
พระเจ้าบรมวงศ์เธอฯ กรมหมื่นวิวิธวรรณปรีชา
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจันทรทัตจุฑาธาร กรมหมื่นวิวิธวรรณปรีชา
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจันทรทัตจุฑาธาร กรมหมื่นวิวิธวรรณปรีชา พระนามเดิม พระองค์เจ้าจันทรทัตจุฑาธาร พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ประสูติแต่จอมมารดาโหมด เมื่อวันอังคาร เดือนอ้าย แรม 13 ค่ำ ปีวอกโทศก จ.ศ. 1222 ตรงกับวันที่ 11 ธ.ค. 2403 ณ พระบรมมหาราชวัง
ทรงได้รับการศึกษาขั้นต้นในสำนักพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าหญิงกฤษณา และทรงศึกษาภาษาอังกฤษกับครูแพตเทอร์สัน เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงอุปสมบทตามพระราชประเพณี ในปี พ.ศ. 2416 พระองค์เจ้าจันทรทัตจุฑาธาร ได้ทรงผนวชเป็นสามเณรพร้อมพระองค์เจ้ามนุษยนาคมานพ โดยมีสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า ทรงเป็นพระอุปัชฌาย์ และมีสมเด็จพระสังฆราช สา ปุสฺสเทว เป็นผู้ถวายศีล โดยประทับ ณ วัดบวรนิเวศวิหาร จากนั้นในปี พ.ศ. 2433 พระองค์ได้ทรงผนวชเป็นพระภิกษุอีกเป็นเวลา 1 ปี
หลังจากลาผนวชพระองค์เจ้าจันทรทัตจุฑาธารได้เข้ารับราชการสนองพระเดชพระคุณในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่กรมราชเลขานุการ ผู้ช่วยกระทรวงว่าการต่างประเทศ อธิบดีกรมศึกษาธิการ ในปี พ.ศ. 2439 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาพระอิสริยยศขึ้นเป็น “กรมหมื่นวิวิธวรรณปรีชา” ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมพยาบาล มีหน้าที่คอยคุมดูแลกิจการศิริราชพยาบาล จัดการศึกษาวิชาแพทย์ควบคุมโรงพยาบาลอื่นๆ จนกระทั่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้ยุบกรมพยาบาล และโอนย้ายหน่วยงานต่างๆ ในสังกัดไปสังกัดกระทรวงธรรมการ กระทรวงนครบาล กระทรวงมหาดไทย และโรงเรียนราชแพทยาลัย
พระองค์เจ้าจันทรทัตจุฑาธารทรงมีผลงานเป็นที่ประจักษ์สืบมา คือได้ทรงเป็นพระธุระในการจัดพิมพ์ตำราแพทย์แผนโบราณชื่อ “ตำราแพทยศาสตร์สงเคราะห์” (ฉบับกรมพยาบาล) เป็นฉบับพิมพ์ที่เก่าแก่ที่สุด มีอายุ 115 ปี เป็นตำราการแพทย์ที่จัดพิมพ์สำหรับโรงเรียนแพทยากรเป็นครั้งแรก ในปี พ.ศ. 2438 โดยพิมพ์เป็นตอนๆ ประกอบด้วยเนื้อหาทั้งวิชาแพทย์แผนปัจจุบันและวิชาแพทย์แผนโบราณ ซึ่งโรงเรียนแพทยากรสำหรับฝึกสอนวิชาแพทย์แห่งแรกนั้น ตั้งขึ้นที่โรงพยาบาลศิริราช เมื่อปี พ.ศ. 2432 ต่อมาเรียกว่า โรงเรียนราชแพทยาลัย ตำราแพทย์ที่ชื่อว่า “แพทยศาสตร์สงเคราะห์” นี้ ได้จำหน่ายให้แก่ประชาชนด้วย แต่เหตุที่พิมพ์ในจำนวนจำกัดจึงมีราคาแพงมาก คัมภีร์แพทย์ดังว่านี้มีจุดที่น่าสนใจคือ เนื้อหาส่วนใหญ่เป็นคัมภีร์แพทย์เดิมจากพระคลังข้างที่ ซึ่งได้รวมคัมภีร์อันเป็นต้นตำราที่ตรวจสอบถูกต้องแล้ว รวมทั้งคัมภีร์จรอื่นๆ ที่หมอหรือผู้รู้ทางการแพทย์ได้แต่งไว้ อีกทั้งได้รวบรวมตำราแผนนวด สรรพคุณยา ตำราเกร็ดความรู้ต่างๆ คัดลงในหนังสือนี้ด้วย นับเป็นตำราแพทยศาสตร์สงเคราะห์ชุดแรกในประเทศไทย และเป็นตำราการแพทย์แผนไทยชุดแรกที่จัดพิมพ์ขึ้นโดยทางราชการ คือ “กรมพยาบาล” ในสังกัดกระทรวงธรรมการ ที่มีความเก่าแก่มากที่สุด
นอกจากนี้ พระองค์เจ้าจันทรทัตจุฑาธารยังทรงศึกษาหาความรู้ทางพระพุทธศาสนาจากครูบาอาจารย์ที่เป็นสมเด็จพระสังฆราชถึง 3 พระองค์ ทรงพระปรีชาแตกฉานในพระปริยัติและการปฏิบัติมาก ได้ทรงนิพนธ์หนังสือชื่อเพชรในหิน แก่นไตรภพมฤตยูกถา หรือมรณานุสรณ์ วิวิธธัมโมทัย อุทานคาถา อันมีรายละเอียดที่น่าศึกษาเกี่ยวกับธรรมกาย โดยทรงลงมือปฏิบัติกรรมฐานจนรู้เห็นจริงว่ามีธรรมกายในตัวตน จึงได้ทรงนิพนธ์เรื่องเกี่ยวกับธรรมกายออกมาค่อนข้างชัดเจนและแจ่มแจ้ง ทรงเชื่อเรื่องมนุษย์เราตายแล้วไม่สูญ ถ้ากายทิพย์หลุดออกจากสรีระ ชีวิตก็ไม่สามารถดำรงอยู่ได้ นั่นหมายถึงมนุษย์เราไม่ได้มีเพียงแต่กายเดียว กายทิพย์ที่เรามองไม่เห็นด้วยตาเปล่า และผู้ตายสามารถไปสู่โลกทิพย์ หรือไปสู่นิรยโลกได้ ขึ้นอยู่กับบุญบาปที่ทำมาในสมัยเป็นมนุษย์
พระองค์เจ้าจันทรทัตจุฑาธารทรงนิพนธ์ไว้ถึงคำสอนที่แท้จริงของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่า “คำสอนแห่งพระศาสนาที่แท้จริงนั้น ไม่ได้สอนให้แก้ไขความเกิดความตายของสังขาร เน้นแต่ให้แก้ไขตนให้หลุดพ้นจากเกิดและตาย หรือไม่ให้ไปข้องติดอยู่ในเกิดและตาย หรือไม่ให้พลอยเกิดและตายไปกับสังขารเท่านั้น อันความเกิดตายของสังขารนั้น ใครจะแก้ไขอย่างไรย่อมไม่ได้สมประสงค์ เพราะสังขารทั้งหลายเป็นสิ่งที่เกิดเอง ดับสูญไปเองอยู่แล้วเป็นธรรมดา ไม่ต้องแก้ไขอันใด สังขารเบญจขันธ์ของผู้ใดเป็นทุกขอริยสัจ จิตของผู้นั้นก็ต้องเป็นสมุทัยอริยสัจ เพื่อพิจารณาสังขารที่เป็นทุกขอริยสัจ จนกลายเป็นไตรลักษณ์ไปเมื่อใด เมื่อนั้นแลจิตของผู้พิจารณานั้นจะเป็นทุกขนิโรธอริยสัจ ซึ่งเป็นของที่ต้องประสงค์ในพระพุทธศาสนา” พระองค์เจ้าจันทรทัตจุฑาธาร ได้ทรงจำแนกบุคคลในพระพุทธศาสนาไว้เป็น 4 จำพวก คือ
คนไม่รู้ธรรม สู้คนรู้ธรรมไม่ได้
คนรู้ธรรม สู้คนปฏิบัติธรรมไม่ได้
คนปฏิบัติธรรม สู้คนเป็นธรรมไม่ได้
คนเป็นธรรมเลิศกว่าบุคคล หมดทุกจำพวก
พระองค์เจ้าจันทรทัตจุฑาธาร ทรงเชื่อด้วยว่าคนจะพ้นทุกข์เพราะรู้จักตัวเอง เพราะผู้ใดรู้จักตัวเอง ผู้นั้นอาจพ้นทุกข์ได้ ผู้ใดไม่รู้จักตัวเอง ผู้นั้นไม่อาจพ้นทุกข์ได้เลย
ท่ามกลางความรอบรู้ในทางพระพุทธศาสนาด้วยการศึกษาหาความรู้ให้เข้าถึงแก่นแห่งหลักธรรมแล้ว พระองค์เจ้าจันทรทัตจุฑาธารยังสนพระทัยศึกษาเกี่ยวกับตำนานพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตสาวกธาตุ ทรงนิพนธ์หนังสือ “ตำราพระธาตุ” ซึ่งเป็นตำราเก่าแก่โบราณที่บันทึกลักษณะสัณฐานและการจำแนกพระธาตุ
ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งมหาอำมาตย์ตรีกระทรวงยุติธรรม ทรงรับราชการต่อมาจนสิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2475 พระชันษา 72 ปี พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจันทรทัตจุฑาธาร กรมหมื่นวิวิธวรรณปรีชา ทรงเป็นต้นราชสกุล “จันทรทัต” มีหม่อม 2 คน มีพระโอรสธิดา 8 พระองค์ มีนัดดาที่เป็นที่รู้จักของสังคมไทยในปัจจุบันคือ ม.ร.ว.จันทร์แรมศิริโชค จันทรทัต (ถึงแก่กรรมแล้ว) อดีตผู้อำนวยการใหญ่ ธนาคารออมสิน ซึ่งเป็นโอรสของ ม.จ.จันทรศิริปริวัตร จันทรทัต ส่วนนัดดาอีกผู้หนึ่ง คือ อภิพร ภาษวัธน์ อดีตผู้บริหารระดับสูง บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย ซึ่งแม้จะเกษียณอายุจากปูนซิเมนต์ไทยแล้วก็ยังคงทำงานมีตำแหน่งเป็นผู้บริหารระดับสูงในอีกหลายบริษัท ตลอดจนเป็นประธานกรรมการ บริษัท นกแอร์ กรรมการ บริษัท การบินไทย ด้วย อภิพร ภาษวัธน์ เป็นบุตรของ พล.ต.ต.พิบูลย์ ภาษวัธน์ และ ม.จ.หญิง โสมกานดา จันทรทัต







