posttoday
ปลายทาง'แท็บเล็ต'อุปกรณ์ที่เด็กเบื่อ

ปลายทาง'แท็บเล็ต'อุปกรณ์ที่เด็กเบื่อ

07 กันยายน 2555

คำตอบที่ได้จากเด็กนักเรียน ป.1 ในแทบทุกโรงเรียน ส่วนใหญ่จะตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า “ชอบแท็บเล็ต”

โดย...ธเนศน์ นุ่นมัน

คำตอบที่ได้จากเด็กนักเรียน ป.1 ในแทบทุกโรงเรียน ส่วนใหญ่จะตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า “ชอบแท็บเล็ต” โดยให้เหตุผลว่า ชอบเพราะมีเกม แอพพลิเคชัน และภาพเคลื่อนไหวในการประกอบแบบเรียน สามารถสร้างความเพลิดเพลินให้กับชั่วโมงเรียนใน 5 กลุ่มสาระวิชา คือ ภาษาไทย คณิตศาสตร์ สังคม วิทยาศาสตร์ และภาษาอังกฤษได้มากขึ้น แต่เหตุผลดังกล่าวอาจจะไม่เพียงพอที่จะสร้างการเรียนรู้อย่างก้าวกระโดดตามเป้าหมายที่รัฐบาลระบุถึงสรรพคุณของแท็บเล็ตไว้

ครูเอ (นามสมมติ) ครูประจำชั้น ป.1 ในโรงเรียนแห่งหนึ่ง ใน จ.ฉะเชิงเทรา ผ่านประสบการณ์การสอนมากว่า 20 ปี กระทั่งวันนี้มีแท็บเล็ตมาเป็นอุปกรณ์เสริมการเรียน เมื่อช่วงประมาณกลางเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา เธอบอกว่า โดยปกติโรงเรียนประถมขนาดกลางในพื้นที่นอกเขตเมือง ที่มีนักเรียนชั้น ป.1 ไม่เกิน 200 คน จะมีเด็กคละกัน คือ มีทั้งเรียนเก่ง ปานกลาง และอ่อน ดังนั้นไม่ว่าจะจัดกิจกรรมการเรียนการสอนรูปแบบใดๆ เข้าไปในชั่วโมงเรียน ก็ไม่สามารถตรงความสนใจของเด็กได้เท่าเทียมกัน

“ถ้ามีอะไรบังคับให้เด็กทำซ้ำๆ กันตลอดเวลา เช่น หากเปิดแท็บเล็ตหน้าเดิมๆ บทเรียนซ้ำๆ ธรรมชาติของเด็กเก่งก็จะเบื่อ เปิดไปสักพักเขาก็จะรู้แล้วว่าเป็นยังไง สิ่งที่อยู่ตรงหน้าก็จะเริ่มไม่น่าสนใจสำหรับเขา เขาก็จะเปิดไปหน้าอื่น ขณะที่เด็กอ่อนก็อาจจะยังตามไม่ทัน ถ้าครูดูไม่ทัน แต่ละคนก็ไปกันคนละเรื่องคนละทิศคนละทางได้” ครูเอ ระบุ

อย่างไรก็ตาม หลังครู ป.1 ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นครูที่มีประสบการณ์การสอนไม่ต่ำกว่า 15 ปี ผ่านการอบรมการใช้แท็บเล็ตอย่างถูกวิธีจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจังหวัด ผ่านหลักสูตรของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ต่างต้องใช้ความพยายามอย่างยิ่งในการปรับตัวให้เข้ากับอุปกรณ์การสอนชิ้นใหม่

“เราเข้าอบรมตามหลักสูตร 4 วันเต็ม แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเรารู้ทุกเรื่อง ขณะเดียวกันความคุ้นเคยกับธรรมชาติของเด็ก ทำให้เราบอกได้ว่า พวกเขาเห็นแท็บเล็ตเป็นของเล่นอีกชิ้นหนึ่งเท่านั้น ด้านบวกคือดึงดูดความสนใจพวกเขาได้แน่ในตอนแรก แต่เมื่อพวกเขาคุ้นเคยก็เป็นไปได้ว่า จะเป็นอุปกรณ์ที่น่าเบื่อไปในที่สุด การสอนเด็กชั้นนี้จึงต้องใช้ไหวพริบของครูผู้สอน ที่จะดึงดูดความสนใจของเด็ก” ครูเอ กล่าว

สุชิน เพ็ชรักษ์ นักวิชาการด้านการศึกษาตามอัธยาศัยภาคเหนือ (ทวิภาษา) กล่าวตอนหนึ่งในวงเสวนาเรื่อง “แท็บเล็ตช่วยลดช่องว่างทางสังคมได้อย่างไร” ที่โรงเรียนบ้านวังใหญ่ จ.กาญจนบุรี เมื่อเร็วๆ นี้ ว่า แท็บเล็ตไม่สามารถลดช่องว่างระหว่างครูกับนักเรียนได้ และที่ผ่านมาการใช้คอมพิวเตอร์ในการเรียนก็ล้มเหลวมาโดยตลอด

“เป้าหมายก็คืออุปกรณ์นี้ต้องสามารถเชื่อมตัวเด็กกับสิ่งรอบตัวได้ ไม่ใช่เป็นอุปกรณ์ที่ใช้หลบหนีไปจากสิ่งรอบข้าง หนีไปจากเพื่อน ไปจากครู หรือพ่อแม่ หากเป็นเช่นนั้นแท็บเล็ต ซึ่งแม้จะมีราคาถูกกว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ในโครงการอื่นๆ ก็จะกลายเป็นของที่มีราคาแพง เพราะได้มาแล้ว ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาที่การศึกษามีอยู่ได้เลย” สุชิน กล่าว

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท