posttoday
"นโยบายจำนำ"ทำสินเชื่อเกษตรหด

"นโยบายจำนำ"ทำสินเชื่อเกษตรหด

11 กันยายน 2555

หลังจากรัฐบาลของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เข้าบริหารประเทศ ก็เริ่มดำเนินการอุดหนุนสินค้าเกษตรตามที่ได้ประกาศหาเสียงไว้

โดย...ชลลดา อิงศรีสว่าง

หลังจากรัฐบาลของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เข้าบริหารประเทศ ก็เริ่มดำเนินการอุดหนุนสินค้าเกษตรตามที่ได้ประกาศหาเสียงไว้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการรับจำนำข้าวเกวียนละ 1.5 หมื่นบาท หรือการอุดหนุนสินค้าเกษตรอื่น ทั้งหัวหอม ยางพารา มันสำปะหลัง ฯลฯ

การอุดหนุนสินค้าเกษตรที่รัฐบาลตั้งเป้าหมายเพื่อให้เกษตรกรมีรายได้มากขึ้น กินดีอยู่ดีกว่าเดิม กลับสร้างความหวาดหวั่นให้กับระบบการเงินธนาคารพาณิชย์ทั้งหลาย แม้แต่ธนาคารของรัฐเอง กลัวว่าการปล่อยกู้ให้กับกลุ่มสินค้าเกษตรอาจจะมีความเสี่ยงมากขึ้น แถมไปทำให้สินเชื่อสินค้าเกษตรของธนาคารพาณิชย์ลดลงอีกด้วย

นอกจากนี้ ความเสี่ยงจากวิกฤตเศรษฐกิจโลก ทำให้สินเชื่อส่งออกสินค้าเกษตรลดลงอีกด้วย เท่ากับธนาคารพาณิชย์เจอปัญหาปล่อยกู้สินค้าเกษตรลดลง 2 เด้งทันที

บุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทย กล่าวว่า จากปัญหาวิกฤตหนี้ยุโรปและเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกของไทยจนถึงขั้นติดลบ 4.46% ในช่วงเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ทำให้ความต้องการใช้สินเชื่อหมุนเวียนของลูกค้าธนาคารลดลงประมาณ 50-60% โดยเฉพาะกลุ่มส่งออกสินค้าการเกษตร ยางพารา ข้าว ที่ใช้วงเงินน้อยลงตามการส่งออกที่หดตัว

เพียงธนาคารขนาดกลางอาจจะยังไม่เห็นภาพการชะลอตัวของสินเชื่อสินค้าเกษตรชัดเจนนัก ธนาคารขนาดใหญ่อย่างธนาคารกสิกรไทย พัชร สมะลาภา รองกรรมการผู้จัดการ ระบุว่า ธนาคารได้หยุดปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้าในกลุ่มยางพาราและข้าวมาได้ระยะหนึ่งแล้ว เนื่องจากมองว่ามีความเสี่ยงสูง

ธนาคารลำบากใจในการปล่อยกู้เพื่อให้ลูกค้านำไปสต๊อกสินค้า ธนาคารจึงยอมสูญเสียฐานลูกค้ากลุ่มนี้ไป แต่ยังคงมีการปล่อยให้กับพ่อค้าคนกลางอยู่บ้างในสัดส่วนเล็กน้อย จากพอร์ตสินเชื่อเกษตรที่มีอยู่ราว 23 หมื่นล้านบาท

ความเสี่ยงที่ธนาคารพาณิชย์กลัวจากการปล่อยกู้สินค้าเกษตรคือการที่โรงสี หรือพ่อค้าคนกลาง ที่ไปรับซื้อสินค้าเกษตรจากเกษตรกรมาเก็บสต๊อกไว้เพื่อรอขายให้กับรัฐบาล หากเกิดการผลิตพลาดในการขายขึ้นมา อาจจะทำให้เกิดเป็นหนี้เสียได้

อย่างไรก็ดี สำหรับสินค้าอย่างข้าวนั้น ธนาคารพาณิชย์ แทบจะไม่มีบทบาทในการรับจำนำข้าวเลย เนื่องจากรัฐบาลรับจำนำโดยตรงกับเกษตรกร โดยให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) มาเป็นผู้ดำเนินการจ่ายเงินให้ ส่วนนี้ตัดช่วงของพ่อค้าคนกลางไป แต่โรงสีจะรับให้บริการรับฝากข้าวจากรัฐแทน

ทางผู้ส่งออกก็ไม่มีข้าวในมือ ข้าวไปอยู่ในมือรัฐบาลหมด ความต้องการเงินไปใช้หมุนเวียนซื้อข้าวก็ลดลงไปด้วย จะใช้สินเชื่อก็ต่อเมื่อมีการประมูลข้าวเพื่อส่งออกเท่านั้น

"นโยบายจำนำ"ทำสินเชื่อเกษตรหด

 

ทางด้านนโยบายยาง ที่ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ได้ประชุมสภาความร่วมมือด้านยางพาราระหว่างประเทศ (IPRC) ซึ่งเป็นการประชุมร่วมกันระหว่างผู้ผลิตยางพารารายใหญ่ คือ ไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย

ผลสรุปก็ได้เกิดความร่วมมือกันว่าจะลดปริมาณการส่งออกยางพาราจำนวน 3 แสนตัน ซึ่งนโยบายนี้จะทำให้สินเชื่อยางหดตัวลงเช่นกัน

ในเชิงนโยบายดูเหมือนนี่จะเป็นเรื่องดี หากอีก 2 ประเทศ ผู้ผลิตยางรายใหญ่ร่วมมือกับไทย แต่หากมีการหักหลังกันเกิดขึ้น ก็ไม่ต้องคิดเลยว่า ตลาดส่งออกยางพาราของไทยคงโดนคู่แข่งแย่งไปหมด

เวทย์ นุชเจริญ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ธนาคารเป็นห่วงว่าหลักเกณฑ์ของนโยบายลดปริมาณการส่งออกยางพาราลง 10% ของรัฐบาล ซึ่งคำนวณจากฐานการส่งออกในปีที่ผ่านมา อาจส่งผลให้ธนาคารมียอดการเบิกใช้สินเชื่อที่ลดลงและมีความเสี่ยงที่ผู้ประกอบการไทย จะสูญเสียตลาดให้กับประเทศคู่แข่ง เนื่องจากปริมาณน้ำยางในแต่ละช่วงของปีมีไม่เท่ากัน ค่าเฉลี่ยทั้งปีไม่สามารถสะท้อนตัวเลขที่แท้จริง

นอกจากนี้ อีกหนึ่งปัญหาที่ผู้ประกอบการมีความกังวลมากขณะนี้ คือเกรงว่าผู้ประกอบการรายใหม่ที่เพิ่งเริ่มการผลิต หรือตั้งโรงงานในปีนี้จะไม่ได้รับอนุญาตให้ส่งออก เนื่องจากไม่มีฐานการคำนวณจากปีที่ผ่านมา ซึ่งผู้ประกอบการกลุ่มนี้มีอยู่หลายรายในภาคอีสาน

ฉะนั้น กลุ่มผู้ส่งออกใหม่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเอสเอ็มอี และได้ขอเงินกู้กับธนาคารพาณิชย์ จะได้รับผลกระทบจากนโยบายของรัฐบาลไปด้วย แค่เพียงสินค้าเกษตร 2 ชนิด คือ ข้าวและยางพารา ก็ทำให้สินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์หายไปเป็นแสนล้านบาท

นี่ยังไม่นับสินค้าเกษตรอื่นๆ ที่จะตามมาอีกเป็นระลอก เช่น หอมแดง สับปะรด ฯลฯ

อย่างไรก็ดี หลังจากที่กระทรวงพาณิชย์เปิดประมูลข้าว 7.5 แสนตัน อาจจะช่วยให้ความต้องการสินเชื่อภาคการเกษตรขยายตัวมากขึ้นได้ และหากประมูลเพิ่ม ก็จะทำให้ความต้องการเงินกู้ไปซื้อขายข้าวเพื่อส่งออกมีมากขึ้น

แม้สินเชื่อสินค้าเกษตรของธนาคารพาณิชย์จะลดลง อาจะทำให้รายได้จากดอกเบี้ยลดลง แต่ความเสี่ยงในการให้กู้ของธนาคารก็ลดลงเช่นกัน และความเสี่ยงนี้จะถูกส่งผ่านไปที่ธนาคารของรัฐที่รับสนองนโยบายเท่านั้น

ที่ความเสี่ยงถูกส่งผ่านไปก็เพราะนโยบายการรับจำนำข้าวทุกเมล็ดนี้ รัฐบาลรับจำนำข้าวสูงกว่าราคาตลาดมาก ฉะนั้นโครงการนี้มีโอกาสที่จะขาดทุนมากกว่าจะมีกำไรจากการส่งออกไม่ได้ การมีค่าใช้จ่ายในการเช่าไซโลเก็บข้าว ค่าจัดการอื่นๆ ซึ่ง ธ.ก.ส. เป็นผู้รับภาระเพียงคนเดียว

ฉะนั้น แม้นโยบายของรัฐจะทำให้ธุรกิจของธนาคารพาณิชย์ได้รับผลกระทบจากการปล่อยสินเชื่อไม่ออก แต่ก็ทำให้ความเสี่ยงมีหนี้เสียน้อยลง ส่วนธนาคารของรัฐจะลำบากแค่ไหน ในที่สุดรัฐก็ต้องเพิ่มทุนอุ้มไว้ไม่ให้เจ๊ง

เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องทุกขลาภของธนาคารพาณิชย์ และไม่น่าเสียใจหากไม่ได้กำไรจากการปล่อยกู้ลูกค้ากลุ่มนี้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท