
เชียงรายยึดอาวุธสงคราม68กระบอก
กองกำลังผาเมืองจับอาวุธสงคราม 68 กระบอก คาดลำเลียงจาก กทม.เตรียมส่งกลุ่มว้าแดง
กองกำลังผาเมืองจับอาวุธสงคราม 68 กระบอก คาดลำเลียงจาก กทม.เตรียมส่งกลุ่มว้าแดง
ตำรวจภูธรจ.เชียงราย สนธิกำลังทหารม้ากองกำลังผาเมือง แถลงผลจับกุม นายขวัญชัย ด่านเจริญวิทย์ และนายสุเมศ สิทธิวงศ์เป็ง ซึ่งผู้ต้องหาทั้ง 2 รายเป็นชาวต.แม่จัน จว.เชียงราย พร้อมด้วยของกลาง อาวุธปืน เครื่องยิงจรวจเอ็ม 79 จำนวน 19 กระบอก อาวุธปืนเล็กยาว เอเค 47 จำนวน 28 กระบอก (ซองบรรจุกระสุน จำนวน 28 อัน อาวุธปืน เอ็ม 60 จำนวน 3 กระบอก (เข็มขัดกระสุน จำนวน 1 เส้น) อาวุธปืน เอ็ม 16 จำนวน 3 กระบอก (ซองบรรจุกระสุน จำนวน 3 อัน) อาวุธปืนเล็กยาว ซีแซด จำนวน 5 กระบอก (พร้อมซองบรรจุกระสุน จำนวน 7 อัน) อาวุธปืนเล็กยาว เซมิกาเซ่ จำนวน 9 กระบอก (พร้อมซองบรรจุกระสุน จำนวน 7 อัน) อาวุธปืนเล็กยาว ปสบ.87 (คาร์บิน)จำนวน 1 กระบอก (พร้อมซองบรรจุกระสุน จำนวน 1 อัน)และ รถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้าสีขาว ทะเบียน ผ 7433 เชียงราย จำนวน 1 คัน
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้ตั้งข้อหาร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย โดยเจ้าหน้าที่จับกุมได้เมื่อเวลา 08.30 น.วันที่ 31 ส.ค. บนถนนภายในหมู่บ้านเทิดไทย ม.1 ต.เทอดไทย อ.แม่ฟ้าหลวง โดยพฤติการณ์ก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการขนอาวุธสงครามผ่านในพื้นที่ โดยบรรทุกบนรถยนต์กระบะโตโยต้าสีขาว ทะเบียน ผ 7433 เชียงราย จึงได้ออกตั้งด่านสกัดจับบริเวณจุดเกิดเหตุ จนกระทั่งพบรถยนต์กระบะคันดังกล่าวแล่นมาถึง ด่านหน้าติดคำว่า “เกษตร” จึงให้สัญญาณเรียกให้หยุด เพื่อทำการตรวจสอบ ผลการตรวจค้นภายในรถพบนายขวัญชัย และนายสุเมศ ขับขี่และนั่งมาในรถคันดังกล่าว
จากการตรวจสอบกระบะด้านหลังซึ่งมีผ้าใบสีดำคลุมอยู่ พบอาวุธสงครามบรรทุกอยู่บนกระบะท้ายรถ ประกอบด้วยเครื่องยิงลูกระเบิด อาวุธปืนสงครามรวม 68 รายการ สอบถาม นายขวัญชัยฯ และนายสุเมศฯ ให้การรับว่านำอาวุธเหล่านี้มาจากกรุงเทพฯเพื่อขายส่งให้กับขบวนการค้ายาเสพติด บ้าน หัวแม่คำใหม่ อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ชายแดนไทย-พม่า เขตอิทธิพล ว้าแดง โดยทั้งสองมีหน้าที่แค่ไปรับของกลางจาก อ.แม่จัน ไปส่งที่ ชายแดน อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย เท่านั้น
เจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบซึ่งทั้งสองให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา และนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย และขยายผลคาดว่าจะเป็นขบวกการใญ่เพราะของกลางมากที่สุดที่เคยยึดได้ในครั้งเดียว น่าจะเกี่ยวข้องกับการขนอาวุธไปขายให้ชนกลุ่มน้อย ขบวนการค้ายาเสพติด โดย ตรวจสอบรถดังกล่าวไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับหน่วยงานเกษตรในพื้นที่ เชื่อว่าผู้ต้องหาแค่แอบอ้าง โดยคาดว่าของกลางมีมูลค่า เกือบ 20 ล้านบาท







