
จุดเปลี่ยนชีวิตจับ "บิ๊กการเมือง"
พรรคพวกที่สนิทมักเรียก พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ ว่า “หมวดโด่ง”
พรรคพวกที่สนิทมักเรียก พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ ว่า “หมวดโด่ง” เริ่มต้นชีวิตทำงานจากการเป็นพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรแม่ปิง จ.เชียงใหม่ ก่อนขยับเป็นหัวหน้าชุดปราบปรามยาเสพติดตำรวจภูธร จ.เชียงใหม่ เหตุการณ์เฉียดตายเกิดขึ้นเมื่อครั้งล่อซื้อยาเสพติดตะเข็บชายแดน จ.แม่ฮ่องสอน ฝ่ายตรงข้ามยิงเอ็ม 79 เข้าใส่แต่ไม่ระเบิดเจ้าตัวรอดตายสร้างขวัญกำลังใจให้ลูกน้องได้ทำหน้าที่กวาดล้างยาเสพติดต่อไป
ฝีไม้ลายมือแบบคาดไม่ถึงของนายตำรวจรายนี้ยังนำภรรยาไปล่อซื้อยาเสพติด
“ขณะนั้นเป็นแฟน เขาพูดภาษาจีนได้จึงพาไปด้วย เราก็ดูนะคนที่จะมาเป็นคู่ชีวิตยอมรับเราได้ไหมที่มาทำงานตรงนี้ เขาก็ไปช่วยและล่อซื้อได้ 40 กิโลกรัม” หมวดโด่งเล่าถึงผลงานครั้งนั้นนำไปสู่การแต่งตั้งเป็นผู้กำกับยาเสพติดคุม 17 จังหวัด
ทว่า เส้นทางสีกากีไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเมื่อผู้ใหญ่รายหนึ่งอยากย้ายเด็กนักการเมืองนั่งตำแหน่งของเขา เพราะเห็นว่าตำแหน่งผู้กำกับการยาเสพติดได้รับโปรโมตเร็ว ทำให้ พ.ต.อ.ดุษฎี โดนเด้งไปเป็นผู้กำกับการฝ่ายวิเคราะห์ข่าว กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ปส.) เจ้าตัวยอมรับ “สองเดือนแรกทำใจไม่ได้ แต่เมื่อมารับงานใหม่ต้องศึกษาคดีต่างๆ ที่ผ่านมาจนกระทั่งได้รับออร์เดอร์จาก พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง (รอง ผบก.ป.ขณะนั้น) ให้ติดตามคดีผู้มีอิทธิพล”
“คำถามแรกท่านทวีถามผม มึงรู้จัก สุภาพสีแดง มั้ย กูไม่รู้จักไปเช็กหน่อย เป็นนักค้ารายใหญ่คลองเตย ผมใช้เวลา 3 เดือนเช็กเครือข่ายทั้งหมด ทราบใครอยู่เบื้องหลัง มีนักการเมือง ทนายความ คนในเรือนจำ ในที่สุดก็ส่งกองปราบฯ ไปค้นบ้านเครือข่ายเจอหลักฐานทางการเงิน ก่อนออกหมายจับในที่สุด ผลการจับกุม สุภาพ สีแดง ภายในเดือนยึดได้ 400500 ล้านบาท ปีเดียวกัน จับ แดง บ่อพลอย ยึดทรัพย์ได้ประมาณ 1,000 กว่าล้าน”
กระทั่ง พล.ต.อ.สมบัติ อมรวิวัฒน์ สมัยเป็นรอง ผบ.ตร. เป็นหัวหน้าปราบปรามผู้มีอิทธิพลชักชวนมาร่วมทีม สามารถจับกุม สมชายคุณปลื้ม หรือกำนันเป๊าะ สจ.ออด จ.ลำปาง
แต่ที่เป็นผลงานนำไปสู่จุดเปลี่ยนชีวิตครั้งสำคัญ คือ การจับกุม “ชาดา”
“ครั้งนั้นมีคดีชาดา ไทยเศรษฐ์ (สส.อุทัยธานี พรรคชาติไทยพัฒนา) คดีจ้างวานฆ่า ที่ไม่ธรรมดาคือว่าเราใช้ชุดคอมมานโดตำรวจปราบปรามยาเสพติด เราใช้ชุดวิเคราะห์ข่าวซึ่งเป็นตำรวจหญิงทำงานร่วมกับผมในสำนักงานนำไปนั่งประกบมือปืนเขา และคุณชาดานั่งอยู่อีกโต๊ะที่ผู้ใหญ่ล่อมาให้จับ ชุดที่ลงรถมาจับถ้าเราทำไม่ดีมือปืนยิงกันแน่ เพราะฉะนั้นตำรวจหญิงที่เป็นลูกน้อง ซึ่งผมสอนยุทธวิธีเอาปืนจี้พวกนี้ยอมจำนนโดยดี เราเข้าจับโดยละม่อม”
พ.ต.อ.ดุษฎี กล่าวถึงชาดาว่า “เรื่องของการทำหน้าที่คือหน้าที่ แต่ถึงวันนี้ผมถือว่าคุณชาดามีน้ำใจมาก ตอนน้ำท่วมใหญ่ เขาเป็นคนเดียวที่ใจถึง ส่งทรายมาช่วยหมู่บ้านเมืองเอก ไม่งั้นเมืองเอกจะถูกน้ำท่วมสูงอีก 2 เมตร ผมยอมรับว่าวันหนึ่งคุณยังใช้ได้” คำบอกเล่า พ.ต.อ.ดุษฎี มีขึ้นก่อนเกิดเหตุลอบยิงลูกชายชาดาในเวลาต่อมา
ทั้งนี้ ชาดา เคยถูกจับกุมในข้อหาจ้างวานฆ่า สมเกียรติ จันทร์หิรัญ เลขานุการของ ประแสง มงคลศิริ อดีต สส.พรรคไทยรักไทย เหตุเกิดเมื่อปี 2546 ล่าสุดชาดาตกเป็นข่าวอีกครั้งเมื่อวันที่ 20 ส.ค. เกิดเหตุลอบยิงที่ ต.หมูสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา แต่ไปถูก ฟารุต ไทยเศรษฐ์ผู้เป็นบุตรชายเสียชีวิต
การจับกุมชาดาในอดีต เป็นคดีที่ พ.ต.อ.ดุษฎี จดจำถึงวันนี้ เพราะขณะนั้นมีเสียงโทรศัพท์จากผู้ใหญ่มาถึง ประโยคปลายสายทำให้เขาต้องตัดสินใจบางอย่าง
“ผมติดใจมากที่สุดคือวันที่ผมไปจับเขา(ชาดา) ผมโทรรายงานผู้บังคับบัญชา เขาถามผมว่างัยมั้ย โด่งคุณแน่ใจนะว่าคดีนี้เกี่ยวข้องยาเสพติด โห! อะไรว่ะ เราเป็นตำรวจช่วยเหลือบ้านเมืองขนาดนี้ต้องแบ่งแยกด้วยหรือผู้ต้องหาอะไร ก้าวนั้นสำคัญที่ทำให้ผมตามท่านสมบัติ (อมรวิวัฒน์) มา”
ต่อมา พล.ต.อ.สมบัติ ถูกย้ายมาเป็นอธิบดีดีเอสไอ ก็ดึง พ.ต.อ.ดุษฎี มาทำงานในดีเอสไอด้วย เริ่มเข้ามาเป็น ซี 8 หัวหน้าชุดสะกดรอย งานแรกลงพื้นที่ภาคใต้จับกุมผู้มีอิทธิพลภาคใต้ จับกุมผู้ก่อการร้ายคดีฮั้วประมูล และทำคดีบุกรุกที่ดินป่ากระปง นำไปสู่การจับกุม วัฒนา อัศวเหม
เพราะผลงานได้รับหนุนนำเป็นรองอธิบดีดีเอสไอก่อนขยับขึ้นสู่ตำแหน่งเลขาธิการ ป.ป.ท. ตำแหน่งที่ต้องมาทำหน้าที่ปราบปรามการทุจริต ที่หนีไม่พ้นต้องเผชิญผู้มีอิทธิพล นักการเมือง อีกครั้ง แต่เลขาฯ ป.ป.ท.ลั่นไม่เคยกลัว
“หลายเรื่องแรงขึ้นไม่มีปัญหา ถ้าขู่ย้ายผม อาจสมัครเป็นกรรมการ ป.ป.ช.ก็ได้ มีเรื่องให้ผมทำอีกเยอะ ผมไม่กลัว วันไหนที่ผมมีโอกาสต้องทำเต็มที่” นี่คือจุดยืนนักล่าทุจริตส่งสัญญาณถึงบิ๊กการเมือง
ใครจะเป็นรายต่อไป!!!







