
แรมโบ้อ้างไม่รู้ศาลนัดส่งทนายขอเลื่อนฟังคำพิพากษา
สุภรณ์อ้างไม่รู้ศาลนัดฟังคำพิพากษาหลังโดนหมายจับ เร่งส่งทนายขอเลื่อนเข้าฟังคำพิพากษาเป็นวันที่ 22 มี.ค.
สุภรณ์อ้างไม่รู้ศาลนัดฟังคำพิพากษาหลังโดนหมายจับ เร่งส่งทนายขอเลื่อนเข้าฟังคำพิพากษาเป็นวันที่ 22 มี.ค.
นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ แกนนำแนวร่วมประชาชนต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือ แรมโบ้อีสาน กล่าวว่า เหตุที่ไม่ได้เดินทางไปฟังคำพิพากษาศาลฎีกาเนื่องจากไม่ทราบมาก่อนว่า ศาลฎีกาได้นัดวันนี้ และพึ่งทราบว่าศาลได้ออกหมายจับแล้ว
ขณะนี้ได้ให้ทนายความไปขอเลื่อนการฟังคำพิพากษาไปเป็นวันจันทร์ที่ 22 มี.ค. ซึ่งนายสุพรได้ให้สัมภาษณ์ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
ก่อนหน้านี้เมื่อเวลา9.30น. ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก มีคำสั่งให้ออกหมายจับ นายสุภรณ์ และนายธีระชัย แสนแก้ว อดีต ส.ส.อุดรธานี พรรคไทยรักไทย เป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา เนื่องจากเห็นว่ามีพฤติการณ์หลบหนีไม่มาฟังคำพิพากษาศาลฎีกา
ทั้งนี้คดีดังกล่าว นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายสุภรณ์ และนายธีรชัย เป็นจำเลย เมื่อเดือนพ.ค. 2545 โดยทั้งสองขณะที่ดำรงตำแหน่ง ส.ส. สมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวที่อาคารรัฐสภาต่อสื่อมวลชนก่อนการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล
โดยกล่าวหานายอภิสิทธิ์ ว่าการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินขหลังจากพ้นตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีในสมัยนายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี ป็นเวลา 1 ปี มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นจาก 29 ล้านบาทเป็น 50 ล้านบาท น่าจะมีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ ทั้งที่โจทก์ได้ ชี้แจงแล้วว่าเงินที่เพิ่มประมาณ 20 ล้านบาทเป็นส่วนแบ่งมรดก ดังนั้นการกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นการทำให้โจทก์เสื่อมเสียชื่อเสียงถูกดูหมิ่นเกลียดชัง







