
อัตลักษณ์“คาร์บอมบ์”จากใต้สู่เมืองกรุง
วิธีการก่อเหตุความไม่สงบจากจังหวัดชายแดนภาคใต้สู่เมืองกรุง จะว่าไปก็คงไม่ใช่เรื่องแปลก
โดย...ธนก บังผล
วิธีการก่อเหตุความไม่สงบจากจังหวัดชายแดนภาคใต้สู่เมืองกรุง จะว่าไปก็คงไม่ใช่เรื่องแปลก หลังจากที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) เคยเจอการวางระเบิดมาแล้ว
แม้ว่าในบางกรณีจะสามารถโยงให้เห็นถึงรูปแบบการต่อสายชนวนและวัตถุในการประกอบระเบิดว่ามีส่วนคล้ายคลึงกับการก่อเหตุในจังหวัดชายแดนภาคใต้
แต่นั่นอาจยังไม่ทำให้เราตระหนักถึง “จักรยานยนต์บอมบ์” และ “คาร์บอมบ์” ที่แม้ไม่อยากให้เกิดขึ้นใน กทม. แต่ประสบการณ์ของ พ.ต.อ.โพธ สวยสุวรรณ รองผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.ปัตตานี (รอง ผบก.ภ.จว.ปัตตานี) ซึ่งอยู่ในพื้นที่มาหลายปีนั้น สามารถให้ความรู้กับคนเมืองหลวงได้มีทัศนะในการสังเกต
หากวันหนึ่งเกิดเหตุคาร์บอมบ์ขึ้นกลางกรุง!!!
พ.ต.อ.โพธ เปิดเผยว่า รถที่มักนำมาก่อเหตุคาร์บอมบ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น มักจะเป็นรถที่ผู้ก่อความไม่สงบก่อเหตุฆ่าหรือขโมยมาก่อน และไม่ใช่รถเก่าทรุดโทรมอย่างในอดีต
เมื่อเป็นรถที่เพิ่งขโมยมา ข้อมูลหลักฐานต่างๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกที่จะพิสูจน์อัตลักษณ์รถยนต์ที่จะนำมาทำเป็นคาร์บอมบ์
“การตรวจสอบรถและเอกสารโดยเฉพาะแผ่นป้ายทะเบียนรถ เจ้าหน้าที่ตำรวจมีวิธีสังเกต 1.ป้ายราชการถูกต้องหรือไม่ 2.มีร่องรอยการนำไปตัดต่อหรือเปล่า 3.ตรวจสอบความสัมพันธ์ระหว่างแผ่นป้ายกับเอกสารอื่นๆ และตัวถังรถว่าถูกต้องตรงกันหรือไม่ นอกจากนี้ยังมีการตรวจหาข้อมูล ชื่อ ที่อยู่ เลขบัตรประจำตัวประชาชนเจ้าของรถ สมุดคู่มือจดทะเบียน เครื่องหมายประกันภัย เลขตัวรถ เลขเครื่องยนต์ รหัสประจำตัวรถ สิ่งเหล่านี้จะทำให้เรารู้ได้ว่าเป็นรถที่ถูกขโมยมาเพื่อก่อเหตุคาร์บอมบ์หรือไม่” พ.ต.อ.โพธ กล่าว
นอกจากนี้ การสังเกตป้ายทะเบียนรถก็เป็นอีกจุดหนึ่ง ที่ พ.ต.อ.โพธ ให้ความรู้ว่า ป้ายทะเบียนทั้งหน้าและหลัง ในปัจจุบันมี 2 รุ่น โดยแผ่นป้ายปลอมนั้นจะใช้แผ่นสะท้อนแสงให้เหมือนของราชการ
“ลายน้ำสะท้อนแสงหรือที่ปัจจุบันมีการนิยมใช้ป้ายทะเบียนกันน้ำ จุดขายอาจจะสวยงาม แต่ก็มีที่ทำผิดกฎหมาย ตัดต่อป้ายทะเบียนให้ตรงกับร่องที่บริษัททำมาติด นอกจากนี้การเปลี่ยนแปลงสภาพรถยนต์หรือจักรยานยนต์ ก็ยังมีการเปลี่ยนแผ่นป้ายทะเบียน เครื่องหมายการเสียภาษี ยี่ห้อรถ หรือแม้แต่การปลอมแปลงตัวรถ ซึ่งหลักการพิจารณาเลขหมายของเราอยู่ที่แต่ละยี่ห้อ รุ่น โรงงาน จะต่างกัน การตรวจสอบเลขเครื่องยนต์ เนื้อโลหะ ร่องรอยการเจียระไน เปรียบเทียบตัวอักษร ความลึก เหล่านี้แตกต่างกัน”
และหากพบว่าเป็นป้ายที่ผิดกฎหมาย ก็ย่อมที่จะถูกเรียกค้นเพื่อตรวจสอบ
“ในปัจจุบันการก่อเหตุคาร์บอมบ์คนร้ายมักเปลี่ยนการดำเนินการไป รถที่ก่อเหตุไม่ใช่รถที่ทรุดโทรม แต่เป็นรถที่ค่อนข้างทันสมัย ไม่เตะตา ไม่สะดุด รถที่ได้ไปก็มาจากการฆ่าชิงทรัพย์ โดยจะไม่นำมาใช้งานปกติหรือธุรการส่วนตัว แต่จะนำไปก่อเหตุโดยตรงเท่านั้น ก่อเหตุใช้ยิงบ้าง โจมตีฐานแล้วหายไป ซึ่งสุดท้ายก็จะมาจบลงที่การประกอบระเบิด รถก่อเหตุจะสด ไม่ใช่ลักทรัพย์ 3 ปีที่แล้ว ส่วนใหญ่อยู่ในปีที่ถูกขโมยเพื่อที่จะได้ไม่ต้องไปปลอมแปลงแผ่นป้ายเสียภาษี ส่วนใหญ่แล้วคนร้ายจะไม่ปลอมรถ ใช้แค่สับเปลี่ยนหรือตัดต่อแผ่นป้ายทะเบียน” พ.ต.อ.โพธ กล่าว
โดยพื้นที่หน้าด่าน ถนนหนองจิก เข้าเมือง จ.ปัตตานี พ.ต.อ.โพธ กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้ตั้งด่านตรวจรถต้องสงสัยเพื่อตรวจสอบอย่างละเอียดไม่ให้เกิดการก่อความไม่สงบตามแผน “พิทักษ์ปัตตานี”
“พื้นที่ตรงด่านนี้จะตรวจสอบอย่างละเอียด ใจจริงเราอยากตรวจทุกคัน แต่ก็จำเป็นต้องสุ่มตรวจรถและคนที่ต้องสงสัย เพราะไม่อย่างนั้นจะทำให้การจราจรติดขัดมาก ที่ด่านตรวจนี้ถือได้ว่าเป็นด่านป้องกันก่อนเข้าตัวเมืองปัตตานี โดยจะมีเจ้าหน้าที่ซึ่งผ่านการฝึกการสังเกตรถต้องสงสัยคอยยืนชี้เป้า คนนี้ต้องเป็นคนที่มีประสบการณ์ในการตรวจ”
“ขั้นตอนในการตรวจคือ หากพบว่าเป็นรถที่ต้องสงสัย ทั้งลักษณะของรถหรือป้ายทะเบียนที่เรามีอยู่ อย่างแรกคือ ต้องดูก่อนว่าคนในรถไม่เป็นอันตรายต่อเจ้าหน้าที่ ตำรวจจะขอความร่วมมือให้ลงจากรถ หลังจากนั้นจะตรวจบุคคลดูว่ามีอาวุธหรือไม่ โดยเจ้าหน้าที่จะแสดงความบริสุทธิ์ใจเพื่อขอค้นในรถ หากเราพบว่าเป็นรถต้องสงสัยจริงก็จะขอดูเอกสารในรถ ที่แสดงความเป็นเจ้าของรถ ซึ่งหากไม่ใช่รถของตัวเองก็จะสามารถตามได้ว่าใครให้รถมาใช้ ก่อนที่จะเข้าทำการตรวจโดยอิเล็กทรอนิกส์ว่าตรงกันกับเอกสารหรือไม่ ทั้งหมดในขั้นตอนนี้ไม่เกิน 3 นาที”
พ.ต.อ.โพธ ยังย้ำอีกว่า รถที่ผ่านไปมานี้ เจ้าหน้าที่ชี้เป้าต้องฝึกฝนแล้ว ทั้งการดูรถและดูคน
“อย่างรถนี่เราจะดูว่ามีรอยงัดหรือไม่ ซึ่งถ้ามีรอยงัดก็จะสันนิษฐานได้ว่าถูกโจรกรรมมา ส่วนระเบิดนั้นต้องดูคนขับกับแผ่นป้ายว่าตรงกับทะเบียนรถหรือไม่ เดี๋ยวนี้กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบเริ่มมีการทำทีให้ผู้หญิงขับแล้ว” รอง ผบก.ภ.จว.ปัตตานี กล่าว
ในวันนี้แม้ว่าการก่อเหตุจักรยานยนต์บอมบ์และคาร์บอมบ์ใน กทม. ยังไม่แพร่หลายมากนัก
แต่อย่าลืมว่าอะไรที่เกิดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ การก่อเหตุความไม่สงบอนาคตใน กทม. ก็มักจะถูกลอกเลียนแบบกันมาเพื่อป่วนเมือง
และหากไม่อยากให้เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้น รู้ไว้ก็ไม่เสียหลาย
ตรวจข้อมูลรถน่าสงสัย
พ.ต.อ.โพธ สวยสุวรรณ รอง ผบก.ภ.จว.ปัตตานี แนะนำการตรวจสอบข้อมูล หากพบหรือสงสัยว่ารถที่เห็นเป็นรถที่อาจจะถูกนำมาใช้ก่อเหตุระเบิด โดยสามารถตรวจสอบข้อมูลผ่านศูนย์ข้อมูล หรือศูนย์วิทยุทางช่อง 152.700 หรือ 153.450 เพื่อให้ตำรวจเข้าไปตรวจข้อมูลรถผ่านระบบ POLIS
นอกจากนี้ ยังมีการทำแผ่นภาพรถยนต์เพื่อแจ้งเตือนและเฝ้าระวัง โดยสามารถเข้าไปดูที่เว็บไซต์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ







