posttoday
ของเล่นเศนษฐี ซิ่งท้ามฤตยู

ของเล่นเศนษฐี ซิ่งท้ามฤตยู

09 กันยายน 2555

ฝุ่นตลบสังคมไทย หลังเกิดอุบัติเหตุรถเฟอร์รารีของบุตรชายเจ้าสัวกระทิงแดง พุ่งเสยร่าง ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ ผบ.หมู่ ป.สน.ทองหล่อ แต่กลับมีตำรวจนายหนึ่งพยายามหาแพะมารับโทษทัณฑ์แทน รวมถึงเหตุการณ์สาว 17 ปี ซิ่งซีวิคขยี้ 9 ศพ โดยไม่เคยมีคำขอโทษหลุดออกจากปาก คดีสะเทือนขวัญเหล่านี้ทำให้เกิดคำถามต่อผู้ก่อเหตุที่ควรออกมาแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม

ฝุ่นตลบสังคมไทย หลังเกิดอุบัติเหตุรถเฟอร์รารีของบุตรชายเจ้าสัวกระทิงแดง พุ่งเสยร่าง ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ ผบ.หมู่ ป.สน.ทองหล่อ แต่กลับมีตำรวจนายหนึ่งพยายามหาแพะมารับโทษทัณฑ์แทน รวมถึงเหตุการณ์สาว 17 ปี ซิ่งซีวิคขยี้ 9 ศพ โดยไม่เคยมีคำขอโทษหลุดออกจากปาก คดีสะเทือนขวัญเหล่านี้ทำให้เกิดคำถามต่อผู้ก่อเหตุที่ควรออกมาแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม

ไม่เฉพาะบ้านเราเท่านั้นที่มีความข้องใจเกี่ยวกับพฤติกรรมของผู้มีอันจะกินและผู้มีอำนาจทางสังคม จนเกิดกระแสกดดันเรียกร้องให้ผู้กระทำผิดต้องแสดงความรับผิดชอบอย่างตรงไปตรงมา เช่นเดียวกับหลายประเทศก็เกิดคำถามในลักษณะเดียวกันนี้

ย้อนไปเมื่อเดือน มี.ค. เกิดโศกนาฏกรรม “เฟอร์รารี” ช็อกสายตาชาวโลก จุดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมจีนเป็นวงกว้าง ซึ่งนอกจากจะเป็นเหตุการณ์ที่สะท้อนให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำของชนชั้นและความไม่เท่าเทียมระหว่างคนรวยกับคนจนในสังคมแดนมังกรแล้ว ยังตีแผ่ให้เห็นถึงการเลือกปฏิบัติของบุคคลที่มีอำนาจในประเทศจีนอีกด้วย

เหตุเพราะภายหลังจากที่หนังสือพิมพ์เซาท์ไชนามอร์นิง โพสต์ ของฮ่องกง รายงานว่า ได้เกิดเหตุรถยนต์สปอร์ตหรู เฟอร์รารี สีดำ เสียหลักพลิกคว่ำใจกลาง กรุงปักกิ่งของจีนในช่วงเช้ามืดของวันที่ 18 มี.ค. ส่งผลให้คนขับเสียชีวิตคาที่ ขณะที่หญิงสาว 2 คน ที่โดยสารไปด้วย ได้รับบาดเจ็บสาหัสนั้น ในช่วงแรกรายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าวถูกเก็บไว้เป็นความลับอย่างเงียบสนิท ถึงขั้นที่มีการใช้ชื่อปลอมในใบมรณบัตรของผู้ตายว่าชื่อ “เจีย”

ทว่า เมื่อเวลาผ่านไปเกือบ 6 เดือนเต็ม ความจริงจึงถูกเปิดเผยว่า แท้จริงแล้วคนขับเฟอร์รารีคันดังกล่าวคือ “หลิงกู้” วัย 23 ปี ซึ่งเป็นถึงลูกชายของนักการเมืองชื่อดังของจีนที่ชื่อ “หลิงจี้หัว” วัย 55 ปี ในฐานะเลขาธิการคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์ ที่ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในคนสนิทของประธานาธิบดี หูจิ่นเทา ทีเดียว

ภายหลังจากข่าวอื้อฉาวที่มีส่วนเกี่ยวข้องโยงใยกับนักการเมืองระดับสูงของรัฐบาลจีนถูกเผยแพร่เป็นวงกว้าง ส่งผลให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความชอบธรรมในสังคมในทันที ไม่ว่าจะเป็นประเด็นความร่ำรวยผิดปกติของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองว่า สาเหตุใดบุตรชายวัยรุ่นของข้าราชการจีนจึงสามารถมีรถยนต์คันหรูราคาหลายสิบล้านบาทได้ หากผู้เป็นพ่อได้รับเงินเดือนไม่มากนัก

นอกจากนี้ ยังมีการตั้งคำถามถึงประเด็นเสรีภาพของสื่อมวลชน เหตุเพราะหลังจากนั้นไม่นานทางการจีนได้จัดการเซ็นเซอร์คำค้นหาที่เกี่ยวข้องกับคำว่าเฟอร์รารี เจ้าชายหลิง คาร์ เซ็กซ์ บนโลกอินเทอร์เน็ตทั้งหมดอีกด้วย

ยิ่งไปกว่านั้น โศกนาฏกรรมดังกล่าวยังนับเป็นการกระชากหน้ากากและทำลายภาพลักษณ์ของรัฐบาลจีน ก่อนหน้าที่จะมีการถ่ายโอนอำนาจครั้งสำคัญ เนื่องจากมีการคาดการณ์ในเบื้องต้นว่า สาเหตุของอุบัติเหตุในครั้งนั้นเกิดจากความประมาทของคนขับ ซึ่งอาจกำลังเล่นเสียวระเริงเซ็กซ์กับผู้โดยสารหญิงทั้ง 2 คน ขณะกำลังซิ่งรถเฟอร์รารีด้วยความเร็วสูง เนื่องจากทั้งหมดต่างอยู่ในสภาพเปลือยและกึ่งเปลือยทั้งสิ้น

ความฉาวโฉ่ที่ปรากฏออกมานั้นส่งผลให้ หลิงจี้หัว ผู้เป็นพ่อ ถูกสั่งย้ายแบบสายฟ้าแลบให้ไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีองค์การบริหารองค์การส่วนหน้า ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ไม่ค่อยมีบทบาทหรืออำนาจทางการเมืองมากเท่ากับตำแหน่งเดิมของเขา โดยในขณะนี้ หลีซางชูว คนสนิทของ สีจิ้นผิง ว่าที่ผู้นำประเทศคนใหม่ ขึ้นรับตำแหน่งแทนเรียบร้อยแล้ว

กรณีโศกนาฏกรรมรถยนต์คันหรูที่ก่อให้เกิดกระแสความไม่พอใจของคนในสังคมอย่างรุนแรงตามมานั้น ยังเกิดขึ้นในสิงคโปร์อีกด้วย

ดังเช่นกรณีของ “หม่าชี่” เศรษฐีชาวจีน วัย 31 ปี ซึ่งควบรถเฟอร์รารีสีแดงคันหรูมูลค่าสูงถึง 1.4 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 43.4 ล้านบาท) ฝ่าไฟแดงและพุ่งชนรถแท็กซี่บริเวณสี่แยกเข้าอย่างจัง จนเป็นเหตุให้เจ้าตัว คนขับรถแท็กซี่ชาวสิงคโปร์ และผู้โดยสารอีก 1 คน เสียชีวิตคาที่ ในช่วงเช้ามืดของวันที่ 12 พ.ค.ที่ผ่านมา ปลุกเร้าให้เกิดความโกรธแค้นในกลุ่มชาวสิงคโปร์ที่ต่อต้านการไหลทะลักเข้ามาของชาวต่างชาติมากยิ่งขึ้นเป็นประวัติการณ์

ชาวสิงคโปร์ต่างมองว่าบรรดาชาวต่าง ชาติที่ไหลทะลักเข้ามาในประเทศนั้น กำลังทำให้สิงคโปร์ตกอยู่ในความเสี่ยง เหตุเพราะคนขับแท็กซี่ชาวสิงคโปร์เป็นเพียงผู้หาเช้ากินค่ำและทำหน้าที่เป็นเสาหลักของครอบครัว แต่กลับต้องมาตกเป็นเหยื่อของเศรษฐีต่างชาติรักสนุกที่ใช้ชีวิตอย่างประมาท

นอกจากนี้ ชาวต่างชาติเหล่านี้นอกจากจะเป็นตัวการในการปั่นราคาอสังหาริมทรัพย์ในประเทศพุ่งสูงขึ้นจากการเก็งกำไรแล้ว ยังเข้ามาแย่งงาน แย่งใช้ระบบสาธารณูปโภค เช่น รถไฟใต้ดิน จนทำให้ระบบการเดินรถขัดข้องครั้งใหญ่ถึง 2 ครั้งในรอบ 1 ปีอีกด้วย

บทเรียนจากโศกนาฏกรรมเหล่านี้นับเป็นตัวอย่างให้บรรดาเศรษฐีและผู้มีอำนาจทั้งหลายพึงสังวรไว้ หากยังคิดว่ามีอำนาจเงินล้นฟ้าแล้วจะรอดพ้นความผิดได้ แต่สังคมก็จะช่วยกันลงทัณฑ์โดยไม่ต้องรอถึงชาติหน้า

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท