
วุฒิสภาชำแหละงบ"56 ซุกหนี้เสี่ยงวิกฤต
ภาพรวมการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 วงเงิน 2.4 ล้านล้านบาท
โดย...ไพบูลย์ กระจ่างวุฒิชัย
หมายเหตุ : กมธ.สามัญพิจารณาศึกษาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 วุฒิสภาที่มี อโณทัย ฤทธิปัญญาวงศ์ สว.สรรหา เป็นประธาน ได้นำเสนอรายงานและข้อเสนอแนะต่อที่ประชุมวุฒิสภาที่มีวาระการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ระหว่างวันที่ 34 ก.ย. โดยมีเนื้อหาสาระสำคัญ ดังนี้
ภาพรวมการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 วงเงิน 2.4 ล้านล้านบาท
1.ผลกระทบของการกำหนดการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในอัตราที่สูง
การกำหนดเป้าหมายด้านอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ หรือจีดีพีสูงๆ ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นผลดีต่อระบบเศรษฐกิจเสมอไป แต่ยังมีเป้าหมายอื่นๆ เพื่อรักษาเสถียรภาพของเศรษฐกิจให้เจริญเติบโตอย่างยั่งยืน ได้แก่ เป้าหมายการจ้างงาน เป้าหมายการกระจายรายได้ และเป้าหมายการสร้างความเป็นธรรมในสังคมเหล่านี้ เป็นต้น
การขยายตัวของเศรษฐกิจในอัตราสูงอาจเนื่องมาจากการใช้จ่ายของภาครัฐ หรือการปล่อยสินเชื่อจากสถาบันการเงินของรัฐหรืออาจเกิดจากการใช้สินเชื่อเกินขอบเขตโดยเฉพาะช่วงที่อัตราดอกเบี้ยยังอยู่ในเกณฑ์ต่ำ หรืออาจจะเกิดจากการบริโภคที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ และส่งผลต่อภาวะเงินเฟ้อ ภาระหนี้สินภาคครัวเรือน และความไม่มีประสิทธิภาพของระบบเศรษฐกิจไทย
2.ผลกระทบต่อกรอบการรักษาวินัยทางการเงินการคลังภาครัฐ
ในช่วงที่ผ่านมาการรณรงค์หาเสียงไว้กับประชาชนเพื่อให้ได้มาเป็นรัฐบาลโดยนำเสนอโครงการ โดยมีการตั้งงบประมาณรายจ่ายไว้ในร่าง พ.ร.บ.งบประมาณประจำปี โดยไม่มีการศึกษาความเหมาะสมของโครงการเสียก่อนหรือไม่มีการจัดลำดับความสำคัญที่มีความเร่งด่วนก่อน รวมทั้งมีการตั้งงบประมาณรายจ่ายโดยไม่ผ่านการวิเคราะห์โครงการ
การก่อหนี้สาธารณะของประเทศต้องทำบันทึกบัญชีโดยนับรวมถึงการก่อหนี้โดยหน่วยงานอื่นของรัฐด้วย เพื่อให้ครอบคลุมสอดคล้องกับข้อเท็จจริง และมีความพร้อมต่อการหาแนวทางแก้ไขปัญหา แต่การก่อหนี้ที่รัฐบาลผลักภาระให้ไปอยู่ในบัญชีที่ไม่นับรวมอยู่ในระบบภาระหนี้สาธารณะของประเทศ แต่รัฐบาลอาจต้องเข้าไปรับภาระเมื่อสถาบันการเงินของรัฐเหล่านั้นตกอยู่ในภาวะวิกฤต
ต้องกำหนดการใช้จ่ายเงินนอกงบประมาณผ่านหน่วยงานอื่นใดของรัฐตามนโยบายของรัฐบาล ต้องถูกรวมไว้ในร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีที่ต้องขออนุมัติจากรัฐสภาด้วย
3.ระบบติดตามประเมินผลสัมฤทธิ์ของการใช้จ่ายเงินงบประมาณ
รัฐบาลใช้นโยบายประชานิยมโดยในระยะเริ่มต้นมักขาดกฎเกณฑ์รองรับ หรือโครงการลงทุนขนาดใหญ่ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ยิ่งหมิ่นเหม่ต่อปัญหาทุจริตจากการจัดซื้อจัดจ้างในราคาที่สูงกว่าตลาดเป็นจำนวนมากและขาดการประเมินผล
รัฐบาลมีความจำเป็นอย่างยิ่งต้องปรับปรุงโครงสร้างภาษีอากรและขยายฐานภาษีเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม พร้อมทั้งให้สามารถใช้เป็นเครื่องมือกระตุ้นการออมและการลงทุนเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ มิใช่เป็นเพียงแหล่งเพิ่มรายได้เพื่อการใช้จ่ายของรัฐบาลเท่านั้น
รัฐบาลควรวิเคราะห์ผลกระทบทางเศรษฐกิจของไทยในกรณีวิกฤตเศรษฐกิจโลกมีความผันผวน โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิกฤตเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศในภูมิภาคยุโรป และต้องมีการเตรียมความพร้อมรองรับในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยเฉพาะการเน้นรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจของประเทศให้เกิดความมั่นคง







