posttoday
พื้นหลังของการก่อรูป

พื้นหลังของการก่อรูป

01 กันยายน 2555

ในยุค ’60 นั้น นอกจากมีการเรียกร้องความเสมอภาคของคนผิวดำแล้ว ยังเป็นช่วงเวลาแห่งการบานสะพรั่งของขบวนการบุปผาชน

ในยุค ’60 นั้น นอกจากมีการเรียกร้องความเสมอภาคของคนผิวดำแล้ว ยังเป็นช่วงเวลาแห่งการบานสะพรั่งของขบวนการบุปผาชน

ช่วงกลางทศวรรษของ ค.ศ. 1950 นั้น วัยรุ่นอเมริกันเริ่มก่อหวอดต่อต้านสังคมที่กำลังก้าวหน้าและมุ่งพัฒนาด้านวัตถุ จะว่าไปหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ก็มีกลุ่มบุคคลที่เรียกตนเองว่า Beatniks ต่อต้านสังคม และต่อเนื่องมาเป็นขบวนการ Hippieฮิปปี้ ซึ่งแพร่หลายไปทั่วโลกในช่วงนั้น

Beatniks และฮิปปี้ จะประท้วงสังคมด้วยการแต่งตัวแปลกๆ ง่ายๆ ปฏิเสธวัตถุนิยม ใช้ชีวิตสบายๆ สูบกัญชาและมั่วเซ็กซ์ในบางครั้ง แต่ก็ไม่มีพิษมีภัยอะไร เพียงแต่ไม่ต้องการทำตัวตามกระแสของสังคมเท่านั้น แต่กระแสการตื่นตัวของวัยรุ่นชาวอเมริกันก็ขยายตัวมากขึ้น หลัง จอห์น เอฟ. เคนเนดี ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี

ยุคนี้ถือว่า เป็นยุคของคนหนุ่มคนสาว

ใครที่อยู่ในช่วงเวลานั้นจะรู้สึกได้ว่า เรากำลังก้าวเข้าสู่การเป็นยุคใหม่

ช่วงนั้นประชากรที่เติบโตมาจากยุค Baby Bloomers หรือคลื่นสึนามิมนุษย์ เริ่มเติบโตเป็นหนุ่มเป็นสาวและมีบทบาททางสังคมมากขึ้น 75% กำลังเรียนจบระดับมัธยมปลาย และ 50% ของพวกที่จบระดับมัธยมปลายก็พากันเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัย

คนหนุ่มคนสาวเหล่านี้กลายเป็นคลื่นลูกใหม่ที่ต้องการมีบทบาทในสังคม

นักศึกษาตามมหาวิทยาลัยเริ่มมีการประท้วงกฎระเบียบที่หยุมหยิมและความเข้มงวดของวงการศึกษา

การประท้วงที่มีผู้ติดตามความเคลื่อนไหวมากที่สุดคือ การประท้วงของนักศึกษามหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียแห่งเบิร์กเลย์

เหตุเกิดจากมหาวิทยาลัยห้ามนักศึกษาทำกิจกรรมการเมืองในมหาวิทยาลัย นักศึกษาที่ไม่พอใจจึงรวมตัวกันและตั้งกลุ่ม “Free Speech Movement” หรือขบวนการอภิปรายเสรี เริ่มแรกๆ การประท้วงเป็นแบบสันติวิธี ไม่รุนแรง แต่มหาวิทยาลัยได้ใช้กำลังตำรวจเข้าจับกุมผู้ประท้วงไป 800 กว่าคน ทำให้นักศึกษาไม่พอใจมาก จึงเริ่มก่อความรุนแรงขึ้นภายในมหาวิทยาลัย

ในยุคนั้นมีนักร้องชื่อดังคือ Joan Baez มาร้องเพลง “We Shall Overcome” “เราจะมีชัย” ปลุกขวัญกลุ่มผู้ประท้วง ท้ายสุดจบลงด้วยการถอยคนละก้าว โดยที่มหาวิทยาลัยยอมให้มีการทำกิจกรรมทางการเมืองได้ในระดับหนึ่ง แต่เหตุการณ์ครั้งนั้นมีส่วนอย่างมากในการพลิกโฉมการพัฒนาสังคมของสหรัฐมาสู่ปัจจุบัน

อีก 10 ปีหลังจากนั้น นิสิตนักศึกษา ประชาชนในประเทศไทยได้เดินขบวนต่อต้านเผด็จการ เกิดเหตุการณ์เดือนตุลาคมและเกิดผู้นำนักศึกษา เช่น คุณธีรยุทธ บุญมี คุณเสกสรรค์ ประเสริฐกุล และคุณสุธรรม แสงประทุม เป็นต้น

ผมเข้าใจว่า การเปลี่ยนแปลงในสหรัฐและบทบาทของนักศึกษาที่นั่น คงจะมีผลต่อวงการนักศึกษาไทยบ้างไม่มากก็น้อย

การเมืองระหว่างประเทศลำดับสุดท้ายที่จะกล่าวถึงคือ สงครามเวียดนาม

สหรัฐอเมริกาในฐานะมหาอำนาจทางการเมืองและตำรวจโลกผู้พิทักษ์ระบอบประชาธิปไตย กระโจนเข้าสู่สงครามเวียดนามในปี 1950

ขณะนั้นในเวทีการเมืองโลก สหรัฐต้องสู้ศึกสองด้าน ทางหนึ่งเป็นสงครามเย็นระหว่างโลกเสรีและโลกสังคมนิยม นำโดยสหภาพโซเวียต อีกทางหนึ่งเป็นสงครามแย่งพื้นที่ของลัทธิโลกเสรีและลัทธิคอมมิวนิสต์ นำโดยประเทศจีน

ความขัดแย้งของประเทศเวียดนามและคาบสมุทรเกาหลีเกิดมาก่อนนั้นแล้ว โดยมีพื้นมาจากประวัติศาสตร์ที่ซับซ้อนมายาวนาน การแบ่งเกาหลีและเวียดนามออกเป็นเหนือและใต้ เป็นการแก้ปัญหาระยะสั้นที่ก่อให้เกิดการสูญเสียชีวิตและเลือดเนื้อของทหารและประชาชนที่รุนแรงและสาหัสในภายหลัง

ผมจะกล่าวถึงสงครามเวียดนามละเอียดในบันทึกนี้ เพียงแต่ต้องการเกริ่นไว้ว่า เมื่อผมกลับมาทำงานในประเทศไทยแล้ว หน้าที่ความรับผิดชอบของงานที่ได้รับมอบหมายมีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องกับสงครามเวียดนามในระยะหนึ่ง

เมื่อมองย้อนหลังไปในอดีตแล้ว การใช้ชีวิตอยู่ในดินแดนและท่ามกลางอารยธรรมตะวันตกเป็นเวลาถึง 7 ปีนั้น การศึกษาและสภาพแวดล้อมย่อมมีผลต่อความนึกคิดและอุปนิสัยผมบ้างไม่มากก็น้อย ยิ่งถ้าเป็นช่วงชีวิตที่จิตใจและสมองยังเปิดกว้างสำหรับการรับรู้ด้วยแล้ว บางอย่างน่าจะกลายเป็นนิสัยเฉพาะตัวฝังรากลึกพอควร

หลายครั้งที่ความนึกคิดแบบตะวันตกและตะวันออกของผมจะถกเถียงกันเองภายใน ก่อนที่จะตัดสินใจขั้นสุดท้าย ถ้าวิเคราะห์แบบกลางๆ นิสัยใจคอของผมที่เกี่ยวกับครอบครัวและเพื่อนฝูงจะหนักมาทางตะวันออกที่มีความผูกพันใกล้ชิดกับคนรอบๆ ตัว ตระหนักถึงความเอื้ออาทรที่จะต้องดูแลซึ่งกันและกัน แต่ถ้าเป็นเรื่องหน้าที่การงานแล้ว ผมมักมีแนวโน้มที่จะยึดวิธีคิดแบบตะวันตก คือมองผลงานเป็นหลัก ตรงไปตรงมา ถ้าจะมีเรื่องระบบอุปถัมภ์บ้าง ก็ต้องมีเหตุผลพอรับได้

เมื่อต้องตัดสินใจเรื่องสำคัญๆ ผมจึงพยายามแยกอารมณ์จากข้อเท็จจริง

อ่านต่อสัปดาห์หน้า

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท