
เกินตัว
เห็นรายงานข่าวจากสำนักข่าวบลูมเบิร์กที่บอกว่า เวียดนามจะเป็นประเทศแรกตั้งแต่วิกฤตต้มยำกุ้ง เมื่อปี 2541
โดย...ธนพล ไชยภาษี
เห็นรายงานข่าวจากสำนักข่าวบลูมเบิร์กที่บอกว่า เวียดนามจะเป็นประเทศแรกตั้งแต่วิกฤตต้มยำกุ้ง เมื่อปี 2541 ที่จะต้องรับความช่วยเหลือจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เมื่อเวียดนามประสบกับปัญหาใหญ่คือ ภาวะหนี้เน่าในภาคธนาคาร
นั่นคือ การที่ธนาคารปล่อยกู้ให้กับรัฐวิสาหกิจมากเกินไป ขณะที่การดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจเหล่านั้นยังขาดระบบการจัดการที่มีประสิทธิภาพและธรรมาภิบาลที่ดีนัก ทำให้เกิดการขาดทุนยับ หนี้จึงกลายสภาพเป็นเอ็นพีแอล เวียดนามอาจจะต้องรับความช่วยเหลือจากไอเอ็มเอฟ เพื่อเข้าพยุงธนาคารพาณิชย์ในประเทศครับ
เวียดนามเป็นประเทศที่น่าสนใจที่ถูกจับตามองอย่างยิ่งในช่วงสิบปีที่ผ่านมานี้เอง และที่สำคัญคือเวียดนามเห็นบทเรียนจากไทยและหลายๆ ประเทศที่เคยก้าวพลาดมาแล้วในด้านเศรษฐกิจ แต่เวียดนามกลับกำลังเดินซ้ำรอย
ปัญหาหลักของเวียดนามคืออะไร คือปัญหาคอร์รัปชัน คือปัญหาเงินเฟ้อ คือปัญหาค่าครองชีพสูง ปัญหาการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดมากจนเกินไป ทั้งๆ ที่ประเทศนี้ยังขาดระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่ดีมารองรับ เวียดนามยังมีปัญหากับค่าเงินอ่อนจากการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศมากจนเกินไปด้วย
ทั้งหมดทั้งมวลเป็นผลมาจากที่เวียดนาม แม้ว่าจะดำเนินเศรษฐกิจแบบระบบเสรี แต่ที่ต้องไม่มองข้ามคือเวียดนามยังปกครองด้วยระบอบสังคมนิยม และหนึ่งในสิ่งสำคัญที่รัฐบาลคอมมิวนิสต์ต้องสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนก็คือ ต้องเร่งสร้างความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจให้กับประชาชน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการลุกฮือขึ้นต่อต้านผู้ปกครอง
นั่นถือเป็นแบบฉบับของการปกครองประเทศของประเทศสังคมนิยมในโลกปัจจุบัน เหมือนกับจีนที่ต้องพยายามสร้างความมั่งคั่งให้ประชาชนได้สัมผัส เพื่อกดความรู้สึกต่อต้านผู้ปกครองเอาไว้ครับ
ดังนั้น ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เราจึงได้ยินเสียงดังๆ จากเวียดนามต่อโครงการสร้างอภิมหาโปรเจกต์อะไรต่อมิอะไรมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสนามบินแห่งใหม่ใกล้กับนครโฮจิมินห์ซิตี ที่จะมีความใหญ่โตกว่าสุวรรณภูมิเสียอีก เวียดนามจะมีรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อมทั้งประเทศ ซึ่งโครงการนี้ก็พับไปแล้ว เมื่อพบกับความเป็นจริงที่ว่าประชาชนไม่มีปัญญาจ่ายค่าตั๋วแน่นอน สายการบินเวียดนามจะสยายปีกเป็นสายการบินที่ใหญ่อันดับสองในอาเซียนคือ จะแซงการบินไทยให้ได้
สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่เป็นวิสัยทัศน์ที่มองการณ์ไกลจนลืมตัวของเวียดนาม หลายโครงการล้มไปแล้ว หลายโครงการก็เริ่มเงียบหายไปแล้ว
แต่สิ่งที่คนเวียดนามกำลังประสบอยู่ในปัจจุบันคือ ค่าครองชีพที่สูงเกินตัว รายได้คนเวียดนามเดือนหนึ่งไม่ถึง 8,000 บาท แต่ราคาก๋วยเตี๋ยวข้างถนนราคาชามละ 40 บาท ไม่ต่างจากเมืองไทย
สิ่งที่เวียดนามต้องเร่งกระทำก็คือ หยุดหลงใหลมัวเมากับภาพมายาของการพัฒนาทางวัตถุและกลับมาแก้ปัญหาปากท้องของประชาชนอย่างเร่งด่วนครับ หวังว่าวิกฤตหนี้เน่าในครั้งนี้จะทำให้ผู้ปกครองเวียดนามกลับมาหวนคิดได้กันบ้าง







