
บอรืดค่าจ้างไฟเขียว 1 ม.ค.56 ค่าแรง300บาททั่วประเทศ
ที่ประชุมคณะกรรมการค่าจ้างกลาง (บอร์ดค่าจ้าง) เมื่อวันที่ 5 ก.ย. 2555 ซึ่งมี นพ.สมเกียรติ ฉายะศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน
ที่ประชุมคณะกรรมการค่าจ้างกลาง (บอร์ดค่าจ้าง) เมื่อวันที่ 5 ก.ย. 2555 ซึ่งมี นพ.สมเกียรติ ฉายะศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน
เป็นประธาน มีมติเห็นชอบให้ปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 300 บาทต่อวัน ในพื้นที่ 70 จังหวัดที่เหลือ หลังจากก่อนหน้านี้คณะกรรมการฯ ได้มีมติเมื่อวันที่ 17 ต.ค. 2554 ให้ปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำในพื้นที่ 7 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี สมุทรปราการ สมุทรสาคร ปทุมธานี นครปฐม และภูเก็ต ไปก่อนแล้ว
ขั้นตอนหลังจากนี้ บอร์ดค่าจ้างจะเสนอเรื่องไปยัง เผดิมชัย สะสมทรัพย์ รมว.แรงงาน เพื่อนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดย นพ.สมเกียรติ คาดว่า จะประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาได้ภายใน 2 สัปดาห์จากนี้
เหตุผลที่บอร์ดค่าจ้างยืนยันเดินหน้าขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำให้ครบทั่วทั้งประเทศ เนื่องจากที่ประชุมได้ติดตามสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจ สังคม และแรงงาน และติดตามสถานการณ์ภายหลังการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำปี 2555 แล้วพบว่า 1.ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อสภาพเศรษฐกิจโดยรวมของไทย โดยยังมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องในไตรมาส 2 ถึง 4.2%
2.ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการลงทุนภาคเอกชน โดยรอบ 7 เดือนแรกของปี 2555 มีโครงการขอรับการส่งเสริมการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติจากบีโอไอทั้งสิ้น 829 โครงการ เพิ่มขึ้น 38% เงินลงทุนรวม 3.32 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 62% สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ
3.ไม่ได้ทำให้อัตราเงินเฟ้อสูงขึ้นเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยตั้งแต่เดือน ม.ค.-ก.ค. อยู่ที่ 2.92% ขณะที่ตัวเลขการคาดการณ์อยู่ที่ 3.3-3.8% 4.ไม่ได้ทำให้อัตราการว่างงานสูงขึ้น 5.ไม่ได้ทำให้มีการเลิกจ้างเพิ่มมากขึ้น โดยผลสำรวจระหว่างวันที่ 1 เม.ย.-28 มิ.ย. พบสถานประกอบการเพียง 2 แห่ง ที่มีการเลิกจ้าง
6.ผลกระทบต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศระยะสั้น จะช่วยกระตุ้นให้ผู้ประกอบการเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ระยะกลาง จะผลักดันให้มีการลงทุนด้านเทคโนโลยีมากขึ้น ระยะยาว ทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนแนวคิดในการลงทุน ก้าวข้ามกับดักของประเทศรายได้ปานกลาง
7.แม้จะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการ แต่สำรวจจากหอการค้าไทยพบว่า ส่วนใหญ่สามารถปรับตัวและดำเนินธุรกิจต่อไปได้ 8.เป็นการช่วยการลดช่องว่าง ลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ 9.ทำให้แรงงานมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
ด้านชาลี ลอยสูง ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) สนับสนุนการขึ้นค่าจ้าง เพราะทุกวันนี้ ลูกจ้างได้รับผลกระทบจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น ส่วนปัญหาภาวะส่งออกและการรับมือเศรษฐกิจโลกเป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องแก้ปัญหา
ขณะที่กรรมการค่าจ้างฝ่ายนายจ้าง คือ อรรถยุทธ ลียะวณิช กลับแย้งว่า การขึ้นค่าจ้างจะทำให้ภาคธุรกิจแบกรับภาระค่าจ้างรอบใหม่ไม่ไหว ดังนั้นเครือข่ายสภาองค์การนายจ้างและเครือข่ายนายจ้างในต่างจังหวัด จะทำหนังสือยื่นต่อ รมว.แรงงาน ขอให้ชะลอการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาททั่วประเทศออกไปก่อน
สอดคล้องกับ ธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ที่ระบุว่า การขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำมีผลต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจที่ต้องใช้แรงงานจำนวนมาก เพราะการขึ้นค่าจ้าง 300 บาท จะทำให้ค่าจ้างในประเทศไทยแพงกว่าประเทศเพื่อนบ้านถึง 2-3 เท่า
ธนิต อธิบายอีกว่า ที่ผ่านมาการขึ้นค่าจ้างใน 7 จังหวัดแรก ยังส่งผลกระทบไม่ชัด นั่นเพราะค่าจ้างในพื้นที่ กทม. อยู่ในระดับสูงอยู่แล้ว แต่จากนี้หากขึ้นค่าจ้างทั่วประเทศจะทำให้หลายๆ จังหวัดซึ่งส่วนใหญ่ผลิตสินค้าเกษตรได้รับผลกระทบ
“ส.อ.ท.พยายามคัดค้านมาโดยตลอด แต่เมื่อภาครัฐยังยืนยันจะขึ้นค่าจ้าง ก็ต้องยอมรับและปรับตัวภายในองค์กรเอง” ธนิต กล่าว
ขณะที่ ถาวร ชลัษเฐียร โฆษกสมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย เปิดเผยว่า นโยบายดังกล่าวไม่กระทบต่อภาพรวมอุตสาหกรรมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย เนื่องจากเป็นอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าสูง และที่ผ่านมาก็ได้ปรับขึ้นค่าจ้างไปก่อนหน้านี้แล้ว







