posttoday
วิศวะฯ เกษตรจี้รื้อทีโออาร์น้ำ

วิศวะฯ เกษตรจี้รื้อทีโออาร์น้ำ

29 สิงหาคม 2555

วงเสวนาอัดรัฐบาลไม่รับฟังเสียงวิศวกรทักท้วง มุ่งเดินหน้าเซ็นสัญญาอย่างเดียว ชี้ไม่เห็นทางออกหากเดินหน้าต่อ

วงเสวนาอัดรัฐบาลไม่รับฟังเสียงวิศวกรทักท้วง มุ่งเดินหน้าเซ็นสัญญาอย่างเดียว ชี้ไม่เห็นทางออกหากเดินหน้าต่อ

เมื่อวันที่ 29 ส.ค. ที่อาคารสารนิเทศ 50 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้จัดการเสวนาวิชาการเรื่องหลักการและขั้นตอนที่ถูกต้องของการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ เพื่อแก้ไขปัฐหาอุทกภัยของประเทศ เพื่อวิพากษ์วิจารณ์กรอบแนวคิดเพื่อการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย 3.5 แสนล้านบาท

นายสุวัฒนา จิตตลดากร อาจารย์ประจำภาควิชาทรัพยากรน้ำ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผยว่า ถึงเวลาที่รัฐบาลต้องทบทวน หลักเกณฑ์การคัดเลือกทีโออาร์ ทำให้เห็นว่าผู้ร่างทีโออาร์น่าจะไม่เข้าใจโครงการ ผู้ร่างไม่น่าจะเข้าใจขั้นตอนของการจัดทำโครงการ และทำให้มองไม่เห็นว่าโครงการดังกล่าวจะมีจุดสิ้นสุดอย่างไร ทางด้านวิศวกรรม ซึ่งตลอดระยะเวลา 2 เดือนที่ผ่านมา มีหลายองค์กรด้านวิศวกรรมเสนอคัดค้าน แต่ก็ดูเหมือนว่ารัฐบาลปรับขั้นตอนการทำงานเพื่อขานรับคนในวงการวิศวกรรมน้อยมาก

“ในโครงการที่ไม่เกิน 2-3 ปีในโครงการที่ไม่ใหญ่มาก และมีการศึกษาไว้แล้ว รัฐบาลควรเดินหน้าต่อได้เลย ส่วนโครงการระยะยาวต้องแยกออกมา แล้วทบทวนกันใหม่ โดยเฉพาะโครงการก่อสร้างเขื่อน ฟลัดเวย์ หรือการทำทางผันน้ำ ที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประชาชนจำนวนมหาศาล ซึ่งรัฐควรทำแผนแม่บทที่สามารถตอบโจทย์ได้ก่อนว่า แต่ละโครงการสำคัญอย่างไร และอยากเห็นอะไรเกิดขึ้น ซึ่งเรื่องนี้ เราทุกคนต่างอยากให้โครงการสัมฤทธิ์ผล หากปล่อยไประยะยาวในรูปแบบนี้ ก็จะเป็นเหมือนโครงการรถดับเพลิงกทม. ที่จัดซื้อมาแล้ว แต่ส่งมอบไม่ได้ เพราะทำไม่ถูกขั้นตอน” นายสุวัฒนากล่าว

ขณะที่นายสุทธิศักดิ์ ศรลัมพ์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมโยธา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์กล่าวว่า อยากเสนอแนะให้รัฐบาลแบ่งงบประมาณ 2% ออกจากโครงการมูลค่า 3.5 แสนล้านบาท โดยแบ่ง 1% หรือ 3,500ล้านบาท เพื่อตั้งสถาบันวิจัยเรื่องการจัดการทรัพยากรน้ำทั้งหมด เนื่องจากปีที่ผ่านมางบประมาณวิจัยของทุกมหาวิทยาลัย โดนตัดเหลือเพียง 0% เท่านั้น ส่วนอีก 1% ขอให้นำไปแก้เครื่องวัดปริมาณเรื่องน้ำฝน ซึ่งวันนี้ญี่ปุ่นมีเครื่องวัดน้ำฝน 4-10 กม.ต่อหนึ่งเครื่อง แต่ประเทศไทยระยะห่างเครื่องวัดแต่ละตัวห่างกันถึง 100-200 กม. กลายเป็นว่าทุกวันนี้ไทยนั่งเทียนตัวเลขข้อมูลน้ำฝนกันหมด และการทำโครงการนี้ ขอให้ตั้งหน่วยงานกลางเพื่อตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชั่นด้วย

ด้านนายกัมปนาท ภักดีกุล คณบดีคณะสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า โครงการนี้ขาดการสำรวจเบื้องต้น ไปจนถึงทำการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ซึ่งไม่ใช่รายงานทางวิชาการอย่างเดียว แต่ต้องประกอบด้วยความคิดเห็น ที่มาจากทุกทิศทุกทาง แต่การทำโครงการนี้ เอาเงินเป็นตัวตั้งเพียงอย่างเดียว เช่นโครงการปลูกป่า ทียื่นขอมา กรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ก็มีงบประมาณอยู่แล้ว หรืออย่างแผนเผชิญเหตุ ก็มีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยทำอยู่แล้ว แต่ไม่เคยซ้อม โดยสิ่งที่รัฐบาลจะทำภายใต้แผนเหล่านี้ มีความแตกต่างอย่างไร ก็ยังไร้คำตอบ ทำให้เกิดความกังวลว่า รัฐบาลอาจต้องการลงนามโครงการเพียงอย่างเดียว โดยไม่สนใจว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร

“เขาอยากจะรีบเร่งแก้ปัญหา ตอนแรกก็ไปชวนรัฐบาลจีนเข้ามาทำเอ็มโอยูด้วย แต่อาจลืมไปว่า ปัญหานี้ไม่ได้มีเฉพาะรัฐบาลจีนที่เข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะขณะนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำและการข่าวของสถานทูตสหรัฐอเมริกาเข้ามาในไทย ไม่ต่ำกว่า 5ชุด เพื่อสำรวจว่าจีนทำอะไรกับแผนงานเรื่องน้ำบ้าง และหลังจากนี้เ เชื่อได้เลยว่า จะไม่ได้มีเฉพาะอเมริกาอย่างเดียว ซึ่งปัญหาระหว่างประเทศเหล่านี้ จะสร้างความวุ่นวายตามมาไม่รู้จบ” นายกัมปนาทกล่าว

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง