
ซู่เดียวจม โครมเดียวมิด ผิดที่ใคร'กบอ-กทม.'?
การยกเลิกการทดสอบระบบระบายน้ำฝั่งตะวันออกของคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.)
การยกเลิกการทดสอบระบบระบายน้ำฝั่งตะวันออกของคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.)
ซึ่งกำหนดไว้วันที่ 7 ก.ย. สะท้อนว่า การจัดการน้ำทั้งระบบล้มเหลวและไม่สามารถ “เอาอยู่” ตามราคาคุย
เหตุเพราะตลอดวันที่ 6 ก.ย. ต่อเนื่องข้ามคืนวันที่ 7 ฝนตกหนักต่อเนื่องกระทั่งเกิดน้ำท่วมขังหลายจุดของพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) ซึ่ง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. ระบุว่า พื้นที่พระนครมีปริมาณฝนรวมกันกว่า 60 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) วัดได้สูงสุดที่เขตสะพานสูง 145 มิลลิเมตร (มม.) ปริมาณฝนที่ว่าส่งผลให้มีน้ำท่วมขัง อาทิ ถนนพหลโยธิน 64/1 ถนนนวมินทร์ หมู่บ้านบัวขาว หมู่บ้านนักกีฬา และโชคชัย 4 เป็นต้น
จากสถานการณ์ดังกล่าว กบอ. โดยรอยล จิตรดอน ประธานคณะอนุกรรมการการติดตามวิเคราะห์สถานการณ์น้ำและจัดสรรน้ำ จึงให้ยุติการทดสอบระบบระบายน้ำฝั่งตะวันออก เนื่องจากระดับน้ำในคลองต่างๆ เพิ่มสูงขึ้น แต่ก็ยังให้เปิดเครื่องผลักดันน้ำและเรือผลักดันน้ำ 3 จุด ที่ประตูระบายน้ำซอยลาดพร้าว 56 หน้าบริษัทยาคูลท์ และถนนประเสริฐมนูกิจตัดคลองลาดพร้าว เพื่อทดสอบการระบายน้ำต่อไป
ปฏิบัติการนี้ทำให้ กบอ.ได้ข้อมูลว่าน้ำในคลองลาดพร้าวมีความเร็วน้ำเพิ่มสูงขึ้นจาก 12 ลบ.ม.ต่อวินาที เป็น 17 ลบ.ม.ต่อวินาที ซึ่งจะนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้กับแบบจำลองที่เตรียมไว้
“จากการทดสอบสามารถพิสูจน์ได้ว่าเครื่องมือต่างๆ ที่ กบอ.วางไว้สามารถทำงานได้จริง แต่ยังไม่สามารถเก็บข้อมูลได้เพียงพอสำหรับทำแบบจำลองที่เตรียมไว้ จึงมีความจำเป็นจะต้องทดสอบการระบายน้ำอีกครั้ง” รอยล ระบุ
แต่คำถามที่ กบอ.ต้องตอบก็คือ
1.ทำไมเกิดน้ำท่วมที่ 2 ตำบล ใน อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ระหว่างวันที่ 3-5 ก.ย.
2.ทำไมเกิดน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ของ กทม. หลังฝนเทลงมาตลอดวันที่6 ก.ย.
3.ทำไมเกิดน้ำท่วมในหลายจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง อาทิ จ.อุตรดิตถ์ พิจิตร ตาก พิษณุโลก เพชรบูรณ์
รอยล อธิบายสาเหตุน้ำท่วม อ.บางปะอิน ไม่เกี่ยวกับการปล่อยน้ำเพื่อทดสอบการระบายน้ำใน กทม. แต่มาจากสาเหตุอื่น
ปลอดประสพ สุรัสวดี ประธาน กบอ. อธิบายว่า สาเหตุน้ำท่วมขังใน กทม. อาจมาจากระบบท่อระบายน้ำที่ไม่สามารถทำให้น้ำไหลลงสู่คลองได้รวดเร็วเพียงพอ
ทั้งสองคำตอบ...แท้จริงน้ำท่วมเพราะปริมาณน้ำฝน แต่คำอธิบายเจอปนการเมือง
คำถามต่อมา ระบบการบริหารจัดการน้ำภายใต้ชื่อ “คลังข้อมูลน้ำ” หรือ ดาตาแวร์เฮาส์ ของ กบอ. ในปัจจุบันได้ทำหน้าที่อะไร ท่ามกลางอาการหวาดผวาของคนเมือง
น.อ.สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ ผู้อำนวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ (ศภช.) อธิบายในเรื่องนี้ว่า หากเกิดสถานการณ์ภัยพิบัติร้ายแรงขึ้น หรือมีสถานการณ์เหมือนมหาอุทกภัยเช่นปี 2554 กรมอุตุนิยมวิทยา การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กรมชลประทาน กรมอุทกศาสตร์ และกรมทรัพยากรธรณี จะส่งข้อมูลน้ำและสภาพอากาศมายังดาตาแวร์เฮาส์
เช่น สภาพอากาศ น้ำทะเลหนุนสถานการณ์น้ำในลำน้ำ สถานการณ์น้ำในเขื่อนผิดปกติ เพื่อให้ กบอ.จัดทำแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ และแผนที่ความเสี่ยงกรณีเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงที่สุดว่าจะเกิดผลกระทบในพื้นที่ต่างๆ อย่างไร ขณะเดียวกันจะใช้ข้อมูลเหล่านี้ประสาน ศภช. เพื่อประกาศเตือนภัย
“เรามีฐานข้อมูลน้ำฝน ปริมาณน้ำมีโทรมาตรวัดระดับน้ำ มีกล้องวงจรปิดติดที่ประตูระบายน้ำ ซึ่งจะเห็นตั้งแต่ระดับน้ำ ระดับมาตรฐานในการเตือนภัยด้านระดับน้ำแต่ละจุด ระยะเวลาเดินทางของน้ำ รวมถึงระยะทางตามลำน้ำ
หากเกิดเหตุการณ์ขึ้น ศภช.ยังมีเครือข่ายจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรืออาสาสมัคร ที่พกวิทยุสื่อสารตลอดเวลา ซึ่งถ้าเกิดเหตุก็จะประกาศแจ้งเตือนได้ทันทีผ่านข้อความสั้น หอกระจายข่าว วิทยุ หรือโทรทัศน์” ผู้อำนวยการศภช. ระบุ
การจำลองสถานการณ์เหล่านี้ น.อ.สมศักดิ์ บอกว่าได้เริ่มซ้อมในหลายพื้นที่แล้ว
ถ้าคำอธิบายของผู้อำนวยการ ศภช.เป็นจริงและมีประสิทธิภาพ แล้วรัฐบาลจะ “เอาไม่อยู่” ในกรณีไหน เรื่องนี้ รอยล ตอบว่า สถานการณ์เลวร้ายที่สุดอาจเกิดขึ้นในกรณีน้ำจาก จ.นครสวรรค์ มีปริมาณใกล้เคียงปี 2554 โดยที่จังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคอุตสาหกรรม รวมถึงบ้านเรือนต่างสร้างกำแพงกั้นน้ำ ไม่มีการจัดการในภาพรวม
ขณะเดียวกันแผนของรัฐบาลที่เตรียมไว้ก็จะไม่สามารถทำอะไรได้...เวลานั้น...เอาไม่อยู่แน่ แต่สถานการณ์ที่เกิดขึ้น ณ เวลานี้ คิดกันเอาเอง “ใคร” เอาอยู่ เอาไม่อยู่กบอ. หรือ กทม. !!!







