
ฝนหนักน้ำเหนือมาเที่ยงนี้อยุธยาท่วม
น้ำเหนือเริ่มหลากแล้ว เขื่อนเจ้าพระยาระบายเพิ่ม อ่างทองอ่วม เตือนคนอยุธยาเก็บของก่อนเที่ยงวันนี้
น้ำเหนือเริ่มหลากแล้ว เขื่อนเจ้าพระยาระบายเพิ่ม อ่างทองอ่วม เตือนคนอยุธยาเก็บของก่อนเที่ยงวันนี้
นายฎรงค์กร สมตน ผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่ 12 เปิดเผยว่า เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท จำเป็นต้องระบายน้ำเพิ่มขึ้น เนื่องจากภาคเหนือและภาคกลางฝนตกหนัก ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำปิง วัง ยม น่าน และเจ้าพระยา เพิ่มสูงขึ้น จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่ จ.ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด ซึ่งสถานการณ์น้ำเจ้าพระยาล่าสุดที่หน้าศาลากลางจังหวัดอ่างทองวัดได้ 6.74 เมตร ที่ อ.ป่าโมก สูง 7.74 เมตร ซึ่งมีประชาชนได้รับผลกระทบแล้ว
นายไมตรี ปิตินานนท์ผู้อำนวยการสำนักงานโครงการชลประทาน จ.พระนครศรี อยุธยา เปิดเผยว่า น้ำจาก จ.นครสวรรค์ จะเพิ่มสูงขึ้นถึง 2,000 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อวินาที เนื่องจากมีฝนตกหนักในพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชร พิจิตร และพิษณุโลก รวมถึง มีน้ำป่าไหลหลาก โดยน้ำจะไหลมาถึงเขื่อนเจ้าพระยาช่วงเวลา 24.00 น. ของคืนวันนี้ ซึ่งจะมีมีผลกระทบต่อจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และจะมีผลกระทบต่อ จ.พระนครศรีอยุธยา ในเวลา 12.00 น. วันที่ 10 ก.ย.นี้ โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มด้านตะวันตกของจังหวัด เช่น อ.ผักไห่ บางบาล และเสนา มีน้ำในตลิ่งเพิ่มสูงขึ้น 4050 เซนติเมตร จึงขอให้ประชาชนที่มีบ้านอยู่ริมตลิ่งทั้งสามอำเภอเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง และเตรียมขนย้ายสิ่งของไว้ในที่สูงเพื่อป้องกันน้ำท่วมฉับพลัน
สถานการณ์น้ำป่าจากห้วยขุนแก้ว ที่หลากเข้าท่วมตำบลบ่อแร่ อำเภอวัดสิงห์ จังหวัดชัยนาท ชาวนาต้องต้องรีบนำกระสอบทรายไปเสริมคันนาให้สูงขึ้น และเร่งสูบน้ำที่ท่วมออกป้องกันไม่ให้ข้าวนับ100ไร่ที่กำลังออกรวง ต้องจมน้ำได้รับความเสียหาย
ชาวบ้านในพื้นที่ตำบลโผงเผง เมืองอ่างทอง เร่งสร้างสะพานไม้เข้าออกบ้านตัวเอง หลังน้ำเจ้าพระยาเอ่อท่วมสูงกว่า 60 ซม.ท่วมถึงใต้ถนบ้านแล้ว เผยชินชาไม่เครียดรับสภาพได้ เนื่องจากถูกน้ำท่วมทุกปี ขณะทีจังหวัดอ่างทอง ประกาศเตือนชาวบ้านให้เตรียมพร้อม
เวลา 15.00 น.วันนี้ (9 ก.ย.55) นางทุเรียน มะลิวัลย์ อายุ 49 ปี ชาวบ้านหมู่ 6 ต.โผงเผง อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง เร่งสร้างสะพานไม้ขนาดสูงกว่า 2 เมตร ยาวประมาณ 4 เมตร พาดหน้าต่างประตูครัวทำอาหาร เชื่อมถนนไว้เป็นทางเดินออกจากตัวบ้าน หลังน้ำจากคลองโผงเผง คลองสาขา แม่น้ำเจ้าพระยา เอ่อล้นตลิ่งไหลเข้าท่วมบ้านสูงกว่า 60 เซนติเมตร ทำให้การเดินทางเข้าออกบ้านแต่ละครั้งยากลำบาก จนต้องสร้างสะพานไม้เป็นทางเข้าออก
นายบุญอินทร์ ชื่นชวลิตผู้อำนวยการเขื่อนศรีนครินทร์ เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำในวันที่ 9 ก.ย. มีปริมาณน้ำอยู่ในอ่างเก็บน้ำ 14,700.36 ล้านลบ.ม. คิดเป็น 82.84% ของปริมาณความจุทั้งหมด เหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง (สูงสุด 180) สามารถรับน้ำได้อีก 3,044.74 ล้าน ลบ.ม. และมีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำ 140.96 ล้าน ลบ.ม. ขณะที่การระบายน้ำเมื่อวันที่ 8 ก.ย. อยู่ที่ 12.97 ล้าน ลบ.ม.
สำหรับแผนการระบายน้ำดังกล่าว เป็นแผนการระบายน้ำที่คณะทำงานวางแผนการเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง และคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ จะร่วมกันพิจารณาแผนการระบายน้ำของเขื่อน เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ภัยแล้งและในสถานน้ำการณ์ที่มีปริมาณน้ำหลาก จึงขอให้ประชาชนท้ายน้ำไม่ต้องวิตกกังวล เนื่องจากเขื่อนยังสามารถรองรับปริมาณน้ำได้อีก
ด้าน นายณัฐจพนธ์ ภูมิเวียงศรี ผู้อำนวยการเขื่อนวชิราลงกรณ เผยว่า เขื่อนวชิราลงกรณ ปริมาณน้ำปัจจุบัน (9 ก.ย. 55) อยู่ที่ 7,347.08 ล้านลูกบาศก์เมตร (เก็บกักสูงสุด 8,860 ล้าน ลบ.ม.) คิดเป็น 82.92% อยู่ที่ระดับ 150.90 เมตร เหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง (สูงสุด 155) สามารถรองรับน้ำได้อีก 1,512.92 ล้านลูกบาศก์เมตร และมีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำ (8 ก.ย.55) จำนวน 107.40 ล้าน ลบ.ม. ขณะที่การระบายน้ำของวันที่ 8 ก.ย. 55 อยู่ที่ 30.02 ล้าน ลบ.ม. (จากแผนระบายน้ำของชลประทานให้ระบายวันละ 5 ล้าน ลบ.ม.) ทั้งนี้อ่างเก็บน้ำของเขื่อนวชิราลงกรณ มีแนวโน้มปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนมากอย่างต่อเนื่อง อาจทำให้ระดับน้ำในอ่างสูงเกินระดับน้ำควบคุมตัวบน จึงได้ปรับการระบายน้ำให้เหมาะสมที่ท้ายน้ำสามารถรับได้ เพื่อมิให้การระบายน้ำส่งผลกระทบต่อสภาพท้ายน้ำ
ชาวบ้านติดลุ่มน้ำสงครามยังวิตก หวั่นน้ำโขงหนุนเอ่อท่วม เร่งจัดสิงของขึ้นที่สูง
เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2555 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงนี้สถานการณ์น้ำโขง และน้ำสงคราม ยังมีการเฝ้าระวังต่อเนื่อง โดยระดับน้ำโขงยังทรงตัวที่ประมาณ 9.50 เมตร ห่าสงจากจุดวิกฤติประมาณ 4 เมตร คือ ที่ 13 เมตร ซึ่งในส่วนของชาวบ้านที่มีบ้านเรือนอาศัยอยู่ติดลุ่มน้ำสงคราม บริเวณบ้านท่าบ่อ ต.ท่าบ่อสงคราม ที่เกิดปัญหาน้ำโขงหนุนทำให้ลำน้ำสงครามเอ่อท่วมทุกปี ยังมีการเตรียมพร้อมเฝ้าระวัง จัดเตรียมสิ่งของสำคัญไว้ในที่สูง พร้อมมีการจัดเตรียมแพ และเรือ เมื่อเกิดปัญหาน้ำหนุนท่วมสูง จะได้เคลื่อนย้ายได้อย่างปลอดภัย
จากการสอบถาม นายถวิล อาจวิชัย อายุ 51 ปี ชาวบ้าน ต.ท่าบ่อสงคราม อ.ศรีสงคราม จงฯครพนม กล่าวว่า ในช่วงนี้ชาวบ้านลุ่มน้ำสงคราม โดยเฉพาะชาวบ้านในพื้นที่ ต.ท่าบ่อสงคราม ที่ประสบปัญหาน้ำโขงหนุนลำน้ำสงคราม เอ่อท่วมทุกปี สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านกว่า 200 หลังคาเรือน ยังมีการเฝ้าระวังต่อเนื่อง เนื่องจากระดับน้ำสงครามยังเพิ่มต่อเนื่อง ชาวบ้านส่วนใหญ่จึงได้มีการจัดเตรียมเก็บสิงของสำคัญขึ้นที่สูง ป้องกันได้รับความเสียหาย พร้อมจัดเตรียมแพ และเรือหางยาว เมื่อเกิดน้ำเอ่อหนุนท่วมจะได้ช่วยเหลือตัวเองได้ เนื่องจากปีที่ผ่านมราชาวบ้านประสบปัญหาหนัก ระดับน้ำเอ่อท่วมสูง ประมาณ 3 เมตร เพราะน้ำโขงเพิ่มสูง ทำให้หนุนลำน้ำสงครามเอ่อท่วม ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ ต.ท่าบ่อสงครามที่ติดกับลุ่มน้ำสงคราม จะมีการสร้างบ้านแบบยกสูงทั้งหมด เพราะปรับสภาพให้เข้ากับพื้นที่น้ำท่วมทุกปี แต่ในปีนี้เชื่อว่า จะได้รับผลกระทบไม่รุนแรง เนื่องจากระดับน้ำโขงยังไม่ถึงจุดวิกฤติ แต่ก็ต้องเตรียมพร้อมตลอดเวลา เพราะหากมีฝนตกต่อเนื่อง และเกิดน้ำหลาก เพียงแค่ข้ามคืน ก็สามารถเอ่อเข้าท่วมหมู่บ้านได้ทันที
นายวิบูลย์ สงวนพงศ์อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่าปภ. ได้กลั่นกรองเรื่องคำขอการจ่ายเงินเยียวยาซ่อมแซมที่อยู่อาศัยไม่เกิน 2 หมื่นบาทต่อหลัง แล้วเสร็จแล้วใน 5 จังหวัด 6,000 ล้านบาท และเสนอเรื่องไปให้กรมบัญชีกลางเพื่ออนุมัติการจ่ายเงินเยียวยาแล้ว
ทั้งนี้คาดว่าจะใช้เวลา 1 เดือนจึงจะจ่ายเงินให้ประชาชนได้ครบทั้งหมด







