอย่างเร่งด่วน หลังจากน้ำจากแม่น้ำยม ที่ไหลผ่านพื้นที่ อ.สามง่าม ได้เพิ่มระดับสูงขึ้น และเอ่อล้นตลิ่งอย่างฉับพลัน ก่อนที่จะไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนเกือบ 20 หลังคาเรือน รวมไปถึงฟาร์มสัตว์ปีก ตลอดจนกระชังปลาในหมู่บ้านอย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีน้ำเหนือจาก จ.สุโขทัย และ จ.พิษณุโลก ไหลหลากลงมา ประกอบกับมีน้ำป่าไหลหลากมาจาก จ.กำแพงเพชร ที่ไหลเข้ามาสมทบเพิ่ม เพื่อระบายลงสู่แม่น้ำยมเพิ่มเติมอีก แต่เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำยมมีระดับสูงกว่า ทำให้น้ำหนุนเอ่อทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนริมตลิ่งแม่น้ำยมอย่างหนัก โดยมีระดับสูงกว่า 1 เมตร นอกจากนี้ ยังได้ไหลเข้าท่วมพื้นที่นาของเกษตรกรอีกด้วย
ขณะที่สถานการณ์ที่ อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก ล่าสุด ยังวิกฤติหนัก หลังน้ำเหนือจาก จ.แพร่ และ จ.สุโขทัย ยังคงไหลบ่าหลากล้นแม่น้ำยมสายเก่า เข้าท่วมบ้านเรือนและนาข้าว รวมทั้งพื้นที่การเกษตร ขยายเป็นวงกว้างอย่างต่อเนื่อง ได้หลากล้นลำคลองท่ามะขาม ซึ่งเป็นลำคลองสาขาของแม่น้ำยมสายเก่า ส่งผลให้ชาวบ้านหมู่ 9 บ้านคลองมะขาม ต.หนองแขม อ.พรหมพิราม ต้องเร่งขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง แต่ยังหวั่นใจว่าระดับน้ำจะเพิ่มสูงขึ้นอีก เนื่องจากเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ยังคงมีฝนตกหนักในพื้นที่ซ้ำเติม
นายบุญยิ่ง คุ้มสุพรรณ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่า นับแต่เริ่มต้นฤดูฝน มีหลายพื้นที่ในจังหวัดพิษณุโลกได้ประสบปัญหาอุทกภัย ขณะนี้ จังหวัดพิษณุโลก ได้ประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติแล้ว 6 อำเภอ ได้แก่ อ.พรหมพิราม อ.เมืองพิษณุโลก อ.บางระกำ อ.ชาติตระการ อ.นครไทย อ.วังทอง และกำลังดำเนินการเตรียมประกาศเพิ่มอีก 1 อำเภอ คืออ.บางกระทุ่ม ที่ประสบปัญหาน้ำจากคลองชมพูล้นตลิ่งท่วมบ้านเรือนประชาชนเมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา
นายบุญยิ่ง กล่าวอีกว่า สถานการณ์ขณะนี้ได้เฝ้าระวังและเตรียมการช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัยในเขตลุ่มน้ำยม ในเขตอ.พรหมพิราม ต.บ้านกร่าง อ.เมืองพิษณุโลก และ อ.บางระกำ ได้เตรียมกระสอบทรายพร้อมส่งมอบให้กับประชาชนที่ประสบภัย ขณะที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหลายแห่งได้ดำเนินการนำกระสอบทรายเข้าช่วยเหลือประชาชนแล้ว
นายบรรดิษฐ์ อินต๊ะ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานพิษณุโลก กล่าวว่า ขณะนี้แม่น้ำยมในเขตจ.แพร่ และจ.สุโขทัยเริ่มลดระดับลงแล้ว และมวลน้ำทั้งหมดกำลังเดินทางเข้าสู่จังหวัดพิษณุโลก ในวันนี้ มีการลดการระบายน้ำผ่านแม่น้ำยมสายเก่าในปริมาณที่ลดลง ที่ประตูน้ำหาดสะพานจันทร์ จ.สุโขทัย ได้ระบายแม่น้ำยมสายหลัก เข้าสู่แม่น้ำยมสายเก่า หรือ คลองเมมในอัตรา 127 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ( ลบ.ม.ต่อวินาที ) จากเดิมวานนี้ระบายในอัตรา 225 ลบ.ม.ต่อวินาที
ทั้งนี้การระบายน้ำยมลงสู่แม่น้ำยมสายเก่า หรือคลองเมม ผ่านอ.พรหมพิราม อ.เมือง และอ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ขณะนี้ส่งผลกระทบจากน้ำท่วมในจังหวัดพิษณุโลกแล้ว 22,500 ไร่ เป็นลักษณะน้ำท่วมทุ่งนาที่ทำการเก็บเกี่ยวหมดแล้ว ท่วมในเขต ต.วังวน ต.พรหมพิราม ต.หนองแขม ต.ท่าช้าง อ.พรหมพิราม ต.แม่ระหัน อ.เมืองพิษณุโลก ต.ท่านางงาม ต.ตะแบกงาม อ.บางระกำ และมีได้รับผลกระทบมากที่ ต.วังวน อ.พรหมพิราม ที่ยังมีนาข้าวที่กำลังเก็บเกี่ยว และรอการเก็บเกี่ยว 4,500 ไร่ น้ำล้นแม่น้ำยมสายเก่า กำลังหลากทุ่งนา และไหลเข้าสู่ต.บางระกำ อ.บางระกำ ที่วันนี้ แม่น้ำยมที่อ.บางระกำเริ่มล้นตลิ่งแล้ว ที่สถานีวัดระดับน้ำ Y 16 อ.บางระกำ แม่น้ำยมสูง 7.19 เมตร และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกวัน จึงขอแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ริมตลิ่งให้เก็บของขึ้นสู่ที่สูง ในช่วงนี้ ชลประทาน ได้ระบายน้ำจากน้ำยมออกสู่แม่น้ำน่าน ผ่านคลอง DR 2.8 และ คลอง DR 15.8 โดยยกลอยประตูระบายน้ำทุกบาน
ขณะที่ ต.จำปาหล่อ อ.เมือง จ.อ่างทอง เมื่อเช้าที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา ล้นตลิ่งทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน ที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำกว่า 25 หลังคาเรือน โดยเฉพาะที่อยู่ติดกับวัดเสาธงทอง จนทำให้ประชาชน ต้องรีบเก็บทรัพย์สินหนีน้ำกันอย่างอลหม่าน โดยล่าสุดน้ำที่ล้นตลิ่งเข้ามายังคงขยายวงกว้างออกไปเรื่อยๆ







