
รายงานพิเศษ:ปฏิบัติการ"อัศวิน"ควบคุมฝูงชน-สลายการชุมนุม
หน่วย ปจ. ได้รับมอบหมายให้เป็นเจ้าภาพหลักในการคุมสถานการณ์ และเป็นหน่วยแรกตั้งขบวนอยู่ด่านหน้า ระหว่างเจอเหตุเผชิญหน้ากับฝูงชน
หน่วย ปจ. ได้รับมอบหมายให้เป็นเจ้าภาพหลักในการคุมสถานการณ์ และเป็นหน่วยแรกตั้งขบวนอยู่ด่านหน้า ระหว่างเจอเหตุเผชิญหน้ากับฝูงชน
โดย...ปริญญา ชูเลขา
กองกำลังอารักขาทำเนียบรัฐบาลและหน่วยงานอื่นๆ ให้รอดพ้นจากการปิดล้อมบุกยึดจากกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (นปช.) หรือ กลุ่มคนเสื้อแดง มาจากหลายหน่วยงาน เช่น พลร่มค่ายนเรศวร หน่วยอรินทราช 26 หรือ แม้แต่หน่วยรบสงครามพิเศษ หรือ พลร่มป่าหวย
สำหรับหน่วยงานการควบคุมฝูงชนเป็นหน้าที่ของหน่วยอารักขาและควบคุมฝูงชน หรือที่เรียกกันติดปาก ว่า หน่วย ปจ. ที่ได้รับมอบหมายให้เป็นเจ้าภาพหลักในการคุมสถานการณ์ และเป็นหน่วยแรกตั้งขบวนอยู่ด่านหน้า ระหว่างเจอเหตุเผชิญหน้ากับฝูงชน
พล.ต.ต.ภัคพงษ์ พงษ์เภตรา ผู้บังคับการหน่วยอารักขาและควบคุมฝูงชน กองบัญชาการตำรวจนครบาล ในฐานะ ผบ.เหตุการณ์ อธิบายถึงหลักการทำงานในการปกป้อง และดูแลทำเนียบรัฐบาล ว่ากำลังทุกนายไม่ได้มองว่ากลุ่มผู้ชุมนุมเป็นศัตรู เพียงแต่การดำเนินการทุกอย่างไม่เกิดเหตุวุ่นวาย และ ทำทุกอย่างเป็นขั้นตอนจากเบาไปหาหนักเสมอ โดยยึดหลักการตามแผนปฏิบัติกรกฎ 52 ที่ได้มีการปรับปรุงจากแผนปฏิบัติกรกฎ 48 ที่ได้รับบทเรียนในเหตุการณ์ 7 ตุลาฯ
ดังนั้นการทำงานทุกอย่างจึงเป็นไปอย่างระมัดระวัง เพราะการปฏิบัติงานเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเป็นผู้ปฏิบัติงานหลักในการทำงาน ส่วนกำลังทหารจะเป็นหน่วยสนับสนุนเท่านั้น
“หลักสำคัญในการดูแลฝูงชน คือ การดูแลความสงบเรียบร้อย เน้นการเจรจาไกล่เกลี่ยประนีประนอม หลีกเลี่ยงการปะทะ และ เน้นการดูแลสถานที่ราชการเป็นหลัก แต่หากเกิดเหตุการณ์สุดวิสัยจนถึงขั้นต้องสลายการชุมนุมตามหลักการ คือ การใช้กำลังจะเกิดขึ้นต่อเมื่อการชุมนุมนั้นเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้อื่นๆที่ไม่เกี่ยวข้อง” พล.ต.ต.ภัคพงษ์ กล่าว
พล.ต.ต.ภัคพงษ์ กล่าวว่า หากต้องดำเนินการมาตรการหนักจะมีขั้นตอนเสมอ เช่น การแสดงกำลัง และ การปรากฏตัวของเจ้าหน้าที่ ตัวอย่างเช่น การตั้งรูปขบวน การติดอุปกรณ์ครบถ้วน และ การส่งเสียงของเจ้าหน้าที่ เช่น เคาะโล่ แต่สิ่งที่เป็นห่วงมากที่สุด คือ ชีวิตของเจ้าหน้าที่ต้องเผชิญกับความเสี่ยง เพราะในการปฏิบัติงานยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ไม่มีอาวุธที่จะทำอันตรายแก่ประชาชนผู้ชุมนุมจนถึงชีวิตได้
“ถ้าให้ลูกน้องผมไปจับโจรตามหมายจับศาลมีอาวุธปืนครบมือ ผมยังห่วงลูกน้องน้อยกว่าส่งลูกน้องไปดูแลการชุมนุม เพราะถ้าโจรมีปืนได้ตำรวจก็ใช้ปืนได้ ยังไงๆเราก็ยังมั่นใจ แต่ถ้าให้มาดูแลการชุมนุมเราไม่รู้เลยว่าความเสี่ยงอะไรจะเกิดขึ้นบ้าง เพราะเรามีแค่มือเปล่า” พล.ต.ต.ภัคพงษ์ กล่าว
ด้าน พ.ต.อ.ชาญศิริ สุขรวย ผกก.ควบคุมฝูงชน 2 บก.อคฝ. กล่าวเสริมว่า เทคนิคการควบคุมฝูงชนต้องเข้าใจจิตวิทยามวลชนด้วย เช่น กรณีการเจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุมให้ส่งตัวแทนมาเจรจาในพื้นที่หวงห้าม ทางเจ้าหน้าที่ต้องประกาศโทรโข่งรายงานความเคลื่อนไหวแกนนำให้ผู้ชุมนุมรับทราบเป็นระยะ เพราะผู้ชุมนุมจะรู้สึกกังวล อาจเกิดการผลักดันปะทะระหว่างกัน และ หลังผู้ชุมนุมถอนมวลชนออกไปจากพื้นที่ เจ้าหน้าที่ด้านหน้าต้องถอยร่นออกมา 5 ก้าว เพื่อแสดงออกถึงความเป็นมิตร นี้คือ หลักจิตวิทยาควบคุมฝูงชน เป็นต้น
ชุด "อัศวิน ปจ."
1.หมวดควบคุมฝูงชนส่วนหน้า จะมีอุปกรณ์ป้องกันตัว ประกอบด้วย โล่ กระบอง หมวกกันน็อตชนิดพิเศษ ทำด้วยเหล็กคลอบด้วยกระจก และ มีปีกหุ้มบุด้วยฟอกน้ำ ใช้ป้องกันแรงกระแทกจากของแข็ง เช่น ก้อนอิฐ ด้ามธง หรือ เศษแก้ว ตรงบริเวณต้นคอและหัวไหล่ ถุงมือยางใช้ลดการบาดเจ็บ และ อุปกรณ์สำคัญที่สุด คือ เสื้อเกราะกันกระสุน อุปกรณ์สนับเข่า แข้ง และ สนับศอก
2.หมวดเจ้าหน้าที่สื่อสาร จะมีอุปกรณ์เช่นเดียวกันกับหมวดควบคุมฝูงชนส่วนหน้า แต่ทำหน้าถ่ายทอดคำสั่งจากผู้บังคับการกองร้อย ไปยังเจ้าหน้าที่ภาคปฏิบัติให้ปฏิบัติตามคำสั่ง เช่น คำสั่งให้ตั้งขบวนตรึงพื้นที่ ผลักดันโดยใช้โล่ และ กระบอก จับกุมผู้ชุมนุมด้วยมือเปล่า และ ควบคุมตัวด้วยสายรัดข้อมือไพล่หลัง หรือ การใช้เครื่องแอลแรด (LRAD : Long Range Acoustic Device) จนถึงมาตรการหนัก คือ การใช้แก๊สน้ำตา กระสุนตาข่าย และ กระสุนยาง
3.หมวดปฐมพยาบาล ใช้อุปกรณ์เช่นเดียวกันกับหมวดควบคุมฝูงชน แต่จะมีหน้าที่หลักในการปฐมพยาบาล ทั้งเจ้าหน้าที่ และ ผู้ชุมนุม หากเกิดเหตุปะทะมีผู้ได้รับบาดเจ็บในสถานการณ์ โดยอุปกรณ์ปฐมพยาบาลทั้งหมดจะบรรจุไว้ในเป้สะพายหลัง รวมถึงน้ำดื่ม และ อุปกรณ์ยังชีพอื่นๆด้วย
4.หมวดอาวุธพิเศษ จะเพิ่มอาวุธเบาและอุปกรณ์ป้องกันตัวที่ไม่ทำอันตรายถึงชีวิต ประกอบด้วย ปืนช็อตไฟฟ้า สเปรย์พริกไทย ซึ่งจะพกไว้ในกระเป๋าคาดสะเอว แก๊สน้ำตาชนิดขว้าง และ ชนิดปืนลูกซอง ปืนลูกซองยิงกระสุนยาง หน้ากากป้องกันแก๊สน้ำตา เป้อุปกรณ์ยังชีพ และ ปฐมพยาบาล เสื้อกันฝน รวมถึงอุปกรณ์ยังชีพต่างๆ เช่น น้ำ และ อาหาร หากต้องตรึงสถานการณ์ไว้เป็นเวลานาน







