
แจ้งเพิ่ม4ข้อหาหนัก!นักข่าวมาเฟียยำร้านเน็ต
เจ้าของร้านอินเทอร์เน็ตเชียงรายแจ้งความเพิ่ม 4 ข้อหา 2นักข่าวมาเฟียอ้างเป็นตร.บุกทำร้ายร่างกายพนักงานเฝ้าร้าน-ไถเงิน
เจ้าของร้านอินเทอร์เน็ตเชียงรายแจ้งความเพิ่ม 4 ข้อหา 2นักข่าวมาเฟียอ้างเป็นตร.บุกทำร้ายร่างกายพนักงานเฝ้าร้าน-ไถเงิน
เมื่อวันที่ 9 ก.ย. จากกรณี นายชาญชัย ไชยชุมภู อายุ 32 ปี บ้านเลขที่ 89/1 ม.15 ต.รอบเวียง อ.เมือง จ.เชียงราย ผู้สื่อข่าวของหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นฉบับหนึ่ง และนายธีระวัฒน์ คำธิตา อายุ 41 ปีบ้านเลขที่ 8881/8 ถ.อุตรกิจ เทศบาลนครเชียงราย ผู้สื่อข่าวพิเศษของสถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่งได้บุกเข้าไปในร้านเวอร์จิ้นเน็ต อ.เมือง จ.เชียงราย และทำร้ายร่างกายพนักงานเฝ้าร้าน พร้อมยิงปืนขึ้นฟ้า รวมทั้งถีบจักรยานยนต์ลูกค้าได้รับความเสียหาย
ล่าสุด นายธัชพล พันธุศิลป์ อายุ 32 ปี เจ้าของร้าน นายณรงค์เดช บุญกล้าหาญอายุ 22 ปี และ น.ส.ศิริสัญญา ศรีจันทร์ อายุ 18 ปี ซึ่งเป็นลูกจ้างร้านที่ถูกทำร้าย ได้เข้าพบ ร.ต.อ.สันติ ศิริสำราญ ร้อยเวรเจ้าของคดีให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้ง 2 คนใน 4 ข้อหาคือบุกรุก ทำร้ายร่างกาย ทำลายทรัพย์สินหลายรายการ และข้อหาพยายามฆ่า
นายธัชพลกล่าว ก่อนเกิดเหตุได้ผู้ต้องหาพร้อมกลุ่มเพื่อน 4 คน อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาเรียกเก็บค่าคุ้มครองจากร้านเกมส์ดังกล่าวแต่ทางร้านไม่ยอมให้ ต่อมาผู้ต้องหาทั้งสองคนได้บุกเข้าไปทำร้ายร่างกายพนักงานในร้านทั้งชายและหญิงรวมถึงทำลายทรัพย์สิน ก่อนจะใช้อาวุธปืนยิงขู่หลายนัดรวมทั้งหันปากกระบอกปืนไปที่พวกตน จากนั้นได้ลั่นไกแต่โชคดีปืนแฉลบลงพื้นจึงไม่มีผู้ใดถูกยิงจนได้รับอันตราย ซึ่งทาง ร.ต.อ.สาธิต ได้บันทึกปากคำไว้เป็นหลักฐานพร้อมกับหลักฐานอื่นๆ เช่น ภาพจากกล้องวงจรปิด เอกสารการรักษาจากโรงพยาบาล ฯลฯ
"ขอให้ทางตำรวจดำเนินคดีให้เต็มที่และถึงที่สุดเพราะถือว่าอุกอาจกลางเมือง โดยนอกจากจะบุกเข้าไปทำร้ายคนในร้านยังใช้อาวุธปืนยิงในที่สาธารณะ และยังทำร้ายร่างกายคนที่อยู่ในเหตุการณ์ซึ่งไม่เกี่ยวข้องด้วย รวมทั้งมีการทำลายทรัพย์สินทั้งในร้านและนอกร้าน เช่น คอมพิวเตอร์หลายเครื่อง จักรยานยนต์ลูกค้า ฯลฯ เพราะหากไม่การดำเนินการใดๆ เกรงว่าตนและคนอื่นๆ อาจจะไม่ปลอดภัยอีก"นายธัชพลกล่าว
ด้าน ร.ต.อ.สันติ ศิริสำราญ ร้อยเวรเจ้าของคดี แจ้งว่า ทางตำรวจได้รับเรื่องไว้แล้ว และก่อนหน้านี้ได้มีการแจ้งข้อหาแก่ผู้ต้องหาทั้งสองคนในคดีมีอาวุธปืน ครอบครองอาวุธปืน พกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะและยิงปืนในที่สาธารณะ ซึ่งทั้งคู่ได้ประกันตัวออกไปแล้ว โดยครั้งนี้ก็ได้รับแจ้งความเพิ่มเติมอีก 4 ข้อหาแล้ว โดยคดีดังกล่าวทางผู้บังคับบัญชาให้ความสนใจและยืนยันว่าจะให้ความยุติธรรมกับทุกฝ่าย
อย่างไรก็ตามหลังเกิดเหตุได้มีการเสนอภาพคลิปของกล้องวงจรปิดผ่านโชเซียลมีเดีย ทางอินเตอร์เน็ต และปรากฎเป็นข่าวทางโทรทัศน์หลายช่อง ซึ่งระบุเหตุการณ์เมื่อวันที่ 8 ก.ย. ที่ผู้ต้องหา 2 คน เข้าไปที่ร้านอินเทอร์เน็ตเวอร์จิ้นเน็ต จากนั้นตบต่อยคนดูแลร้านทั้งชายและหญิงอย่างอุกอาจ ก่อนจะชกต่อยกับคนดูแลร้าน และออกไปที่หน้าร้านถีบผลักรถจักรยานยนต์ของผู้ไปใช้บริการร้านจนล้มลงหลายคัน
จากนั้นได้ชักอาวุธปืนพกสั้นยิง เพื่อข่มขู่อีกหลายนัด กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปควบคุมตัวไประงับสติอารมณ์ที่ สภ.เมืองเชียงราย และยึดอาวุธปืนของกลางเป็นปืนพกสั้นออโตเมติก ขนาด 9 มม.ยี่ห้อซีแซด เอาไว้เป็นของกลางดังกล่าว และช่วงเช้าทั้งคู่ประกันตัวออกไปด้วยวงเงินประมาณ 200,000 บาท จนเจ้าทุกข์มาแจ้งความเพิ่มเติมดังกล่าว







