
รพ.ทวงค่าดีอาร์จี3พันล้านเผดิมชัยจี้นายจ้างจ่ายสมทบ
หน่วยบริการทวงเงินสำนักงานประกันสังคม 3,000 ล้านบาท เหตุค้างจ้างค่าดีอาร์จีตั้งแต่ต้นปี
หน่วยบริการทวงเงินสำนักงานประกันสังคม 3,000 ล้านบาท เหตุค้างจ้างค่าดีอาร์จีตั้งแต่ต้นปี
นพ.กำพล พลัสสินทร์ ประธานชมรมโรงพยาบาลเพื่อการพัฒนาระบบประกันสังคม เปิดเผยว่า ตั้งแต่เดือน ม.ค.จนถึงปัจจุบัน สำนักงานประกันสังคม (สปส.) ค้างจ่ายเงินตามกลุ่มโรคร้ายแรง (DRG) ที่มีน้ำหนักสัมพัทธ์ของโรค (RW) ตั้งแต่ 2 ขึ้นไป แก่โรงพยาบาลคู่สัญญาทั้งภาครัฐและเอกชนรวม 3,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ ได้ส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องของหน่วยบริการและการรักษาพยาบาลแก่ผู้ประกันตน ซึ่งงบที่ สปส.ต้องจ่ายสำหรับดีอาร์จีในแต่ละปีอยู่ที่ 4,600 ล้านบาท ขณะนี้ล่วงเข้าสู่เดือนที่ 9 แล้ว ทำให้โรงพยาบาลที่รับรักษาโรคร้ายแรงและโรงพยาบาลที่รับส่งต่อก็ต้องสำรองจ่ายเอง
“เมื่อโรงพยาบาลเอซึ่งเป็นโรงพยาบาลต้นสังกัดของผู้ประกันตนที่ป่วยเป็นมะเร็งไม่มีศักยภาพรักษาก็ต้องส่งต่อให้โรงพยาบาลบี ซึ่งเป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่รักษาแทน เมื่อรักษาหายโรงพยาบาลเอก็ต้องตามมาจ่ายค่ารักษาให้ ก่อนจะไปเบิกคืนจาก สปส. ปัญหาคือ เมื่อสำรองจ่ายไปแล้วแต่เบิกเงินคืนไม่ได้ แล้วใครจะอยากรักษาผู้ป่วยหรือจะกล้าส่งต่อ” นพ.กำพล กล่าว
นพ.กำพล กล่าวอีกว่า แนวคิดการตั้งหน่วยเบิกจ่ายกลาง (Clearing House) ของ สปส.คงไม่เกิดประโยชน์และจะยิ่งทำให้เกิดความวุ่นวายมากยิ่งขึ้น ยืนยันว่า หากโรงพยาบาลทำเรื่องเบิกไปตามขั้นตอนแล้ว สปส.ก็จ่ายตามระเบียบปัญหาก็จะไม่เกิด แต่ที่ผ่านมา สปส.มักจะอ้างความล่าช้าจากระบบราชการ
ด้านนายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ รมว.แรงงาน กล่าวว่า ขณะนี้นายจ้างค้างจ่ายเงินสมทบ 4,000 ล้านบาท ส่งผลให้ สปส.ขาดโอกาสในการนำเงินไปลงทุนสร้างผลกำไร นอกจากนี้จำเป็นต้องติดตามเงินค้างชำระให้ได้อย่างน้อยครึ่งหนึ่ง เพื่อไปทำโครงการคืนประโยชน์สู่ผู้ประกันตนและประชาชน







