
เลือกตั้งส.จ.พิจิตรเดือด ประชาธิปัตย์ฟัดเพื่อไทย
บรรยากาศการเมืองของเมืองชาละวัน จ.พิจิตร กำลังดุเดือด เพราะเป็นช่วงโค้งก่อนการเลือกตั้งสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ.)
โดย...สิทธิพจน์ เกบุ้ย
บรรยากาศการเมืองของเมืองชาละวัน จ.พิจิตร กำลังดุเดือด เพราะเป็นช่วงโค้งก่อนการเลือกตั้งสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ.) ในวันที่ 29 ส.ค.นี้ ซึ่งจะมีการเลือกตั้งพร้อมกันทั้ง 30 เขต โดยที่ต้องจับตาการแข่งขันที่ดุเดือดมีถึง 5 เขต ในพื้นที่ อ.สามง่าม วชิรบารมี โพธิ์ประทับช้าง และทับคล้อ ซึ่งเป็นผู้สมัครของพรรคเพื่อไทยแข่งกับคนของพรรคประชาธิปัตย์ โดย สุณีย์ เหลืองวิจิตร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ส่งน้องชายและหลานชาย รวมถึงแกนนำคนเสื้อแดงลงสมัครแข่งขันเจอกับลูกน้องและน้องชายของ ไพฑูรย์ แก้วทอง อดีต รมต.แรงงาน สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์
ล่าสุด สุณีย์ ประกาศจะเอาชนะทั้ง 5 เขต จึงได้ตั้งเวทีปราศรัยใหญ่ดุเดือด ส่ง ยุรนันท์ ภมรมนตรี และ ดนุพร ปุณณกันต์ ดารานักแสดงและ สส.บัญชีรายชื่อของพรรคเพื่อไทยมาช่วยลูกทีมหาเสียง
สาเหตุของความดุเดือดในเวทีการเมืองท้องถิ่นพิจิตรนั้น คงเป็นสัจธรรมที่ว่า ไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร เมื่อถึงเวลาชิงอำนาจ จากคนที่เคยคบค้าสมาคมหรือทำธุรกิจร่วมกันก็อาจต้องเปลี่ยนสถานะมาเป็นคู่แข่งขัน เพียงแค่ครึ่งวันสุดท้ายก่อนการปิดรับสมัคร สจ. ก็ถึงคราวพิสูจน์ว่าสัญญาลูกผู้ชาย สัจจะนักเลงนั้นไม่มีจริงในสนามการเมือง
ชนวนเหตุเกิดจากเขตเลือกตั้ง อ.วชิรบารมี เขต 2 ที่ประกอบไปด้วย ต.หนองหลุม บ้านนา ซึ่งเรียกกันมานานแล้วว่า ดินแดนร้อยศพ ทุกครั้งที่มีการเลือกตั้งจะรู้ผลคะแนนล่วงหน้าเสมอว่าใครจะได้เป็นผู้ใหญ่บ้าน กำนัน สมาชิก อบต. นายก อบต. รวมทั้ง สจ.หรือ สส.
สนามนี้เดิมทีเดียว เจตจันทร์ อังกุลดี “สจ.แป๊ะ” ลูกดาบชัย เป็นเจ้าถิ่นไม่เคยมีใครกล้าแข่งขันด้วย แต่เที่ยวนี้ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้สนับสนุนผู้สมัครให้ลงไปป่วนกับน้องชายและหลานชายของ “เจ๊สุณีย์” โดย สจ.แป๊ะ ปฏิเสธว่าไม่จริงและไม่รู้เรื่อง ทำให้เจ๊สุณีย์ ส่งผู้ใหญ่ไสว ศรชัย สิบหย่อม หัวขบวนเสื้อแดงพิจิตร หิ้วกระเป๋าข้ามเขตมาลงแข่ง
คราวนี้ สจ.แป๊ะ มี สส.นราพัฒน์ แก้วทอง พรรคประชาธิปัตย์ ในนามกลุ่มสายล่อฟ้าคุ้มภัยอยู่เบื้องหลัง แม้แต้มต่อจะเป็นของ สจ.แป๊ะ แต่ผู้ใหญ่ไสวก็ไม่ได้หวาดกลัว งานนี้จึงเป็นศึก “ไอ้เณรเสื้อแดงรบกับแม่ทัพสายล่อฟ้า” ต่างฝ่ายต่างรู้ความดุของกันและกัน จึงเป็นแค่เพียงการเปิดเกมทางการเมืองที่สั่งสอนให้รู้มือกันเท่านั้น เสร็จการเลือกตั้งก็คงรักกันเหมือนเดิม
สนามการเลือกตั้งที่ดุเดือดอีกเขตหนึ่งก็ได้แก่ เขต 2 อ.โพธิ์ประทับช้าง ประกอบด้วย ต.ทุ่งใหญ่ เนินสว่าง ดงเสือเหลือง ไผ่ลอบ ระหว่างเสี่ยเย็น วรวุธ แก้วทอง น้องชายของ ไพฑูรย์ แก้วทอง และนายกวาด วาด ขันตีแก้ว จากค่ายเสื้อแดง จู่ๆ “นายกวาด” ที่อกหักจากสนาม อบต.ไผ่ลอบ ก็โพกหัวด้วยผ้าแดงมาสมัครแข่งขัน แถมมี “เจ๊สุณีย์” เป็นแม่ทัพใหญ่ที่มีกระสุนดินดำพร้อมยิงแบบไม่มีหมด
แถมนโยบายหาเสียง “หมู่เฮาลาวโซ่งด้วยกันเด้อ” ทำเอาทีมสายล่อฟ้าของพรรคประชาธิปัตย์ปวดหัวไปตามๆ กัน ในส่วนของเสี่ยเย็นฝังรากลึก มีโครงข่ายหัวคะแนนมากพอๆ กับเสาไฟฟ้า อีกทั้งผลงานสมัยที่ประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล สายล่อฟ้าจึงไม่หวาดหวั่นกับนักรบเสื้อแดง สนามนี้จึงยังต้องให้เสี่ยเย็นเป็นต่อ
เขต 1 อ.วชิรบารมี เดิมที พงษ์ศักดิ์ เหลืองวิจิตร หลานชายเจ๊สุณีย์จะสมัคร แต่จู่ๆ สถานการณ์เปลี่ยนไป จึงเกิดคู่แข่ง สมทรง ล่นที อดีต สจ. ที่ขอเกาะเก้าอี้ไว้แน่น ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่ปรากฏว่าจะสู้หรือจะถอย แต่อาจด้วยแรงยุของ สจ.แป๊ะ ที่เป็นพี่เลี้ยง แม้ สมทรง จะเป็นเจ้าถิ่น แต่งานนี้ก็คงเหนื่อยจากกระแสเสื้อแดง
เขตดุเดือดสุดท้าย จับตา อ.สามง่าม เขต 2 พิษณุ เหลืองวิจิตร “สจ.รส” น้องชายเจ๊สุณีย์ ปะทะกับ เอกวัฒน์ อินทรกูล “อดีตนายกเขียวเนินปอ” ที่หาญสู้ด้วยแรงเชียร์จากสายล่อฟ้า ดูคู่มวยแล้วเหมือนจะดุเดือด แต่เอาเข้าจริง สส.นราพัฒน์ ของพรรคประชาธิปัตย์ ที่เป็นพี่เลี้ยงส่งแต่เสียงเชียร์ แต่ไม่ส่งเสบียง คงเพราะประชาธิปัตย์ตัดสินใจล่วงหน้าแค่ข้ามคืนก่อนวันปิดรับสมัคร ส่วนทีมนักรบเสื้อแดงของ สจ.รส เตรียมการมานานแล้ว
การเลือกตั้ง สจ.พิจิตร ครั้งนี้ ใช่เพียงแต่สนามท้องถิ่น แต่การที่สองพรรคใหญ่ระดับชาติส่งตัวแทนเข้าแข่งขันอย่างชัดเจน ก็เป็นที่แน่นอนว่าจะต้องจับตาไปยังสนามเลือกตั้งระดับชาติต่อไป โดยเฉพาะที่มั่นภาคเหนือตอนล่าง ซึ่งประชาธิปัตย์ยังพอจะรักษาฐานเอาไว้ได้อยู่







