
บุรีรัมย์แบ่งโซนสอบโกงจำนำข้าว
ตำรวจบุรีรัมย์แบ่งโซนสอบเกษตรกรหลังพบใบชั่งน้ำหนักปลอม โกงจำนำข้าว 44 ล้าน
ตำรวจบุรีรัมย์แบ่งโซนสอบเกษตรกรหลังพบใบชั่งน้ำหนักปลอม โกงจำนำข้าว 44 ล้าน
พ.ต.อ.วิรัตน์ ถาดทอง รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ หัวหน้าคณะกรรมการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรจังหวัด ดูแลรับผิดชอบคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2554/55 ในเขตพื้นที่ อ.หนองกี่ และพื้นที่ใกล้เคียง ได้เรียกประชุมพนักงานสอบสวน 11 อำเภอ เพื่อแบ่งทีมลงพื้นที่สอบสวนเกษตรกร 459 รายจากจำนวนเกษตรกรที่นำข้าวไปเข้าร่วมโครงการรับจำนำยังท่าข้าว "ธนพลพืชผล"กว่า 2,000 ราย หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบพบมีการปลอมแปลงใบชั่งน้ำหนักสอดแทรกกับฉบับจริง จำนวนกว่า 800 ใบเพื่อนำไปประกอบเอกสารยื่นให้เจ้าหน้าที่ อคส.เพื่อขอออกใบประทวนก่อนจะนำไปเป็นหลักฐานขึ้นเงินกับ ธกส.จนสร้างความเสียหายแก่งบประมาณของรัฐกว่า 44 ล้านบาท
นอกจากนี้ยังได้มอบแนวทางการสืบสวนสอบสวนแก่พนักงานสอบสวนด้วยว่าจะต้องทำการสอบสวนอย่างละเอียดและตรงไปตรงมาตั้งแต่ขั้นตอนการขึ้นทะเบียนเป็นเกษตรกรที่มาของใบชั่งน้ำหนักปลอมการแจ้งพื้นที่เพาะปลูกผลผลิตข้าว รวมถึงที่ไปที่มาของข้าวที่นำมาเข้าร่วมโครงการรับจำนำ เพราะบางรายมีปริมาณข้าวเกินจำนวนผลผลิตที่แจ้งไว้เพื่อรวบรวมข้อมูลหลักฐานขยายผล สาวหาตัวผู้บงการหรือผู้ที่อยู่เบื้องหลังในการกระทำทุจริตโครงการรับจำนำข้าวมาดำเนินคดีตามกฎหมายเด็ดขาด
พ.ต.อ.วิรัตน์ กล่าวว่า เบื้องต้นทางตำรวจได้กันเกษตรกรเหล่านี้ไว้เป็นพยานแต่หากผลการสอบสวนพบว่าเกษตรกรรายใดมีส่วนเกี่ยวข้องร่วมในการทุจริตก็จะถูกดำเนินการเอาผิดฐานให้การสนับสนุนในการกระทำความผิดด้วยเนื่องจากเป็นการกระทำความผิดต่างกรรมต่างวาระซึ่งคาดว่าจะต้องใช้เวลาในการสอบสวนอยู่พอสมควร เพราะเกษตรกรมีจำนวนมากโดยได้กำชับพนักงานสอบสวนให้สอบสวนไปตามข้อเท็จจริงเพื่อเอาผิดกับขบวนการทุจริตจำนำครั้งนี้เพราะถือเป็นนโยบายทำให้รัฐเสียหาย ส่วนผู้ต้องหาทั้ง 5 ราย ที่ถูกจับกุมก่อนหน้านี้ ประกอบไปด้วยเจ้าของท่าข้าวพร้อมภรรยา, เจ้าหน้าที่ อคส. และผู้ช่วยเจ้าพนักงาน อคส.ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการสรุปสำนวนส่งฟ้องศาลข้อหา "ฉ้อโกงประชาชน ปลอมแปลงเอกสาร และเป็นเจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ"







