
แนวรับรัฐบาลกก.สิทธิฯเดินหน้าเจรจาตอกแม้วหยุดรื้อสะพานสันติภาพ
กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ยังยืนยันที่จะทำหน้าที่ในการประสานงานการเจรจาระหว่างกลุ่มคนเสื้อแดงและรัฐบาลต่อไป แม้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ออกมากล่าวหากรรมการสิทธิฯ ไม่เป็นกลาง
“
กรรมการสิทธิฯ ไม่เคยบอกว่าจะเป็นคนกลางในการเจรจา แต่ขอทำหน้าที่เป็นคนเชื่อม ซึ่งเวลานี้เราได้เปิดประตูให้ทั้งสองฝ่ายแล้วก็อยู่ที่เขาว่าจะทำอย่างไรต่อ เราจะพยายามพูดคุย โดยใครคุยกับใครได้ก็ไปคุย เพื่อนำไปสู่การคลี่คลายปัญหาเท่าที่ทำได้ ถ้าเดินหน้าไปแล้วตรงไหนมันตีบตันก็หยุด แต่ถ้าเดินต่อไปได้ก็เดินต่อไป” นางอมรา พงศาพิชญ์ ประธานกรรมการสิทธิฯ กล่าวทั้งนี้ การจะเจรจาให้ยุติโดยเร็วทำได้ยาก อีกทั้งสันติวิธีต้องหาทางเลือกหลายๆ ทาง ไม่มีสูตรสำเร็จหรือมีเส้นทางเดียวให้เดิน จึงต้องไม่เร่งรัด เร่งเร้าทำงาน แต่ต้องรอดูสถานการณ์ โดยเบื้องต้นก็จะดูว่ามีประเด็นอะไรที่ทั้งสองฝ่ายสนใจและสามารถพูดคุยหาจุดร่วมได้ เป็นประเด็นขัดแย้งกันก็ให้พักเอาไว้ก่อน
สำหรับที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำเสื้อแดง ระบุว่า จะเข้าสู่กระบวนการเจรจาก็ต่อเมื่อนายกฯ ต้องยุบสภาและพร้อมเจรจากับคนเสื้อแดงโดยไม่มีเงื่อนไข นางอมรา กล่าวว่า สิ่งที่นายจตุพรตั้งเงื่อนไขก็คือให้นายกฯ ไม่มีเงื่อนไข ดังนั้นตัวนายจตุพรก็ควรตัดเงื่อนไขที่นายกฯ ต้องยุบสภาออกไปก่อน แล้วคุยกันในประเด็นที่คุยกันได้เสียก่อน
นพ.แท้จริง ศิริพานิช กรรมการสิทธิฯ กล่าวว่า เชื่อว่าขณะนี้สังคมขานรับกับการที่ทั้งคนเสื้อแดงและรัฐบาลจะได้มีการเจรจากัน ดังนั้นการที่ พ.ต.ท.ทักษิณออกมาบอกเช่นนี้ก็จะถูกตั้งคำถามว่าคุณไม่อยากเจรจาเพราะอะไร ในเมื่อสังคมก็ไม่อยากเห็นความรุนแรง
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กรรมการสิทธิฯ กำลังประสานกับทุกภาคส่วนของสังคม ไม่ว่าจะเป็นสื่อมวลชน นักสันติวิธี นักการเมือง ภาคประชาสังคม ให้เข้ามาร่วมกำหนดกติกากลาง คาดว่าจะใช้เวลา 1 สัปดาห์น่าจะทราบว่าใครที่สามารถเข้ามาร่วมในการกำหนดกติกากลาง
“
เวลานี้เรื่องของการเจรจามันจุดติดแล้วในสังคม ซึ่งผมก็อยากให้มีการทำโพล ถามคนในสังคมว่าอยากให้การชุมนุมไม่เป็นไปด้วยความรุนแรงหรือไม่ และถ้าสองฝ่ายจะเจรจากันควรจะเริ่มจากประเด็นอะไรดี เชื่อว่าผลโพลจะออกมาในทางบวก แล้วจะเป็นตัวไปกดดันทั้งรัฐและคนเสื้อแดงให้เข้าสู่กระบวนการสันติวิธี ซึ่งถ้าถึงตรงนั้นใครบอกว่าไม่คุยก็หมาแล้ว” นพ.แท้จริง กล่าวนพ.ชูชัย ศุภวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการสิทธิฯ กล่าวว่า ตนเองกับ ผบ.ทอ. มีความสนิทคุ้นเคยกันฉันญาติ แต่ไม่ได้เอาเรื่องหน้าที่การงานมาเกี่ยวพันกัน และการกล่าวหาที่มีข้อมูลไม่ครบถ้วนและเข้าใจคลาดเคลื่อน และขอวิงวอน พ.ต.ท.ทักษิณให้หยุดบิดเบือนและทำให้กระบวนการเจรจาต้องหยุดชะงักลง เพราะเท่ากับเป็นการรื้อสะพานแห่งสันติภาพที่เริ่มก่อตัวขึ้น ตนเองไม่อยากเห็นทั่วทั้งแผ่นดินต้องลุกเป็นไฟเช่นที่เกิดขึ้นที่ปลายด้ามขวานจนยากแก่การเยียวยา
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เท่าที่ฟังดูเหมือนว่า พ.ต.ท.ทักษิณไม่อยากคุย วันนี้จึงต้องพิสูจน์กันว่าตกลงแกนนำ นปช. จะเป็นผู้ตัดสินใจ หรือ พ.ต.ท.ทักษิณจะเป็นคนชี้ อย่างนี้ก็แสดงว่าการที่มีการเรียกร้องของผู้ชุมนุมไม่ได้มีหลักประกันเลยว่าจะนำไปสู่ความสงบตราบเท่าที่ พ.ต.ท.ทักษิณไม่พอใจ ดังนั้นกระบวนการพูดคุยควรจะเอาประโยชน์ของบ้านเมืองเป็นที่ตั้ง และไม่เคยปฏิเสธช่องทางนี้
“
ผมพูดมาตลอดว่าไม่ได้คิดจะอยู่ครบเทอม ผมขอย้ำอีกครั้งว่ายุบสภาหากเเก้ปัญหาได้ก็มาคุยกัน หากยุบสภาเเล้วยังไปปลุกระดมให้เกิดความเกลียดชังกัน ความเเตกเเยกก็ไม่จบวันนี้ผมรอดูว่าเเกนนำผู้ชุมนุมพร้อมจะคุยกับผมโดยให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมาเป็นตัวเชื่อม แต่พอ พ.ต.ท.ทักษิณบอกว่าไม่เอา ผมจะดูว่าตกลงเเล้วเเกนนำหรือ พ.ต.ท.ทักษิณคือคนที่กำหนดเรื่องราวต่างๆ ตรงนี้ เเละจะได้เห็นชัดขึ้นว่าสุดท้ายในการเคลื่อนไหวนำไปสู่อะไร เเละยุบสภาเเก้ปัญหาได้จริงไหม
” นายอภิสิทธิ์ กล่าว






