posttoday
ดุษฏีดับเครื่องชน แฉเบื่องหลังย้ายปิดปาก

ดุษฏีดับเครื่องชน แฉเบื่องหลังย้ายปิดปาก

07 กันยายน 2555

งานวันต่อต้านคอร์รัปชัน รวมพลังเปลี่ยนประเทศไทย ซึ่งจัดขึ้นโดย ศูนย์ภาคีเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชั่น เมื่อวันที่ 6 ก.ย. เพิ่มความสนใจมากขึ้นโดยพลัน

โดย...ธรรมสถิตย์ ผลแก้ว

งานวันต่อต้านคอร์รัปชัน รวมพลังเปลี่ยนประเทศไทย ซึ่งจัดขึ้นโดย ศูนย์ภาคีเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชั่น เมื่อวันที่ 6 ก.ย. เพิ่มความสนใจมากขึ้นโดยพลัน

เพราะอีกมุมหนึ่งของศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ปรากฏตัวในงาน

พ.ต.อ.ดุษฎี อาจเป็นหนึ่งเดียวจากหน่วยงานรัฐที่ให้ความสนใจเดินทางมาติดตามการขับเคลื่อนภาคเอกชนและประชาชนมากกว่าคนในรัฐบาล ที่ประกาศนโยบายปราบโกงอย่างจริงจังแต่ไร้เงาร่วมสังเกตการณ์

แน่นอนสิ่งที่ทุกคนต้องการไขข้องข้องใจมากที่สุด เห็นจะเป็นการย้ายฟ้าผ่าจากตำแหน่งเลขาฯ ป.ป.ท. ไปดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงยุติธรรม แท้ที่จริงมีเบื้องหน้าเบื้องหลังอย่างไรกันแน่

พ.ต.อ.ดุษฎี เผยสาเหตุการถูกโยกย้ายมาจากการลงพื้นที่ไปตรวจสอบงบประมาณตามโครงการฟื้นฟูหลังภัยพิบัติในพื้นที่ภาคอีสาน

ทว่าความหวังดีของ พ.ต.อ.ดุษฎี กลับถูกผู้ใหญ่ทางการเมืองแปรเจตนาของเขาเป็นการให้ร้ายรัฐบาล

“โครงการที่ผมไปตรวจสอบ 6 จังหวัดภาคอีสาน มีการสุ่มโครงการ สุ่มตรงไหนเจอทุจริตตรงนั้น แต่หลายคนพยายามมาพูดว่า ป.ป.ท.ไปเดินดูหน้างาน ถ่ายภาพเสร็จปั๊บแล้วให้ข่าว เสียหายต่อรัฐบาลเหมือนจินตนาการไปเอง ป่าวเลย”

ดุษฏีดับเครื่องชน แฉเบื่องหลังย้ายปิดปาก

 

“เราไปพร้อมเอกสารทีโออาร์ เอาไปกางตรวจสอบกันเลย เราทำการขุดถนนตรวจวัดยาวกี่เมตร บ่อลึกเท่าไหร่ ปรากฏว่าไม่ตรงกับทีโออาร์ พบเนื้องานน้อยมากแต่เงินเบิกเต็มจำนวนได้อย่างไรแสดงว่าทุจริต”

พ.ต.อ.ดุษฎี กล่าวว่า หน้าที่ ป.ป.ท. จะกล่าวหาใครต้องกล่าวหาข้าราชการคุมงาน เป็นวิศวกรคุมงานได้อย่างไร แล้วคนตรวจรับงานรับได้อย่างไร แม้กระทั่งไปสอบถามชาวบ้านพบว่า บางโครงการใช้เวลา 57วันเสร็จแล้ว ทั้งที่เนื้องานต้องใช้เวลาเป็นเดือน

ทั้งนี้ จังหวัดที่ ป.ป.ท. ลงพื้นที่ตรวจสอบ อาทิ จ.ขอนแก่น อุดรธานี เลย บึงกาฬ และ จ.มหาสารคาม ซึ่งจังหวัดดังกล่าวล้วนเป็นฐานคะแนนเสียงสำคัญพรรคเพื่อไทยทั้งสิ้น

“อย่างนี้จะมาโกรธไม่ได้ เราทำความดีแล้วมาโกรธเรา ถ้าย้ายก็ต้องย้าย ก็ต้องสู้กัน” พ.ต.อ.ดุษฎี กล่าวถึงการทำหน้าที่ แต่ได้รับผลลัพธ์อีกแบบหนึ่ง

พ.ต.อ.ดุษฎี เล่าเบื้องหลังว่า “ก่อน ป.ป.ท.ลงพื้นที่ ผมได้เรียนท่านรัฐมนตรี (พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม) แล้ว ท่านก็ทราบ เมื่อผมกลับมา ผมก็บอกว่า ผมลงไปทำงานมาแล้ว แต่ปรากฏว่าเท่าที่ท่านให้สัมภาษณ์ มีการไปรายงานผู้ใหญ่เหมือนกับว่าผมไม่เคยรายงาน ไม่รับรู้เรื่องนี้มาก่อน”

เจ้าตัวระบายความในใจต่อไปว่า “ใจจริงเราต้องการอยู่ฝ่ายรัฐบาลเมื่อรัฐบาลต้องการให้เงินไปถึงประชาชนเกิดประโยชน์สูงสุด เมื่อ ป.ป.ท.ไปตรวจสอบ ถ้าเงินไม่ถึงก็ต้องจัดการเจ้าหน้าที่สิ แต่ถ้าปล่อยไว้อย่างนี้ ทำให้เห็นว่ามีการทุจริตตั้งแต่แรกแล้วมาตรวจสอบถึงเดือดร้อนกัน”

พ.ต.อ.ดุษฎี กล่าวว่า ทั้งหมดไม่ใช่อยู่ดีๆ อยากเข้าไปดำเนินคดี แต่กรรมาธิการ สภาส่งเรื่องผ่านมาให้ ป.ป.ท. เพราะรู้สึกอึดอัดมาก เนื่องจากงบประมาณส่วนนี้ไม่ได้ผ่านกรรมาธิการงบประมาณ พอเงินเป็นงบกลางก็นำไปใช้เลย

อย่างไรก็ตาม วันที่ 7 ก.ย. พ.ต.อ.ดุษฎี จะเดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงทั้งหมด

“พรุ่งนี้ผมจะเอาหลักฐานทั้งหมดไปนั่งพูดคุยกับท่านให้เห็นว่าหลักฐานเป็นอย่างนี้นะที่ผมเจอ แล้วต่อไปหากมีอะไรเกิดขึ้น ก็ไปจัดการกันเลย นี่ยังไม่รวมโครงการใช้งบประมาณกับกรณีภัยแล้ง การจัดซื้อยาฆ่าแมลงเพลี้ยกระโดด”

เขาหวังว่าเมื่อรองนายกฯ เฉลิมรับทราบข้อมูลเหล่านี้ จะดำเนินการทางกฎหมายกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริต

“ท่านเฉลิมเกลียดพวกอยู่ด้วยแล้วทุจริต ท่านเป็นคนไม่หูเบา เป็นคนตรงไปตรงมา ท่านบอกว่า วันที่ 7 ก.ย. มานั่งคุยกันแล้วจัดการมาให้หมดเลยว่าเป็นไงบ้าง”

พ.ต.อ.ดุษฎี กล่าวเตือนรัฐบาลว่า รัฐบาลจะอยู่ยาวได้อย่างไร ถ้าปีแรกมีการทุจริต หากปีต่อไปเกิดน้ำท่วมมีการทุจริตอีก ถ้ารัฐบาลจะอยู่ 8 ปี ก็ต้องจัดการพวกทุจริตออกไปให้หมดก่อน ตรงนี้ถือเป็นนโยบายให้ ป.ป.ท. ลงไปตรวจสอบดำเนินการต่อไป พวกจ้องกระทำทุจริตจะได้ไม่กล้า

พ.ต.อ.ดุษฎี กล่าวถึงการถูกโยกย้ายครั้งนี้ ทำให้เห็นว่ารัฐบาลกำลังเขวต่อนโยบายปราบปรามทุจริตคอร์รัปชัน เพราะนโยบายหลักของรัฐบาล คือ การปราบปรามยาเสพติดซึ่งดำเนินการอยู่ ขณะที่ตัวเองก็อยู่ในทีมงานติดตามการทุจริตงบภัยพิบัติ โดยที่ ร.ต.อ.เฉลิม ก็ทนไม่ได้ที่เห็นการทุจริต แต่กลับมีคำสั่งจาก พล.ต.อ.ประชา ย้ายตัวเองไปเป็นรองปลัดกระทรวงยุติธรรม

“อยู่ดีๆ ให้ไปประจำกระทรวง แล้วเอาคนไม่มีความรู้ความสามารถมาอยู่ เหมือนคุณเป็นโค้ชให้ผู้เล่นหลักไปพักก่อน แล้วเอาผู้เล่นสำรองมาเล่น ตัวแข็งไปเล่นเกมปราบปรามยาเสพติดซึ่งโอเค ถือเป็นนโยบาย ที่ผมต้องปฏิบัติตาม แต่นโยบายหลักคุณคืออะไร รัฐบาลกำลังเขวทำให้ถูกกล่าวหาหลายเรื่อง รักษาผลประโยชน์ตัวเองหรือเปล่า มีการกล่าวหาว่าผมไปแตะเรื่องนั้น เรื่องนี้ไหม ในที่สุดกระทั่งมีเรื่องซื้อตำแหน่ง แล้วรัฐบาลชี้แจงอย่างไร” เลขาฯ ป.ป.ท. กล่าวทิ้งท้าย

 

ข่าวล่าสุด

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล