posttoday
หมอไทยดีเด่นแห่งชาติ

หมอไทยดีเด่นแห่งชาติ

04 กันยายน 2555

เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติคุณของแพทย์แผนไทย เมื่อปีที่แล้วคณะกรรมการพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพในคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติและกระทรวงสาธารณสุข ได้ริเริ่มการคัดเลือกแพทย์แผนไทยดีเด่นแห่งชาติขึ้นเป็นปีแรก ซึ่งได้แก่ พระครูอุปการพัฒนกิจ หรือหลวงพ่อสมัยแห่งวัดหนองหญ้านาง จ.อุทัยธานี ในปีนี้ได้มีการดำเนินการต่อเนื่อง ได้หมอไทยดีเด่นแห่งชาติประจำปี 2555 คือ พ่อหมอสง่า พันธุ์สายศรี

เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติคุณของแพทย์แผนไทย เมื่อปีที่แล้วคณะกรรมการพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพในคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติและกระทรวงสาธารณสุข ได้ริเริ่มการคัดเลือกแพทย์แผนไทยดีเด่นแห่งชาติขึ้นเป็นปีแรก ซึ่งได้แก่ พระครูอุปการพัฒนกิจ หรือหลวงพ่อสมัยแห่งวัดหนองหญ้านาง จ.อุทัยธานี ในปีนี้ได้มีการดำเนินการต่อเนื่อง ได้หมอไทยดีเด่นแห่งชาติประจำปี 2555 คือ พ่อหมอสง่า พันธุ์สายศรี

พ่อหมอสง่า เกิดเมื่อ พ.ศ. 2474 ที่บ้าน ต.พยอม อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นบุตรคนที่ 2 ในจำนวนลูกทั้งหมด 8 คนของนายเย็นหรือการีม รุนกาศ กับ นางแมะ ภักดี ตระกูลของพ่อสง่านับถือศาสนาอิสลามอพยพมาจาก จ.ปัตตานี ชื่ออิสลามของพ่อหมอสง่า คือ “กอเดรด” พื้นเพดั้งเดิมเป็นคนยากจน มีอาชีพทำนา ไม่มีที่ดินของตนเอง

บรรพบุรุษของพ่อหมอสง่ามีวิชาหมอสืบทอดกันมา โดยเฉพาะวิชานวดโดยใช้เท้าเหยียบเหล็กแดงรักษาอาการอัมพฤกษ์ อัมพาต รวมทั้งความพิการจากโรคโปลิโอ

พ่อหมอสง่ามีพื้นฐานการเล่าเรียนเพียงจบชั้นประถมปีที่ 4 แต่สนใจศึกษาสืบทอดความรู้ทางการแพทย์จากปู่และพ่อ โดยติดตามปู่และพ่อไปรักษาคนเจ็บคนไข้ตามบ้านคนเจ็บคนไข้ รวมทั้งได้ติดตามไปช่วยเก็บยาสมุนไพรตามทุ่งตามป่าและช่วยปรุงยา ตลอดจนเรียนคาถาอาคมและฝึกทำน้ำมนต์ จนพ่อไว้เนื้อเชื่อใจและได้ทำการครอบครูวิชาเหยียบเหล็กแดงให้ตั้งแต่อายุได้เพียง 14 ปี จนอายุได้ 17 ปี ก็มีความรู้ความชำนาญรักษาคนเจ็บคนไข้ได้ นอกเหนือจากการเหยียบนวดให้ปู่และพ่อตั้งแต่ยังเล็ก

อย่างไรก็ดี แม้จะมีความรู้ความสามารถในการรักษาคนไข้ตั้งแต่วัยรุ่น แต่ช่วงชีวิตตอนนั้นพ่อหมอสง่าก็เหมือนวัยรุ่นทั่วไปคือยังอยากใช้ชีวิตอิสระ ไม่อยากทำงานอาชีพรักษาคนไข้เท่าไรนัก จนกระทั่งหลังจากเป็นทหารเกณฑ์ไปรบในสงครามเกาหลี ได้รับบาดเจ็บสาหัสจนเกือบถูกตัดขาทิ้ง แต่ท่านไม่ยอมให้ตัด ขอกลับไปรักษาตัวด้วยภูมิปัญญาของครอบครัว โดยปู่ย่าทำการรักษาให้จนหายเป็นปกติ จึงทำให้ท่านสนใจเรียนรู้และฝึกฝนวิชาแพทย์ของตระกูลจากปู่และพ่ออย่างจริงจังมากขึ้น

นอกจากความรู้และการฝึกฝนทักษะต่างๆ แล้ว สิ่งที่พ่อหมอสง่าซึมซับจากปู่และพ่อตลอดมา คือความเมตตากรุณาที่ปู่และพ่อมีต่อคนไข้ โดยไม่เลือกว่าเป็นอิสลามหรือพุทธ เพราะแม้จะมีวิชาความรู้ที่สามารถช่วยเหลือเยียวยาชาวบ้านได้ แต่อาชีพหลักก็คือต้องทำนาและหาปูหาปลามาบริโภคเหมือนชาวบ้านทั่วไป ค่าตอบแทนส่วนใหญ่ที่ได้รับก็เพียงค่าครูเท่านั้น แต่สิ่งที่มีคุณค่าเหนือกว่าเงินทองก็คือความเคารพนับถือและความรักที่ชาวบ้านมีให้ต่อปู่และพ่อ ทำให้พ่อหมอสง่าดำเนินรอยตามปู่และพ่อ ช่วยเหลือรักษาคนเจ็บคนไข้ด้วยความยินดีและกรุณาสืบมา

นอกเหนือจากความรู้ที่ได้รับถ่ายทอดจากบรรพบุรุษแล้วพ่อหมอสง่ายังสนใจศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม โดยเฉพาะความรู้ทางการแพทย์สมัยใหม่ ซึ่งพ่อหมอสง่าได้มีโอกาสไปทำงานในแผนกกายภาพบำบัดของโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าเป็นเวลา 2 ปี ได้ศึกษาเรียนรู้และนำมาดัดแปลงประดิษฐ์อุปกรณ์ในการช่วยเหลือรักษาคนไข้อัมพฤกษ์ อัมพาต โดยใช้วัสดุที่หาได้ง่ายในท้องถิ่น เช่น ทำอุปกรณ์ชักรอกให้คนไข้ได้บริหารแขนขาที่เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต ทำไม้ขยับให้คนไข้บริหารนิ้ว ทำหมอนรองไหล่ช่วยให้คนไข้ที่ไหล่ตกกลับเข้าที่ ดัดแปลงวอล์กเกอร์โดยการติดล้อ และมีที่นั่งพักให้คนไข้อัมพฤกษ์ อัมพาต หัดเดิน พอเมื่อยก็นั่งพักได้ เป็นต้น

ด้วยความรู้ที่มีหลายด้าน ทำให้พ่อหมอสง่าได้เป็นที่พึ่งของคนไข้ทั้งในฐานะหมอสมุนไพร หมอตำแย หมอนวด หมอเหยียบเหล็กแดง หมอเป่า หมอมนต์ นอกจากได้รับการยอมรับจากชาวบ้านแล้ว ทางการก็ให้การยอมรับ โดยการตั้งให้เป็นแพทย์ประจำตำบล และต่อมาได้รับคัดเลือก เป็นอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ในงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติที่กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกจัดขึ้นเป็นประจำติดต่อกันมาหลายปี พ่อหมอสง่าก็ได้รับเชิญให้มาเป็นวิทยากรและสาธิตการรักษาโดยการเหยียบเหล็กแดงหลายครั้ง

ที่บ้านพ่อหมอสง่า นอกจากมีคนไข้ทั้งอิสลามและพุทธไปรับการรักษาแล้ว ยังได้รับความสนใจไปดูงานจากที่ต่างๆ และท่านยังถ่ายทอดความรู้แก่ผู้สนใจโดยไม่เลือกว่าเป็นอิสลามหรือเป็นพุทธ เป็นตัวอย่างอันดีของความสมานฉันท์ระหว่างศาสนิกต่างศาสนาที่น่าชื่นชมอย่างแท้จริง

พ่อหมอสง่าได้รับคัดเลือกเป็นผู้ทรงคุณวุฒิด้านการแพทย์แผนไทย ตั้งแต่ปี 2540 และได้รับใบประกอบโรคศิลปะ ในสาขาการแพทย์แผนไทย ประเภทเวชกรรมไทย โดยไม่ต้องผ่านการสอบ เมื่อปี 2548 ขณะมีอายุได้ 74 ปี และเมื่อปี 2554 ยังได้รับแต่งตั้งเป็นอนุกรรมการพัฒนาการแพทย์พื้นบ้านของกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ขณะมีอายุถึง 80 ปีแล้ว

ในด้านชีวิตครอบครัว พ่อหมอสง่าได้ประกอบสัมมาชีพสร้างครอบครัวด้วยความขยันหมั่นเพียรจนเป็นปึกแผ่น สามารถอบรมเลี้ยงดูลูก 6 คนให้เป็นคนดีและทำคุณประโยชน์ให้แก่ชุมชนและราชการเป็นอันมาก จนได้รับยกย่องให้เป็น “พ่อดีเด่น” ของ จ.พระนครศรีอยุธยา ประจำปี 2552

ด้วยความรู้ความสามารถ ผลงาน และคุณความดีมากมายเป็นที่ประจักษ์ คณะกรรมการจึงเห็นพ้องต้องกันคัดเลือกพ่อหมอสง่า พันธุ์สายศรี เป็นหมอไทยดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2555

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69