
ม็อบเกษตรประจวบ-ชุมพรสลายตัวเปิดถ.เพชรเกษม
ม็อบเกษตรกร ชาวสวนมะพร้าว- ยาง-ปาล์ม ประจวบ-ชุมพร-สุราษฎร์ สลายตัวแล้ว พอใจ ผลการจราจรกับ เลขา รมช.เกษตร นานกว่า 4 ชม. เปิดการจราจร ถ.เพชรเกษม
ม็อบเกษตรกร ชาวสวนมะพร้าว- ยาง-ปาล์ม ประจวบ-ชุมพร-สุราษฎร์ สลายตัวแล้ว พอใจ ผลการจราจรกับ เลขา รมช.เกษตร นานกว่า 4 ชม. เปิดการจราจร ถ.เพชรเกษม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่เครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางพารา ,มะพร้าว และปาล์มน้ำมัน จ.ประจวบคีรีขันธ์ จ.ชุมพร และ จ.สุราษฎร์ธานี กว่า 5,000 คน รวมตัวชุมนุมปิดถนนเพชรเกษมทั้งขาขึ้น – ล่อง หลังไปยื่นหนังสือเรียกร้องให้แก้ปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำที่ทำเนียบรัฐบาล แต่ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือ โดยการชุมนุมยืดเยื้อยาวนานกว่า 14 ชั่วโมง ทำการจราจรลงภาคใต้และขึ้นกรุงเทพฯ เป็นอัมพาต ติดขัดเป็นทางยาว รถทัวร์นำเที่ยว รถบรรทุกสินค้า และรถส่วนบุคคลจอดรอยาวนานกว่า 14 ชั่วโมง”
หลังจากที่กลุ่มเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางพารา ,มะพร้าว และปาล์มน้ำมัน จ.ประจวบคีรีขันธ์ จ.ชุมพร และ จ.สุราษฎร์ธานี ได้เคลื่อนตัวออกจากที่ชุมนุมบริเวณลานวัดน้ำตกเขาโพธิ์ทอง เมื่อเวลา 13.00 น. ( 11 ก.ย.) ออกมาชุมนุมกันบริเวณยูเทิร์นเขาโพธิ์ กม.ที่ 433 – 434 ถนนเพชรเกษม หมู่ 1 ต.ไชยราษฎร์ อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ ใกล้จุดบริการทางหลวงเขาโพธิ์ เครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางพารา มะพร้าว และปาล์มน้ำมันจากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง และสุราษฎร์ธานี ซึ่งเกษตรกรกว่า 10,000 คน ได้รวมกลุ่มชุมนุมปิดถนนเพชรเกษม เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ ส่งผลให้การจราจรติดขัดอย่างมาก ทั้งขาขึ้น และขาล่อง เป็นระยะทางกว่า 50 กิโลเมตร ทางด้านของตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ส่งกำลังเจ้าหน้าที่ 4 กองร้อยเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนระอุ
โดยการชุมนุมของเครือข่ายกลุ่มเกษตรกรชาวสวนยางพารา มะพร้าว และปาล์มน้ำมัน ส่งผลให้การจราจรเป็นอัมพาตอย่างหนัก ทั้งขาขึ้น และขาล่อง ติดขัดเป็นทางยาว รถทัวร์นำเที่ยว รถบรรทุกสินค้า และรถส่วนบุคคลจอดรออยู่ข้างถนน ไม่สามารถเคลื่อนรถได้ แม้จะมีการใช้เส้นทางสำรองเรียบชายทะเลบางสะพานน้อย ไปออกยังบริเวณ 4 แยก บางแหวน อ.ปะทิว จ.ชุมพร ก็ยังถูกกลุ่มผู้ชุมนุมตามไปปิดเส้นทางจนทำให้ชาวบ้านต้องติดค้างอยู่ภายในถนนเส้นดังกล่าว ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์,เพชรบุรี,ราชบุรีและ ตชด.ค่ายนเรศวร จำนวน 10 กองร้อย พร้อมด้วยเฮลิคอปเตอร์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติบินวน สำรวจบริเวณพื้นที่การชุมนุม ทั้งนี้ตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้เตรียมเส้นทางเลี่ยงจุดชุมนุม พร้อมตั้งจุดสกัดทั้งขาขึ้นและขาล่อง เพื่อจำกัดพื้นที่การชุมนุมแต่ก็ไร้ผล เพราะปรากฎว่าตั้งแต่ช่วงเย็นจนถึงภาคค่ำมีชาวบ้านจำนวนมากตามมาสมทบเพิ่มขึ้นอีก ส่วนบรรยากาศการชุมนุมเป็นไปด้วยความตึงเครียด แม้จะมีดนตรีมาสร้างสีสันให้กับกลุ่มผู้ชุมนุม เนื่องจากมีการเคลื่อนกำลังเข้าประจันหน้ากันระหว่างผู้ชุมนุม กับเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนเป็นระยะๆ จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ต้องเจรจาและยอมถอยร่น เพื่อเว้นระยะห่าง ป้องกันมือที่สามสร้างสถานการณ์ให้เกิดความรุนแรง
กระทั่งเวลาประมาณ 21.30 น. นายอารีย์ ไกรนรา เลขานุการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายวีระ ศรีวัฒนตระกูล ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายสมมิตร ศิลป์ประเสริฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัด นายสิริวุฒิ เหมทัต ปลัดจังหวัด นายสมพร ปัจฉิมเพ็ชร นายอำเภอบางสะพานน้อย และพล.ต.ต.วิเชียร ตันตะวิริยะ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เดินทางมาที่จุดบริการทางหลวงเขาโพธิ์ อ.บางสะพานน้อย เพื่อรับทราบสถานการณ์การชุมนุมและร่วมเจรจากับแกนนำตัวแทนจาก 25 กลุ่ม โดยการเจรจาใช้เวลายาวนานเกือบ 4 ชั่วโมง จึงได้ข้อยุติ โดยแกนนำเครือข่ายเกษตรกรยางพารา มะพร้าว และปาล์มน้ำมัน ยินยอมที่จะร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลง กับเลขานุการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อแก้ไขปัญหาราคายางพาราและมะพร้าว โดยข้อเรียกร้องกำหนดให้จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ต้องกำหนดจุดรับซื้อมะพร้าว อำเภอละ 1 จุด โดยยึดหลักเกณฑ์การรับซื้อตามโครงการรักษาเสถียรภาพราคามะพร้าว ปี 2555 และขยายจุดรับซื้อในระดับตำบลเพิ่มเติมในภายหลัง พร้อมกันนี้ให้รัฐบาลยกเลิกการนำเข้ามะพร้าวจากต่างประเทศทันที และให้กลุ่มเกษตรกร 25 กลุ่มที่มาชุมนุมวันนี้ดำเนินการจัดตั้งสถาบันเกษตรกรตามหลักเกณฑ์โครงการพัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตรกรเพื่อรักษาเสถียรภาพยางพาราให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือน โดยรัฐบาลจะต้องรับซื้อยางพาราแผ่นดิบชั้น 3 ในราคากิโลกรัมละ 100 บาท และยางพาราแผ่นดิบชั้น 4 ราคา กิโลกรัมละ 98.50 บาท และประการสำคัญขอไม่ให้มีการแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ชุมนุมทั้งทางแพ่งและอาญา โดยผู้ชุมนุมจะต้องไม่ทำผิดกฎหมายและสร้างความเดือดร้อนเพิ่มอีกหากได้รับการช่วยเหลือตามบันทึกข้อตกลงดังกล่าว
โดยภายหลังจากเลขานุการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงร่วมกับแกนนำกลุ่มเครือข่ายเกษตรกรสวนยางพารา มะพร้าว และปาล์มน้ำมัน แล้วได้เดินทางออกนอกพื้นที่ทันที ส่วนแกนนำได้ขึ้นเวทีประกาศให้กลุ่มผู้ชุมนุมรับทราบ ซึ่งก็เรียกเสียงไชโยและตบมือจากผู้ชุมนุมได้ และได้มีการเปิดเส้นทางการจราจรบนถนนเพชรเกษม ทั้ง 2 ฝั่ง ในทันที ในเวลาประมาณ 02.00 น. ของวันที่ 12 กันยายน แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องใช้เวลานานพอสมควรในการระบายรถที่ติดค้าง และเคลียร์เส้นทางจราจรทั้งสองฝั่ง
อย่างไรก็ตามในส่วนของ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้เตรียมนำงบจากการคณะกรรมการนโยบายและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร (คชก.) จำนวน 21.54 ล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการรักษาเสถียรภาพราคามะพร้าวปี 2555 เพื่อรับซื้อมะพร้าวแห้งจากเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตร รายละ 500 กิโลกรัมโดยจะเปิดจุดรับซื้อพร้อมกันในทั้งจังหวัดในวันจันทร์ที่ 17 กันยายน นี้







