
'สมคิด'แนะตั้งราคากลางสกัดดกง
งานวันต่อต้านคอร์รัปชั่น : รวมพลังเปลี่ยนประเทศ ซึ่งจัดขึ้นโดยภาคีเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชั่น ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
งานวันต่อต้านคอร์รัปชั่น : รวมพลังเปลี่ยนประเทศ ซึ่งจัดขึ้นโดยภาคีเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชั่น ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ได้บรรยายเรื่อง “รวมพลังภาคธุรกิจ ต่อต้านคอร์รัปชั่น” ว่า อยากให้มองสิงคโปร์เป็นแม่แบบ เพราะที่มีความเจริญก้าวหน้าได้ เพราะมีการปลูกฝังการต่อต้านการคอร์รัปชันมาต่อเนื่อง ซึ่งประเทศไทยสามารถผลักดันมาตรการหลายอย่างให้เหมือนสิงคโปร์ได้เริ่มที่ภาคเอกชนก่อน โดยสร้างวัฒนธรรมคำว่า “ไม่” ไม่จ่ายสินบน ไม่คอร์รัปชัน
สมคิด กล่าวว่า องค์กรภาคเอกชนที่ทำงานด้านปราบปรามการทุจริต ถ้าเอาจริงสามารถกำหนดแผนต่อต้านคอร์รัปชันเป็นการเฉพาะได้ ซึ่งทั้งหมดทุกฝ่ายต้องร่วมกันผลักดัน
“ดูอย่างเกาหลีใต้ เขาขับเคลื่อนภาคีเครือข่ายและทำอย่างจริงจัง จนมีอิทธิพลเหนือรัฐบาลเรื่องไม่เอาคอร์รัปชัน ส่วนในฟิลิปปินส์เว็บไซต์ที่นั่นนำเสนอเกี่ยวกับการปราบปรามคอร์รัปชันค่อนข้างมาก เพราะครั้งหนึ่งฟิลิปปินส์เป็นชาติมั่งคั่งในเอเชียรองจากญี่ปุ่น แต่วันนี้เป็นประเทศล้าหลัง ยากจนจากการรับสินบนคอร์รัปชัน”
สมคิดเสนอให้ภาคเอกชนทำกิจกรรมเดินหน้าหยุดคอร์รัปชันต่อไป อย่าหยุดแค่การมีคณะกรรมการ นอกจากนี้ต้องประสานกับสื่อมวลชนเพื่อรณรงค์ในวงกว้างด้วย ขณะเดียวกันให้ช่วยกันผลักดันให้ภาครัฐออกกฎหมายตั้งราคากลางในการประมูลโครงการต่างๆ เพราะถ้ามีราคากลางแล้ว มีการประมูลต่ำกว่าความเป็นจริงก็ให้ขึ้นแบล็กลิสต์ไว้เหมือนสิงคโปร์และเกาหลีใต้
ประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานภาคีเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชั่น (ภตค.) กล่าวว่า ที่ผ่านมาเครือข่ายภาคีฯ ได้ตรวจสอบการทุจริตไปหลายโครงการ แต่ผลที่ออกมายังไม่เป็นที่น่าพอใจ เพราะภาคประชาชนของไทยยังไม่เข้มแข็งพอ ซึ่งคงต้องใช้เวลาพอควรกว่าจะเห็นภาพชัดเจน จึงอยากให้ภาครัฐเปิดเผยข้อมูลในโครงการประมูลให้มากขึ้น เพื่อที่ภาคีเครือข่ายฯ จะได้เข้าไปตรวจสอบได้ เพราะถือว่าเป็นจุดล่อแหลมในการทุจริต โดยเฉพาะโครงการรับจำนำสินค้าเกษตร ซึ่งมีมูลค่าหลายแสนล้านบาทต่อปี
ประมนต์ กล่าวว่า หวังว่ารัฐบาลจะมีมาตรการต่างๆ ออกมา เพื่อแก้ปัญหาการคอร์รัปชันอย่างจริงจังกว่านี้ ซึ่งในระยะกลางและระยะยาวภาคีเครือข่ายฯ จะระดมสมองนักกฎหมาย สื่อมวลชน เพื่อผลักดันเสนอกฎหมาย กฎระเบียบต่างๆ ในการป้องกันและปราบปรามการคอร์รัปชัน รวมทั้งต้องปลูกฝังค่านิยมให้เด็กรุ่นใหม่ด้วยว่า การโกงเป็นสิ่งไม่ดี และต่อไปจะไม่ยอมให้พวกโกงกินบ้านเมืองพ้นผิดเพียงแค่ถูกจองจำหรือยึดทรัพย์เท่านั้น
ขณะเดียวกัน การสัมมนากลุ่มย่อยในหัวเรื่อง “ตรวจแถวหมาเฝ้าบ้าน” ที่เป็นการสะท้อนมุมมองของสื่อมวลชนแขนงต่างๆ ได้ข้อสรุปว่า การต่อสู้กับการทุจริตนั้นทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกัน โดยเฉพาะภาคประชาชนต้องมีความเข้มแข็งให้มากกว่านี้







