
สันติภาพ สันติวัฒนธรรม
2 ปีก่อน คุณหมอประเวศ วะสี แสดงความปรารถนาให้ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย กับผม ลองหาทางตั้งมูลนิธิเพื่อสันติภาพนานาชาติขึ้นในประเทศไทย
โดย...วีระศักดิ์ โค้วสุรัตน์
2 ปีก่อน คุณหมอประเวศ วะสี แสดงความปรารถนาให้ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย กับผม ลองหาทางตั้งมูลนิธิเพื่อสันติภาพนานาชาติขึ้นในประเทศไทย โดยใช้ทุนจากกลุ่มบุคคลทั่วโลกที่รักสันติ สนับสนุนการขับเคลื่อนเชิงสร้างสรรค์ให้เกิดบรรยากาศและเครื่องมือที่หลากหลาย พอที่จะเอื้อต่อการลดความขัดแย้งระหว่างประเทศ
แม้ยังไม่รู้จะทำให้เกิดได้ไง แต่ก็รับปากว่าจะลองไปคิดดูอีกสักเดือนถัดมาคุณหมอประเวศชวนผู้มีคุณวุฒิระดับสูงอีกหลายท่านไปร่วมรับประทานอาหารกลางวัน ที่โรงแรมสยามซิตี (เดี๋ยวนี้เปลี่ยนชื่อเป็นโรงแรมสุโกศล) โดยผมได้รับความกรุณาให้ไปด้วย ก่อนเริ่มรับประทานอาหาร คุณหมอประเวศ (ซึ่งมีอายุ 81 ปีในปีนี้) ได้กระตุ้น ดร.สุรเกียรติ์ และผมอีกในเรื่องเดิม
จำได้ว่าผมกับ ดร.สุรเกียรติ์ มองหน้ากันแล้วยิ้มแหะๆ ตอบว่าเรื่องใหญ่ขนาดนี้ ต้องอาศัยองค์ประกอบที่ลงตัวหลายอย่าง ซึ่งคงไม่น้อยไปกว่าตอนคุณบรรหาร ศิลปอาชา ผู้นำฝ่ายค้าน ในปี 2538 บอกให้ผมกับ ดร.สุรเกียรติ์ ศึกษาแนวทางปฏิรูปทางการเมือง
ซึ่งตอนนั้นก็ไม่มีใครคิดว่าจะเกิดขึ้นได้ แต่แล้วก็สำเร็จเป็นที่มาของ ส.ส.ร. 1 ก่อกำเนิดรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน 2540
ความบังเอิญที่สอง ผมได้พบกับอดีตนายกรัฐมนตรีปากีสถาน ซอกัส อาซิส ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีคนแรก ที่อยู่ครบเทอม 4 ปีของปากีสถานได้ และยังเป็นผู้สร้างประวัติศาสตร์ใหม่ด้านเศรษฐกิจของปากีสถานจากติดลบไปสู่แดนบวก เคยเป็นอดีตรัฐมนตรีคลัง ที่ล้มประเพณีเสนอร่างกฎหมายงบประมาณแผ่นดินของปากีสถานเข้าสภาเวลา 5 โมงเย็น เพราะอังกฤษสร้างแนวปฏิบัติไว้ เพื่อจะได้สะดวกในการสอดส่องงบประมาณของรัฐในปกครอง (โดยไม่ได้คำนึงว่า ชาวปากีสถานจะสะดวกด้วยหรือไม่)
นายกฯ ซอกัส อาซิส หยิบรายงานเล่มหนึ่งของธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย หรือ ADB ให้ผมยืม ชื่อ ASIA 2050 มองเอเชียไป 40 ปีข้างหน้า และแนะนำว่าเขียนดีมาก ผมควรอ่าน ผมพยักหน้างึกงักยืมมาถ่ายสำเนาแล้วกองไว้บนกลุ่มเอกสารที่ผมใช้อ่านยามว่าง แต่ก็ยังไม่ได้อ่านเสียที
จนกระทั่งน้ำท่วมใหญ่ปีที่แล้ว ผมต้องอพยพไปตบยุงอยู่ต่างจังหวัดเป็นเดือน เพราะน้องน้ำมาเยือนบ้าน จึงได้อ่านเอกสารทั้งกองจนจบ
รายงานของ ADB ชี้ว่า เอเชียกำลังเฟื่องฟูทางเศรษฐกิจ แต่ความท้าทายที่น่าห่วง คือ เอเชียมีความขัดแย้งทั้งใหญ่และเล็กกระจายตัวอยู่ทั่ว ระบบคลี่คลายความขัดแย้งยังไม่หลากหลาย ไม่ยืดหยุ่นมากเพียงพอ
กล่าวคือ ถ้าความตึงเครียดขัดแย้งลามเป็นการใช้กำลังบรรยากาศจะเสียทันที หากเครื่องยนต์หลักทางเศรษฐกิจโลกอย่างเอเชียเกิดขัดข้องในเวลาที่เครื่องยนต์เดิม อย่างสหรัฐ ยุโรป ญี่ปุ่น กำลังโครกครากล่ะ จะส่งผลรุนแรงต่อประชากรทั่วไปขนาดไหน
บังเอิญที่สาม คือ ขณะที่ ดร.สุรเกียรติ์ เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำ ให้อดีตผู้นำต่างประเทศหลายคน ซึ่งมาบรรยายเรื่อง เอเชียในทศวรรษหน้า (Asia in the next decade) เมื่อปีที่แล้ว อดีตผู้นำเหล่านั้นเสนอกันเองว่า น่าจะตั้งกลุ่มเคลื่อนไหวระหว่างประเทศเพื่อความปรองดองและสันติภาพ ดร.สุรเกียรติ์ จึงเล่าให้ผมและคณะกรรมการมูลนิธิสถาบันการต่างประเทศสราญรมย์ฟัง ต่างก็เห็นว่าไม่ควรจะปล่อยเลยไป ถ้าเขายังเห็นเมืองไทยเหมาะสม
และในวันอังคารหน้า 4 ก.ย. 2555 อดีตประธานาธิบดีติมอร์ เจ้าของรางวัลโนเบลสันติภาพ อดีตนายกฯ ปากีสถาน อดีตนายกฯ มาเลเซีย อดีตนายกฯ ออสเตรีย อดีตรองประธานาธิบดีอินโดนีเซีย อดีตรองนายกฯ สิงคโปร์ อดีต รมต.ต่างประเทศอินเดีย อดีตประธานรัฐสภาฟิลิปปินส์ และอดีตรัฐมนตรีอีกหลายคน จะบินมาปิดห้องคุยกันเรื่องตั้งมูลนิธิสันติภาพและความปรองดองแห่งเอเชีย ที่โรงแรมพลาซ่า แอทธินี ตามคำเชิญของมูลนิธิสถาบันการต่างประเทศสราญรมย์!
ช่วยลุ้นให้แนวคิดสันติภาพ สันติวัฒนธรรม บังเอิญเกิดขึ้นในประเทศของเราอีกครั้งครับ







