
สงบศึกป่วนใต้แกนนำปล้นปืนนำสมาชิกมอบตัว
หลังถูกเจ้าหน้าที่รัฐชูยุทธศาสต์เชิงรุกกดดันอย่างหนัก ทำให้ แวอาลี คอปเตอร์ วาจิ หรือชื่อจัดตั้ง “เจ๊ะอาลี”
โดย..แวดาโอ๊ะ หะไร
หลังถูกเจ้าหน้าที่รัฐชูยุทธศาสต์เชิงรุกกดดันอย่างหนัก ทำให้ แวอาลี คอปเตอร์ วาจิ หรือชื่อจัดตั้ง “เจ๊ะอาลี” แกนนำคนสำคัญก่อความไม่สงบพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ นำสมาชิกแนวร่วมจำนวน 100 คน เข้ามอบตัวกับ พล.ท.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ แม่ทัพภาคที่ 4 ที่หอประชุมบรมราชกุมารี สำนักงานคณะกรรมการอิสลาม จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 11 ก.ย.ที่ผ่านมา เพื่อต้องการสงบศึกตามแผนพาคนกลับบ้านของโครงการประสานใจเพื่อสันติสุขสู่จังหวัดชายแดนภาคใต้
สำหรับแวอาลีเคยถูกทางการตั้งรางวัลนำจับจำนวน 1 ล้านบาท เพราะเป็นตัวการใหญ่ร่วมวางแผนและสั่งการให้แกนนำระดับปฏิบัติการนำกำลังบุกปล้นปืนที่กองพันพัฒนาที่ 4 ค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เมื่อวันที่ 4 ม.ค. 2547 ทำให้ทหารเสียชีวิต 4 นาย
ทั้งนี้ แวอาลีและพรรคพวกเข้ามอบตัวครั้งนี้เพื่อแสดงตัวยืนยันเพื่อยุติการต่อสู้ พร้อมกับเขียนจดหมายเปิดผนึกในนาม Badan Penyelarasan Wawasan Baru Melayu Patani หรือกลุ่มปลดปล่อยความขัดแย้งเขตปกครองใหม่มลายูปัตตานี เสนอต่อแม่ทัพภาคที่ 4 ทั้งหมด 3 ข้อ คือ 1.เมื่อเข็มมุ่งทางยุทธศาสตร์การต่อสู้นำหน้ามวลชนและยาวไกลเกินไป 2.การชี้นำแนวทางขององค์กรนำไม่สามารถให้คำอธิบายได้อย่างชัดเจนในทางยุทธวิธีเพื่อให้บรรลุทางยุทธศาสตร์อย่างเป็นระบบ และ 3.เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนแปลง รัฐกำหนดนโยบายที่เป็นการสร้างสรรค์มากขึ้น ทำให้ต้องกำหนดแนวทางใหม่เช่นกัน
ขณะเดียวกัน ขอทราบทิศทางความชัดเจนแนวทางปฏิบัติต่อประเด็นข้อเรียกร้องในเบื้องต้น 3 ข้อ คือ 1.รัฐมีมาตรการดำเนินการต่อสู้ผู้ที่ยุติบทบาทความรุนแรงต่อรัฐ โดยเฉพาะผู้ที่มีหมายจับอย่างไร 2.รัฐจะจัดการความขัดแย้งให้เป็นรูปธรรมอย่างไร เพื่อให้ทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมสร้างสันติภาพในพื้นที่ และ 3.รัฐมีหลักประกันเช่นไรในการกำหนดนโยบาย เพื่อให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างเป็นรูปธรรม คาดหวังคำตอบที่เป็นรูปธรรมจะเป็นก้าวสำคัญที่จะสร้างสังคมให้มีความสันติสุข ยุติความรุนแรงโดยสิ้นเชิง ถึงแม้อาจจะมีบางคนบางกลุ่มยังคงต้องการเคลื่อนไหวด้วยวิธีรุนแรง แต่ในที่สุดก็จะเป็นส่วนน้อยและสุดโต่งในทัศนะของมวลชนส่วนใหญ่
นอกจากนี้ มีรายงานว่าหากรัฐดูแลและให้ความเป็นธรรมต่อแวอาลีและพรรคพวกเป็นอย่างดี ทราบว่าอีกไม่นานทั้ง สะแปอิง บาซอ และ มะแซ อุเซ็ง แกนนำคนสำคัญจะมีการประสานเพื่อออกมาแสดงตัวยืนยันยุติการต่อสู้กับรัฐ ซึ่งเรื่องนี้มีแนวโน้มความเป็นไปได้สูง แต่ขึ้นอยู่กับนโยบายของกองทัพและรัฐบาล ที่ต้องกำหนดกรอบให้ชัดเจนในเรื่องของคดีความ เพื่อให้ผู้หลงผิดที่เหลือเข้ามามอบตัวมากขึ้น
พล.ท.อุดมชัย กล่าวว่า กลุ่มที่มาร่วมพูดคุยครั้งนี้ถือเป็นผู้กล้าที่เป็นนักรบ ซึ่งมีความคิดเห็นแตกต่างจากรัฐ การพูดคุยครั้งนี้ไม่มีการต่อรอง แต่เป็นการพูดคุยเพื่อสร้างความสันติภาพมาสู่พื้นที่ ซึ่งมีการเจรจาสร้างความเข้าใจถึงแนวทางที่ผ่านมาว่าเป็นการกระทำไม่ถูกต้อง โดยเฉพาะการต่อสู้ด้วยอาวุธเพื่อทำร้ายซึ่งกันและกันเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เนื่องจากทุกคนเป็นคนไทยเหมือนกัน
“การพูดคุยครั้งนี้ไม่มีการต่อรอง แต่เป็นการพูดคุยเพื่อสร้างความสันติภาพมาสู่พื้นที่” แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าว







