
ไฟเขียวลูกจ้างอปท.ได้หมื่นห้า
ครม.ให้ดึงเงินสะสมท้องถิ่นจ่าย ใช้เงิน6.2พันล้านมีผลย้อนหลัง
ครม.ให้ดึงเงินสะสมท้องถิ่นจ่าย ใช้เงิน6.2พันล้านมีผลย้อนหลัง
ครม.ไฟเขียวให้ข้าราชการลูกจ้างท้องถิ่นได้เงินเดือน 1.5 หมื่นบาท ใช้เงิน 6,200 ล้านบาท ของท้องถิ่นเอง
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบหลักการให้ปรับเงินเพิ่มค่าครองชีพชั่วคราวของข้าราชการ หรือพนักงานส่วนท้องถิ่นและลูกจ้างขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ตามนโยบายเพิ่มเงินเดือนปริญญาตรี 1.5 หมื่นบาท และค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท โดยให้กระทรวงมหาดไทยจัดสรรเงินจากงบกลาง 6,202 ล้านบาท มาอุดหนุนโดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 2555
ด้านแหล่งเงินที่ อปท.จะนำมาจัดสรร เพื่อเพิ่มค่าครองชีพฯ มาจาก 3 แหล่ง ได้แก่ 1.ให้จ่ายจากเงินรายได้ขององค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) แห่งนั้นๆ หากท้องถิ่นมีรายได้ไม่เพียงพอให้คณะกรรมการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพิจารณาทบทวนเกณฑ์จัดสรรเงินอุดหนุนทั่วไป เพื่อนำเงินมาอุดหนุนการเพิ่มค่าครองชีพชั่วคราว
กรณี อปท.มีค่าใช้จ่ายเงินเดือน ค่าจ้าง ประโยชน์ตอบแทนเกิน 40% ของงบรายจ่ายประจำปีให้คณะกรรมการกระจายอำนาจฯ ทบทวนหลักเกณฑ์การจัดสรรภาษีและค่าธรรมเนียมรถยนต์และค่าธรรมเนียมล้อเลื่อน ที่จัดสรรให้องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) 100% โดยให้ลดสัดส่วนรายได้ที่จัดสรรในส่วน อบจ.ลง และนำไปจัดสรรให้ อบต. เทศบาล เพื่ออุดหนุนค่าครองชีพแทน
นอกจากนี้ ให้ อปท.นำเงินสะสมมาจ่ายขาดให้พนักงานและลูกจ้างที่มีสิทธิได้รับเงินอื่นๆ ตามกฎหมาย
ปัจจุบัน อปท.ทั่วประเทศมีเงินฝากสะสมอยู่ 3.69 แสนล้านบาท และมีเงินสะสมที่จะนำมาจ่ายขาด เพื่อเพิ่มค่าครองชีพฯ ได้กว่า 1 แสนล้านบาท
วันเดียวกันคณะกรรมการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในงานด้านนิติบัญญัติของวุฒิสภา จัดเสวนาผลกระทบต่อการบังคับใช้พระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) โดยนายวิศร์ อัครสันตติกุล ประธานองค์กรเครือข่ายสมาชิก กบข. ยืนยันว่า สมาชิกต้องการให้มีการแก้ไขพระราชบัญญัติ กบข. มาตรา 63 เกี่ยวกับหลักเกณฑ์การคำนวณเงินบำนาญ เพื่อให้ได้รับบำนาญที่สูงขึ้น สามารถลาออกได้ และหากตายก็ให้ได้รับประโยชน์ที่เป็นธรรม







