
ต้องตรวจสอบ กสทช.
คลื่นความถี่ที่ใช้ในการส่งวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และโทรคมนาคม เป็นทรัพยากรสื่อสารของชาติที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาล
โดย...พลเดช ปิ่นประทีป
คลื่นความถี่ที่ใช้ในการส่งวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และโทรคมนาคม เป็นทรัพยากรสื่อสารของชาติที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาล จึงเป็นแรงดึงดูดสำคัญที่ภาคธุรกิจจะเข้ามาแสวงรายได้และผลกำไร ขณะเดียวกันก็เป็นที่หมายปองของนักการเมืองและข้าราชการที่จะเข้ามาทุจริตคอร์รัปชัน ดังนั้น การดำเนินการของ กสทช. ทั้งโดยตัวบุคคลและกลไกที่เกี่ยวข้อง จึงอยู่ในจุดที่ล่อแหลมและเป็นที่สนใจของสังคมว่าจะสามารถดูแลให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนและประเทศชาติได้แค่ไหน การกระทำหรือการละเว้นการกระทำบางอย่างอาจถูกตั้งคำถามได้ตลอดเวลาว่ามีเจตนาหรือไม่ที่จะทำให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบ หรือเกิดการสูญเสียโอกาสหรือผลประโยชน์ของสาธารณะ
หลักการในการตรวจสอบ
กลไกติดตามตรวจสอบและประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ของ กสทช. โดยเจตนารมณ์ของกฎหมายและของรัฐธรรมนูญนั้น ต้องการให้เป็นกลไกถาวรที่ทำหน้าที่คอยถ่วงดุลและตรวจสอบ กสทช.ที่มีอำนาจสูง และมีหน้าที่ดูแลผลประโยชน์จำนวนมหาศาลของประเทศ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าทรัพยากรสื่อสารของชาติจะถูกบริหารจัดการด้วยความเป็นธรรม กระจายอย่างทั่วถึง มีประสิทธิภาพ ซื่อตรง โปร่งใส มีธรรมาภิบาลและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนและประเทศชาติ
เพื่อให้บรรลุผลสมตามเจตนารมณ์ดังกล่าว คณะกรรมการติดตามตรวจสอบชุดแรกที่กำลังจะจัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย และถือเป็นชุดบุกเบิกที่ต้องทำหน้าที่วางรากฐานและสร้างวัฒนธรรมองค์กรตรวจสอบตั้งแต่ต้น จึงควรมีหลักการสำคัญสำหรับกำหนดทิศทางนโยบายและเป็นกรอบแนวคิดการดำเนินงาน ดังนี้ :
(1) หลักการความเป็นอิสระและยึดประโยชน์สาธารณะ
กลไกติดตามฯ ต้องเป็นอิสระจาก กสทช. และรักษาระยะห่างระยะเคียงที่เหมาะสม มุ่งปกป้องผลประโยชน์สาธารณะมากกว่าการปกป้ององค์กร กสทช. อย่างไร้หลักการ รวมทั้งต้องรับผิดชอบต่อประชาชนอย่างซื่อตรง โดยแสดงผ่านกลไกรัฐสภาที่ประชาชนเลือกตั้งมาและการสื่อสารทางตรงกับสังคม
(2) หลักการการติดตามตรวจสอบในมิติที่กว้าง
การติดตามตรวจสอบในมิติแคบ คือการทำงานติดตามประเมินผลแบบเป็นงานประจำ เพียงเพื่อให้เห็นว่ามีรูปแบบการดำเนินงานติดตาม ตรวจสอบและจัดทำเป็นรายงานผลการประเมินประจำปี มีการสะท้อนข้อมูลให้ กสทช. หรือรัฐสภา ตลอดจนสังคมให้ทราบพอเป็นพิธีเท่านั้น
การติดตามตรวจสอบในมิติกว้าง หมายถึงการทำงานเชิงรุกทั้งในด้านการติดตามเฝ้าระวังปัญหา และสะท้อนหรือส่งสัญญาณอย่างทันท่วงที การตรวจสอบอย่างเข้มข้นเพื่อสนับสนุนการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ รวมทั้งการทำหน้าที่รายงานผลการประเมินต่อหน่วยงานที่กำหนดและต่อประชาชนผู้เป็นเจ้าของประเทศ
กลไกติดตามฯ ควรต้องยึดหลักการติดตามตรวจสอบในมิติกว้าง ไม่ใช่มิติแคบ
(3) หลักการการใช้ข้อมูล ข้อเท็จจริง และองค์ความรู้
กลไกติดตามฯ ต้องออกแบบและพัฒนาระบบฐานข้อมูลที่จำเป็น มีการเชื่อมโยงเครือข่ายนักวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิ การเชื่อมโยงกับแหล่งข่าว สื่อมวลชน และผู้มีส่วนได้เสีย ฯลฯ ทั้งนี้เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูล ข้อเท็จจริงและองค์ความรู้ที่จะใช้ในการพิจารณาประกอบการวิเคราะห์ ลงความเห็นและตัดสินใจดำเนินงาน ในทุกกิจกรรมของการติดตาม ตรวจสอบและประเมินผล
(4) หลักการการสื่อสารเพื่อการศึกษาสาธารณะ
กลไกติดตามฯ ควรมีช่องทางและเวทีการสื่อสารกับสาธารณะอยู่เป็นประจำ เพื่อให้ความรู้ ข้อมูลข่าวสาร และให้การเรียนรู้แก่สังคมให้รู้เท่าทัน ตื่นตัว หวงแหน ห่วงใย ทรัพย์สมบัติส่วนรวม ให้เป็นสังคมที่มีพลังความรู้ พลังปัญญา และสามารถจัดการตนเองได้ในทุกด้านในระยะยาว รวมทั้งการจัดการทรัพยากรสื่อสารนี้ด้วย
ติดตามตรวจสอบอะไรและอย่างไร
เพื่อเป็นตุ๊กตาสำหรับผู้สนใจได้ถกเถียงกัน ในที่นี้ผมขอเสนอลักษณะที่พึงประสงค์สำหรับกลไกติดตามตรวจสอบ กสทช. ว่าควรเป็น “กลไกที่มีความเป็นอิสระเข้มแข็ง ทำหน้าที่ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ของ กสทช. ด้วยความซื่อสัตย์ เที่ยงธรรม เพื่อให้ กสทช. สามารถดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ด้วยความมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ซื่อตรง โปร่งใส และมีธรรมาภิบาลในทุกด้าน โดยยึดผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญเป็นที่ตั้ง”
มีประเด็นในการติดตามตรวจสอบภารกิจและอำนาจหน้าที่ของ กสทช. ตามมาตรา 27 ซึ่งอาจแบ่งได้เป็น 4 กลุ่ม ได้แก่
(1) ด้านการออกนโยบาย หมายถึง การกำหนดกติกา แผนงาน และหลักเกณฑ์ต่างๆ รวมทั้งการวินิจฉัยปัญหา ตามมาตรา 27(1), (2), (3), (5), (8), (9), (10), (11), (12), (15), (17), (21)
(2) ด้านการให้ใบอนุญาต หมายถึง การพิจารณาให้หรือไม่ให้ใบอนุญาตและการกำกับควบคุมดูแลต่างๆ ตามมาตรา 27(4), (6), (7)
(3) ด้านการให้บริการภายนอก หมายถึง การบริการให้คำปรึกษาทางวิชาการ การคุ้มครองสิทธิ์ ตามมาตรา 27(13), (14), (16), (18), (22), (23)
(4) ด้านการใช้อำนาจภายใน หมายถึง การอนุมัติงบประมาณ การพิจารณาจัดสรรเงินกองทุน การออกระเบียบ การใช้อำนาจบริหารภายใน ตามมาตรา 27(19), (20), (21), (24), (25)
ซึ่งประเด็นเหล่านี้ต้องใช้ข้อมูลข่าวสารมาจากแหล่งที่หลากหลาย ทั้งภายในและภายนอก อาทิ :
วาระการประชุม มติและบันทึกรายงานการประชุมของคณะกรรมการชุดต่างๆ องค์กรและหน่วยงานที่ขอใบอนุญาต
ประชาชน เครือข่ายผู้บริโภค หน่วยงานที่ใช้บริการและผู้มีส่วนได้เสีย
เจ้าหน้าที่หรือพนักงานที่รู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม และมีการร้องทุกข์ร้องเรียน หรืออุทธรณ์ในเรื่องต่างๆ







