posttoday
ข้อสังเกตเรื่องสถานภาพสตรีในสังคมไทย(2)

ข้อสังเกตเรื่องสถานภาพสตรีในสังคมไทย(2)

28 สิงหาคม 2555

นอกจากการเลือกประเพณีแต่งงานโดยการแต่งลูกเขยเข้าบ้านและกล่อมเกลาให้บ่าวสาวน้อมเข้าหากันแล้ว

โดย...นพ.วิชัย โชควิวัฒน

นอกจากการเลือกประเพณีแต่งงานโดยการแต่งลูกเขยเข้าบ้านและกล่อมเกลาให้บ่าวสาวน้อมเข้าหากันแล้ว สังคมไทยยังมีกฎเกณฑ์ประเพณีที่ส่งเสริมสถานภาพสตรีในอีกหลายเรื่อง

เรื่องแรก คือ ระบบการเกณฑ์แรงงานสมัยก่อนที่ฝ่ายชายต้องไป “เข้าเดือน” ทำงานให้มูลนาย ซึ่งแต่ก่อนปีหนึ่งอาจต้องไปทำงานให้มูลนายถึงหกเดือน ต่อมาจึงค่อยๆ ลดลง และในสมัยรัชกาลที่ 6 ได้เปลี่ยนเป็นการเสียภาษี “รัชชูปการ” คนละ 6 บาทต่อปีแทน เงินจำนวนดังกล่าวไม่มากสำหรับคนฐานะดี แต่มากสำหรับคนโดยมาก อาจารย์ล้อม เพ็งแก้ว เคยเขียนเล่าไว้ถึงรุ่นบรรพบุรุษที่พัทลุงที่ไม่มีเงินเสียค่ารัชชูปการ ต้องกลายเป็น “ไพร่หนีนาย” เข้าไปหลบซ่อนตัวในป่าดง

เมื่อฝ่ายชายต้องไปเข้าเดือน จึงตกเป็นภาระของฝ่ายหญิงที่จะต้องลุกขึ้นมาทำงานเลี้ยงดูครอบครัว งานของผู้หญิงจึงไม่จำกัดอยู่แต่งานบ้านในครัวเรือนเท่านั้น แต่ต้องไปทำงานในท้องไร่ท้องนา ผู้หญิงไทยจึงมีบทบาทในการทำมาหาเลี้ยงชีพเคียงบ่าเคียงไหล่มากับผู้ชายไทยมาช้านาน

ในสมัยที่ประเทศไทยยังเป็นสังคมกสิกรรม เราจะเห็นผู้หญิงไทยทำงานทั้งดำนา เกี่ยวข้าว นวดข้าว ยกยอ สุ่มปลา เป็นต้น งานที่ต้องใช้แรงงานที่หนักจริงๆ เช่น ไถนา คราดนา จึงจะเป็นหน้าที่ของผู้ชายเป็นหลัก

การที่ผู้หญิงต้องลุกขึ้นมาทำงานเสมอบ่าเสมอไหล่หรือใกล้เคียงกับผู้ชายเช่นนี้ เป็นการยกสถานภาพสตรีให้เท่าเทียมชาย ไม่ต้องเป็นเพศที่ต้องพึ่งพิงผู้ชายเหมือนในบางสังคม

เรื่องที่สอง เมื่อยามมีศึกสงคราม หน้าที่หลักในการรบทัพจับศึกเป็นของผู้ชาย ก็ทำให้ผู้หญิงจำต้องลุกขึ้นมาทำหน้าที่ทำงานเพื่อเลี้ยงดูครอบครัวด้วย

เรื่องที่สาม แม้พุทธศาสนานิกายเถรวาทของไทยจะไม่ยอมรับให้ผู้หญิงบวชเป็นพระภิกษุณีเหมือนอย่างเถรวาทในศรีลังกา หรือมหายานในไต้หวันเป็นต้น แต่ธรรมะในพระพุทธศาสนาซึ่งเป็นศาสนาที่คนไทยส่วนใหญ่นับถือ ก็เอื้ออาทรต่อสตรี เช่น อปริหานิยธรรม หรือ วัชชีธรรม ซึ่งเป็นหลักปฏิบัติที่ดำรงสังคม ชุมชน หรือองค์กรไว้มิให้เสื่อม มี 7 ข้อ ข้อหนึ่งคือ “บรรดากุลสตรีกุลกุมารีทั้งหลายมิให้อยู่อย่างถูกข่มเหงรังแก” และแม้ในที่บางแห่งจะกำหนดเขตหวงห้ามมิให้สตรีเข้าไป เช่น พระธาตุบางแห่งทางเหนือ แต่ก็เป็นส่วนน้อย และหญิงไทยย่อมไปทำบุญหรือไปเที่ยวงานวัดได้เสมอ

เรื่องที่สี่ เมื่อเริ่มมีอาชีพค้าขายในประเทศไทย เราก็ไม่มีเพียงแต่ “พ่อค้า” เท่านั้น ตรงกันข้ามส่วนใหญ่จะเป็น “แม่ค้า” ด้วยซ้ำ ดังในตลาดสดส่วนมากคนค้าขายส่วนใหญ่เป็นแม่ค้าแทบทั้งสิ้น ผู้หญิงจึงมีบทบาทเป็นผู้กุมเศรษฐกิจทั้งในชุมชนและครัวเรือนยิ่งกว่าผู้ชายด้วยซ้ำ

เรื่องที่ห้า ประเพณีที่กำหนดให้ผู้ชายเป็นใหญ่นอกบ้าน แต่ผู้หญิงเป็นใหญ่ในบ้าน ต่อมาเมื่อผู้ชายไปทำงานมีเงินเดือนก็มักมอบเงินเดือนให้ภรรยาเป็นผู้ดูแล ทำให้บทบาทในบ้านของผู้หญิงสูงและเด็ดขาดมากขึ้น

เรื่องที่หก การกำหนดให้ผู้หญิงเป็น “ช้างเท้าหลัง” นั้น เป็นการเปรียบเทียบที่แยบคายมาก เพราะโดยธรรมชาติเวลาช้างย่างเดิน เท้าหลังจะก้าวล้ำหน้าเท้าหน้าเสมอ แต่ถ้าไม่สังเกตจะคิดว่าเท้าหลังจะต้องอยู่หลังเท้าหน้าตลอดเวลา ซึ่งไม่เป็นความจริง เรื่องนี้เคยมีการถ่ายวิดีโอทำภาพสโลว์โมชันให้ดูแล้ว ทุกย่างก้าวเท้าหลังจะแซงหน้าเท้าหน้าเสมอ ถ้ามีโอกาสเห็นช้างย่างให้จับตาสังเกตให้ดี

ทั้งเรื่องประเพณีแต่งงานและหกเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่มีมาช้านานในสังคมไทย เมื่อเริ่มการศึกษาประชาบาลหรือการศึกษาเพื่อทวยราษฎร์ในประเทศไทยในสมัยรัชกาลที่ 6 (โดยตั้งต้นมาตั้งแต่ต้นรัชกาลที่ 5 ) เด็กผู้หญิงก็ได้รับโอกาสเข้าเรียนเท่าเทียมชาย เมื่อเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 และมีการเลือกตั้ง หญิงไทยก็ได้รับสิทธิเท่าเทียมชายในทันที โดยไม่ต้องมีการเรียกร้องเหมือนในสังคมตะวันตก อย่างอังกฤษซึ่งถือเป็นต้นตำรับประชาธิปไตย ผู้หญิงได้รับสิทธิเลือกตั้งหลังผู้ชายถึงร้อยกว่าปี

การกีดกันผู้หญิงในประเทศอังกฤษปรากฏชัดแม้ในระบบการศึกษาสมัยก่อน เซซิเลีย เพน (Cecilia Payne) นักวิทยาศาสตร์หญิงผู้ค้นพบว่าดวงอาทิตย์และดาวฤกษ์ต่างๆ คือสถานีพลังงานตามสมการ E=mc2 ของ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ก็ต้องประสบอุปสรรคมากมายในอังกฤษ เพราะแม้เธอจะส่อแววอัจฉริยะ จนได้รับแรงหนุนจากยอดนักวิทยาศาสตร์อย่าง อาร์เธอร์ เอดดิงตัน ที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ทว่าแม้แต่เคมบริดจ์ ใน พ.ศ. 2461 ก็ไม่ยอมให้ผู้หญิงเรียนได้สูงกว่าปริญญาตรีในสาขาวิชาดาราศาสตร์ เธอจึงต้องเดินทางไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดในสหรัฐ จนสามารถพิสูจน์การค้นพบอันยิ่งใหญ่ของเธอในเวลาต่อมา ผับ (Pub) ในอังกฤษแต่เดิมก็สงวนไว้สำหรับผู้ชายเท่านั้น ผู้หญิงห้ามเข้า สโมสรโรตารีซึ่งเริ่มก่อตั้งในสหรัฐ ก็รับสมาชิกเฉพาะผู้ชายเท่านั้นโดยจะมีการประชุมสมาชิกทุกสัปดาห์ โดยจะมีการจัดงานแล้วเชิญภรรยาสมาชิก ซึ่งเรียกว่า “โรตารีแอนน์” ไปร่วมงานด้วยปีละครั้งเท่านั้น

สังคมไทยจึงเป็นสังคมที่ส่งเสริมสถานภาพสตรีอย่างแยบคายมาช้านาน ทำให้หญิงไทยสามารถแสดงบทบาทในสังคมมาอย่างเข้มแข็งโดยเฉพาะสังคมพื้นฐานคือครอบครัว สิ่งที่สะท้อนความเข้มแข็งของหญิงไทยได้อย่างลึกซึ้งที่สุด คือการที่คนจีนในประเทศไทยแต่งงานกับหญิงไทย จะถูกกลืนจนกลายเป็นคนไทยไปแทบทั้งสิ้น ผิดกับชาติอื่นๆ ที่ผู้หญิงมักเป็นฝ่ายปรับตัวไปเป็นจีนมากกว่า

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท