
เศรษฐีไทยตะลุยซื้อกิจการโลก
ฟอร์บส์ชี้40เจ้าสัวไทยรุกนอก ทักษิณรวยที่23มี1.9หมื่นล้าน
ฟอร์บส์ชี้40เจ้าสัวไทยรุกนอก ทักษิณรวยที่23มี1.9หมื่นล้าน
ผลจัดอันดับมหาเศรษฐีไทย ระบุการเมือง-น้ำท่วมไม่เป็นอุปสรรค เจ้าสัวไทยรวยขึ้น 20% พร้อมรุกลงทุนต่างแดน
นิตยสารฟอร์บส์ รายงานว่า แม้ประเทศไทยจะเผชิญปัญหาทางการเมืองและความไม่สงบในชายแดนภาคใต้ ซ้ำยังเผชิญน้ำท่วมใหญ่เมื่อปีที่แล้ว ทว่าประเทศไทยก็ยังขับเคลื่อนไปได้ด้วยดี โดยกลุ่มมหา เศรษฐีชั้นนำ ซึ่งได้นำความมั่งคั่งที่เพิ่มขึ้นกว่า 20% เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน จากการจัดอันดับ “40 มหาเศรษฐีของไทย” ไปลงทุนขยายอาณาจักรทั่วโลก
นายธนินท์ เจียรวนนท์ แห่งเครือเจริญโภคภัณฑ์ ซึ่งเป็นผู้ครองตำแหน่งนักธุรกิจแห่งปีของฟอร์บส์เอเชีย ไปเมื่อปีที่แล้ว จากการลงทุนมหาศาลด้านการเกษตรในจีน ครองอันดับ 1 โดยมีสินทรัพย์สุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 9,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2.85 แสนล้านบาท) โดยซีพีกำลังพุ่งความสนใจซื้อกิจการต่างประเทศที่ยักษ์ค้าปลีกฝรั่งเศส คาร์ฟูร์ และบริษัทอาหาร สมิทฟิลด์ ฟู้ดส์ ในสหรัฐ
ขณะที่มหาเศรษฐีอันดับ 3 นายเจริญ สิริวัฒนภักดี ซึ่งมีทรัพย์สินที่ 6,200 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.96 แสนล้านบาท) ได้นำบริษัท ไทยเบฟ เวอเรจ เข้าสู้ศึกกับบริษัท ไฮเนเก้น เนเธอร์แลนด์ เพื่อชิงหุ้นในเอเชีย แปซิฟิก บริวเวอรีส์ (เอพีบี) เจ้าของเบียร์ไทเกอร์ โดยล่าสุดไทยเบฟฯ ได้ถือหุ้นในบริษัท เฟรเซอร์ แอนด์ นีฟ (เอฟแอนด์เอ็น) บริษัทแม่ของเอพีบีถึง 29% หรืออีกเพียง 1% เท่านั้น ก็จะเข้าเงื่อนไขตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ ที่ไทยเบฟฯ ต้องทำคำเสนอซื้อกิจการเอฟแอนด์เอ็นทั้งหมด
นอกจาก 2 มหาเศรษฐีดังกล่าวแล้ว ก็ยังมีนักธุรกิจไทยอีกหลายคนที่เดินหน้าขยายกิจการในต่างแดน อาทิ นายอาลก โลเฮีย มหาเศรษฐีในอันดับ 8 ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกการดำเนินธุรกิจพลาสติก โพลีเอทิลีนเทอพาทาเลท ในแอฟริกา
นายวิลเลียม ไฮเนคคี แห่งไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล รวยอันดับที่ 24 ได้ขยายโรงแรมอีก 2 แห่ง ในบาหลีและอาบูดาบี ขณะที่ นายไกรสร ชาญศิริ รวยอันดับที่ 25 แห่งบริษัท ไทย ยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ ก็มีรายงานว่า กำลังตะลุยซื้อกิจการในต่างประเทศเช่นกัน
ทั้งนี้ อันดับท็อป 10 จาก 40 มหาเศรษฐีของไทย ประจำปี 2555 ส่วนใหญ่เป็นเจ้าของธุรกิจหน้าเดิมที่สลับอันดับความมั่งคั่งกันไป อาทิ ครอบครัวจิราธิวัฒน์ สามารถไต่จากอันดับที่ 4 ขึ้นมาอยู่อันดับ 2 มีสินทรัพย์เพิ่มเป็น 6,900 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2.18 แสนล้านบาท)
ทางด้าน นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ สามารถไต่ขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 9 และนายวานิช ไชยวรรณ และครอบครัว ขึ้นมาในอันดับ 10 ขณะที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และครอบครัว รวยอันดับที่ 23 มี 600 ล้านเหรียญสหรัฐ (เกือบ 1.9 หมื่นล้านบาท)







