posttoday
นโยบายต้องแม่น

นโยบายต้องแม่น

10 กันยายน 2555

ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้กับแนวความคิดที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้วระหว่าง นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.คมนาคม และ พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก รมช.คมนาคม เกี่ยวกับนโยบายการยกเลิกโครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดง ช่วงบางซื่อรังสิต ที่ใช้วงเงินก่อสร้างกว่า 7 หมื่นล้านบาท ซึ่งเปิดประกวดราคาคัดเลือกผู้ก่อสร้างแล้ว และอยู่ระหว่างรอลงนามสัญญาว่าจ้าง

ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้กับแนวความคิดที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้วระหว่าง นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.คมนาคม และ พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก รมช.คมนาคม เกี่ยวกับนโยบายการยกเลิกโครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดง ช่วงบางซื่อรังสิต ที่ใช้วงเงินก่อสร้างกว่า 7 หมื่นล้านบาท ซึ่งเปิดประกวดราคาคัดเลือกผู้ก่อสร้างแล้ว และอยู่ระหว่างรอลงนามสัญญาว่าจ้าง

โดย พล.ต.ท.ชัจจ์ ให้สัมภาษณ์ว่าต้องการยกเลิกโครงการนี้ เพราะทับซ้อนกับการก่อสร้างส่วนต่อขยายของโครงการรถไฟแอร์พอร์ตเรลลิงค์ จากสถานีพญาไทไปสนามบินดอนเมืองและสามารถขยายเส้นทางต่อไปยังรังสิตได้เช่นกัน หากยกเลิกโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงจะสามารถประหยัดงบประมาณได้หลายหมื่นล้านบาท

แต่เพียงข้ามวัน นายจารุพงศ์ ก็ออกมาให้สัมภาษณ์ทันทีว่าไม่มีทางที่รัฐบาลจะยกเลิกโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง เพราะได้ประกวดราคาคัดเลือกเอกชนก่อสร้างแล้ว และอยู่ระหว่างรอลงนามสัญญาว่าจ้าง

แนวความคิดที่แตกต่างกันมากขนาดนี้ และยังออกมาจากรัฐมนตรีภายในกระทรวงเดียวกัน สะท้อนให้เห็นถึงการขาดการประสานงานกันระหว่างรัฐมนตรีภายในกระทรวงคมนาคม

และยังรวมไปถึงแนวนโยบายในการดำเนินงานที่ไม่ไปในทิศทางเดียวกัน

น่าเป็นห่วงเหลือเกินกับการทำงานของรัฐมนตรีของกระทรวงคมนาคมในยุคนี้

การสร้างรถไฟฟ้าแต่ละสายนั้นไม่ใช่ว่าอยากให้เกิดก็เกิดขึ้นมาได้ อยากให้วิ่งผ่านเส้นทางใด หรือผ่านที่ของใครก็ทำได้ เพราะต้องผ่านการพิจารณาอย่างรอบคอบจากสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) และผ่านความเห็นชอบจาก ครม.เสียก่อน และต้องสอดคล้องกับระบบขนส่งมวลชนของประเทศอีกด้วย ต้องผ่านการคิดอย่างรอบคอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผ่านการประชาพิจารณ์ ได้รับความเห็นชอบจากภาคประชาชน

และเมื่อแผนทุกอย่างถูกกำหนดขึ้นมา ทุกอย่างต้องเดินหน้าต่อไปตามแผนงานที่วางไว้ ไม่ใช่อยากจะบอกเลิกโครงการก็บอกเลิก เพราะโครงการเหล่านี้เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคเอกชน หากรัฐบาลมาบอกยกเลิกโครงการ โดยอ้างว่าทับซ้อนกันอีกเส้นทางหนึ่ง สิ่งที่รัฐบาลต้องทำคือ มองย้อนกลับไปดูตัวเองว่า ทำไมถึงมีโครงการที่ทับซ้อนกันเกิดขึ้นได้

อย่าให้เกิดขึ้นเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นมาอีก เพราะถือว่าเป็นการทำลายความน่าเชื่อถือของรัฐบาลอย่างมาก หลังจากที่รัฐบาลต้องประสบปัญหากับคำว่า “โกหกสีขาว” มาแล้ว

หลังจากนี้รัฐมนตรีทุกคนจะต้องไปศึกษาแผนของกระทรวงที่ตนเองรับผิดชอบให้ถ่องแท้ เพื่อให้นโยบายของทุกฝ่ายเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ประเทศชาติไม่ใช่ของเล่นที่อยากพูดอะไรก็พูด

ข่าวล่าสุด

ฝรั่งเศสเดือด! ม็อบค่าครองชีพลามเป็นจลาจล ปะทะตำรวจทั่วประเทศ

ฝรั่งเศสเดือด! ม็อบค่าครองชีพลามเป็นจลาจล ปะทะตำรวจทั่วประเทศ