
ในหลวงห่วงสุโขทัยปูถกรับมือน้ำเหนือ
สุโขทัยพนังรั่วน้ำทะลักท่วมเขตเทศบาล ธีระชน จวกรัฐกักน้ำทำอยุธยาอ่วม
สุโขทัยพนังรั่วน้ำทะลักท่วมเขตเทศบาล ธีระชน จวกรัฐกักน้ำทำอยุธยาอ่วม
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์นำเครื่องอุปโภคบริโภคไปมอบให้ผู้ประสบอุทกภัยใน จ.สุโขทัย จำนวน 1,500 ครัวเรือน ในวันที่ 11 ก.ย. หลังเกิดฝนตกหนักจนน้ำทะลักเข้าท่วมทั้งเมือง
ขณะที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เรียกประชุมด่วนคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) เมื่อวันที่ 10 ก.ย. เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่หลายจังหวัดโดยเฉพาะ จ.สุโขทัย แพร่ และอุตรดิตถ์ โดยใช้เวลาหารือกันนานกว่า 1 ชั่วโมง
จากนั้น นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย ยืนยันว่า สถานการณ์ไม่น่ากังวล เพราะลุ่มน้ำต่างๆ ยังสามารถรับน้ำได้อีก
“ยกเว้นแม่น้ำยมที่ไม่มีเขื่อนกักเก็บน้ำ ส่งผลให้ จ.สุโขทัย ประสบปัญหาน้ำเซาะใต้พนังกั้นน้ำไหลทะลักเข้าเมือง ซึ่งวันที่ 13 ก.ย.นี้ นายกฯ จะเดินทางไปดูสถานการณ์เอง” นายยงยุทธ ระบุ
ทั้งนี้ สถานการณ์น้ำท่วมตัวเมืองสุโขทัยยังคงวิกฤต ห้างร้านในตลาดเทศบาลเมืองสุโขทัยธานีถูกน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร ถนนหลายสายเป็นอัมพาต โรงเรียนหลายแห่งประกาศหยุดชั่วคราว
แม้แต่สถานที่ราชการสำคัญหลายแห่ง เช่น ศาลากลางจังหวัดสุโขทัย องค์การบริหารส่วนจังหวัด และสำนักงานเทศบาลเมืองสุโขทัยธานีเอง ก็ยังถูกน้ำท่วมสูงกว่า 50 เซนติเมตร
ขณะที่ภาคกลางตอนล่าง ปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาก็ได้หนุนสูงขึ้นจนเอ่อท่วม จ.พระนครศรีอยุธยา แล้ว3 อำเภอ คือ อ.บางบาล เสนา และผักไห่ ราว 50-70 เซนติเมตร
ด้านนายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวว่า รัฐบาลกำลังจะเดินซ้ำรอยการบริหารจัดการน้ำที่ผิดพลาด เพราะไม่ระบายน้ำที่เริ่มหลากจากด้านเหนือ กทม.ลงมา ออกสู่อ่าวไทยผ่านฟลัดเวย์ด้านตะวันออก ใต้คลองหกวาสายล่างระหว่างคลอง 813 เพื่อไล่น้ำจากคลองระพีพัฒน์ลงมา ตามแนวพระราชดำริ แต่ไปกักน้ำไว้ที่คลองระพีพัฒน์ ทำให้ จ.พระนครศรีอยุธยา บางส่วนได้รับผลกระทบ
ขณะที่นายรอยล จิตรดอนอนุกรรมการ กบอ. กล่าวว่า ไม่ได้มีการกักน้ำไว้ที่คลอง 13 ไม่มีเหตุผลที่จะกักน้ำเหนือไว้ เพราะไม่เป็นผลดีกับใคร อย่าผูกความคิดด้านการจัดการน้ำ ทุกคนต้องช่วยกันระบายน้ำออกอยู่แล้ว







