posttoday
เอกชนเข้มแข็ง

เอกชนเข้มแข็ง

30 สิงหาคม 2555

กระแส White Lies หรือการโกหกเพื่อชาติ ยังคงเป็นเรื่องการดิสเครดิตรัฐบาล และนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง จากฝ่ายค้านและจากต่างชาติ

กระแส White Lies หรือการโกหกเพื่อชาติ ยังคงเป็นเรื่องการดิสเครดิตรัฐบาล และนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง จากฝ่ายค้านและจากต่างชาติ

แต่เป็นที่แน่ชัดแล้วว่าการส่งออกของไทยในปีนี้จะขยายตัวได้ต่ำกว่า 15% ซึ่งหลายสำนักพยากรณ์เศรษฐกิจ ทั้งธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ประมาณการว่าการส่งออกจะขยายตัว 7-8%

ผู้ส่งออกที่ได้รับผลกระทบจากการส่งออกที่ลดลงนี้ มีทั้งรายใหญ่และรายย่อย รายใหญ่ก็จะมีทุนหนา สายป่านยาว สามารถที่จะทนกับความผันผวนของเศรษฐกิจได้มากกว่ารายย่อย ในขณะที่รายย่อยขาดทั้งเงินทุน โนว์ฮาวองค์ความรู้ต่างๆ ที่จะปรับตัวรองรับการเปลี่ยนแปลงและความเสี่ยงของเศรษฐกิจ

การขับเคลื่อนเพื่อช่วยธุรกิจเอสเอ็มอี ที่คาดว่าจะมีถึง 3 ล้านรายที่ได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรีการค้าอาเซียน (เออีซี) และจะอยู่ยากในช่วงที่การส่งออกหดตัวนี้ รัฐบาลก็พูดกรอกหูเอกชนตลอดเวลาว่าจะช่วย แต่ในทางปฏิบัติกลับยังไม่มีอะไรชัดเจน มีแต่การสั่งให้ต้องขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำวันละ 300 บาทตามนโยบายรัฐบาล และการให้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ 3% นาน 5 ปี หรือรายใดไม่มีเครดิตเพียงพอก็ให้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ค้ำประกันเงินกู้ให้

แต่เงินอย่างเดียวไม่พอที่จะช่วยให้ธุรกิจเอสเอ็มอีรอดได้ ทางภาคธุรกิจจึงต้องช่วยตัวเอง โดยล่าสุดธนาคารไทยพาณิชย์ยอมควักเงิน 1 หมื่นล้านบาท ร่วมมือกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เพื่อทำโครงการยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีภาคอุตสาหกรรมปี 2555-2557 โดยธนาคารเป็นทั้งที่ปรึกษา ให้สินเชื่อครบวงจร ซึ่งถือเป็นการผนึกกำลังเพื่อหนีตายจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยกันเอง โดยไม่หวังพึ่งพิงหน่วยงานของรัฐ

นี่เป็นเพียงตัวอย่างเดียวของการช่วยตัวเองของเอกชน ยังมีอีกหลายโครงการ หลายธนาคารที่หันมาให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือธุรกิจเอสเอ็มอี ซึ่งเท่ากับเป็นการช่วยเหลือตัวเองด้วย หากธุรกิจไปไม่รอดก็จะกลายเป็นหนี้เสียของธนาคาร การพัฒนาไปด้วยกันจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด

ทุกครั้งที่เกิดวิกฤตในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตการเมือง หรือวิกฤตเศรษฐกิจ ประเทศไทยฟื้นตัวเร็ว เพราะเอกชนไทยเข้มแข็ง ยืนบนขาตัวเองมากกว่าจะรอให้รัฐมาช่วย ซึ่งต่างจากอุตสาหกรรมในอดีตที่รัฐบาลอุ้มชูจนกลายเป็นอุตสาหกรรมเฒ่าทารก คือ ต้องการให้รัฐบาลอุ้มชูช่วยเหลือตลอดเวลาเหมือนเด็กไม่รู้จักโต

แต่ดูจากการทำงานและการบริหารเศรษฐกิจของรัฐบาล ฉายาเฒ่าทารกน่าจะเปลี่ยนมาเป็นของรัฐบาลจะเหมาะกว่า เพราะทำงานช้า เคลื่อนไหวไม่ทันการเปลี่ยนแปลงเหมือนเอกชน

โครงการดังกล่าวจะกระตุ้นให้เกิดการสร้างเครือข่ายที่แข็งแกร่งระหว่างผู้ประกอบการทั้ง 42 กลุ่มอุตสาหกรรม ใน 12 คลัสเตอร์ รวมถึงการสร้างองค์ความรู้ด้านธุรกิจในเชิงลึกให้กับผู้ประกอบการ

นอกจากนี้ ยังมีความร่วมมือทางวิชาการ โดยทีมนักวิเคราะห์ผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ และ ส.อ.ท. นำข้อมูลเชิงลึกที่ได้จากผู้ประกอบการเอสเอ็มอีโดยตรงมาวิเคราะห์และนำเสนอเพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยสามารถปรับตัวรับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว และสามารถแข่งขันในเวทีระดับสากล พร้อมเติบโตได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน

นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า ความผันผวนของเศรษฐกิจโลกทำให้ภาคอุตสาหกรรมของไทยจำเป็นต้องเร่งเตรียมความพร้อมและปรับตัวให้สามารถแข่งขันกับต่างชาติได้ซึ่ง ส.อ.ท.จะดูแลทั้งผู้ประกอบการในรายอุตสาหกรรม (Sector Base) ผู้ประกอบการในรายพื้นที่ (Area Base) และกลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอี

ทั้งนี้ ในเชิงวิชาการ ส.อ.ท.จะเป็นผู้สนับสนุนข้อมูล จากการทำโฟกัสกรุ๊ป หรือฟอรัมต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อภาคอุตสาหกรรม อาทิ ข้อมูลเกี่ยวกับเออีซี ประเด็นผลกระทบจากการขึ้นค่าจ้าง 300 บาท ทั้งจากกลุ่มจังหวัดที่ได้รับผลกระทบแล้ว และกำลังจะได้รับผลกระทบในปี 2556 เป็นต้น


 

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท