
ศักยภาพแข่งขันในยุโรป
ปัญหาเศรษฐกิจในยุโรปปัจจุบัน โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศยูโรโซน (ประเทศที่ใช้เงินสกุลยูโรเดียวกัน) กลายเป็นปัญหาที่บรรดานักวิชาการและผู้บริหารทั่วโลกต่างจับตามองและให้ความสำคัญกันอย่างใกล้ชิด เพราะวิธีการหรือกลยุทธ์ที่บรรดาประเทศในยุโรปต่างนำมาใช้ในการแก้ไขปัญหาจะกลายเป็นผลงานชิ้นโบแดงและสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ทันที ถ้าการแก้ไขปัญหาประสบผลสำเร็จ
ปัญหาเศรษฐกิจในยุโรปปัจจุบัน โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศยูโรโซน (ประเทศที่ใช้เงินสกุลยูโรเดียวกัน) กลายเป็นปัญหาที่บรรดานักวิชาการและผู้บริหารทั่วโลกต่างจับตามองและให้ความสำคัญกันอย่างใกล้ชิด เพราะวิธีการหรือกลยุทธ์ที่บรรดาประเทศในยุโรปต่างนำมาใช้ในการแก้ไขปัญหาจะกลายเป็นผลงานชิ้นโบแดงและสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ทันที ถ้าการแก้ไขปัญหาประสบผลสำเร็จ
หลายท่านอาจจะทราบแล้วจากการติดตามข่าวสารทั้งจากสายนักวิชาการก็ดี หรือสายนักการเมืองด้านเศรษฐกิจก็ดี ว่าปัญหาเศรษฐกิจในยุโรปที่เกิดขึ้นปัจจุบันเป็นปัญหาที่สะสมมานาน ทั้งในเชิงโครงสร้างและวิธีการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศสมาชิก นับตั้งแต่เริ่มการรวมตัวกันเป็นกลุ่มประเทศยูโรโซนเมื่อปี 1999 และมีการใช้เงินสกุลยูโรเป็นสกุลเดียวกันเมื่อปี 2002
หนึ่งในบรรดาทางออกของปัญหาเศรษฐกิจในยุโรปที่บรรดานักวิชาการที่มีชื่อเสียงทั้งหลายในโลกค้นพบและเห็นพ้องต้องกัน ได้แก่ การที่ประเทศสมาชิกยูโรโซน 17 ประเทศ (โดยเฉพาะประเทศกลุ่มยุโรปทางตอนใต้ที่มีปัญหา ประกอบไปด้วย สเปน อิตาลี กรีซ โปรตุเกส) จะต้องเร่งรีบสร้างศักยภาพทางการแข่งขันเพื่อนำพาประเทศให้อยู่รอดปลอดภัยจากการเป็นหนี้สินล้นพ้นตัวและกลับมาสู่การพัฒนาทางเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืน เครื่องมือที่จะช่วยให้การเพิ่มศักยภาพการแข่งขันเป็นไปด้วยดีได้แก่เครื่องมือที่เรียกว่า “Internal Devaluation” และเป็นเพียงเครื่องมือเดียวที่เหลืออยู่ให้ใช้ในกลุ่มประเทศยูโรโซน เนื่องจากกลุ่มประเทศยูโรโซนไม่สามารถลดค่าเงินได้เองตามลำพัง
Internal Devaluation หมายถึง การลดต้นทุนด้านแรงงานต่อหน่วย ขณะเดียวกัน ต้องเพิ่มผลิตภาพในการผลิตจากแรงงานด้วย กล่าวง่ายๆ ก็คือ การลดค่าจ้างแรงงานและต้องทำอย่างไรให้แรงงานเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานหรือเพิ่มเนื้องานหรือชิ้นงานให้มากยิ่งขึ้น โดยทางทฤษฎีแล้วก็ถือว่ายาก ยิ่งในทางปฏิบัติยากขึ้นไปอีก
แต่จากการรายงานของนิตยสารบลูมเบิร์กบิสสิเนสวีก ล่าสุดพบว่า มีหลายประเทศในยุโรปเริ่มขยับและสามารถใช้นโยบายลดค่าจ้างและเพิ่มศักยภาพการแข่งขันได้เป็นผลสำเร็จ เช่น ฮังการี ลัตเวีย ไอร์แลนด์ สเปน อังกฤษ โปรตุเกส กรีซ และอิตาลี โดยประเทศเหล่านี้ลดการนำเข้าและเพิ่มยอดการส่งออก อย่างในสเปนปัจจุบันมียอดขาดดุลงบประมาณลดลงถึง 1 ใน 4 นับตั้งแต่เริ่มวิกฤตเศรษฐกิจในปี 2008 อิตาลีมียอดเกินดุลการค้าถึง 1,000 ล้านยูโรในเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ไอร์แลนด์ลดค่าจ้างแรงงานได้เป็นอย่างมาก ซึ่งช่วยให้เศรษฐกิจของประเทศดีขึ้น หรือแม้แต่โปรตุเกสในปัจจุบันเริ่มมีเงินสะสมไว้ใช้จ่ายในประเทศและลดการพึ่งพาสถาบันการเงินเจ้าหนี้อย่างไอเอ็มเอฟได้มาก
มีการกล่าวกันว่า ถ้าจะให้ยุโรปหลุดพ้นจากปัญหาเศรษฐกิจจะต้องเลิกพึ่งพานายธนาคารและบรรดานักการทูตทั้งหลาย และต้องหันพึ่งบรรดาบริษัทผลิตสินค้าส่งออกระดับชาติ (National Champion) ของแต่ละประเทศที่รู้จักการเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันได้อย่างแท้จริงและจะสามารถเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุโรปให้ฟื้นคืนชีพได้ในอนาคตอันใกล้ บริษัทส่งออกระดับชาติหลายบริษัทในยุโรปที่ยังคงมีผลประกอบการเป็นบวกและมีแนวโน้มจะดีขึ้นเรื่อยๆ เช่น บริษัท Brembo ในอิตาลีที่ผลิตดิสก์เบรกส่งบริษัทผลิตรถยนต์ในเยอรมนี บริษัท Zara ในสเปนผลิตเสื้อผ้าส่งออกทั่วโลก กลุ่มบริษัทคอนซอร์เทียมด้านการก่อสร้างในสเปนที่ได้งานก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงในซาอุดีอาระเบีย บริษัท Fincantieri ในอิตาลี ที่มีชื่อเสียงด้านการต่อและผลิตเรือ หรือจะเป็นบริษัท AgustaWestland ของอิตาลีที่รับจ้างผลิตเฮลิคอปเตอร์ให้หลายประเทศทั่วโลก เป็นต้น
นอกจากที่กล่าวมาแล้ว ยังมีบริษัทผลิตสินค้าเพื่อส่งออกระดับชาติอีกหลายบริษัทในยุโรปที่ยังคงมีผลประกอบการไปได้สวยและจะเป็นพลังสำคัญช่วยให้ยุโรปพลิกกลับมาสู่ความยิ่งใหญ่ด้านเศรษฐกิจได้อีกครั้งในอนาคต ไม่ว่าจะช้าหรือเร็วแค่ไหนก็ตาม โดยบริษัทต่างๆ ที่กล่าวมาสามารถใช้กลยุทธ์ลดต้นทุนการจ้างงานและเพิ่มศักยภาพการแข่งขันให้กับคนงานได้เป็นผลสำเร็จ
การเพิ่มศักยภาพการแข่งขันเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับ “การเพิ่มขีดสมรรถนะ” ในการทำงานของ “คน” หรือถ้าพูดเป็นภาษาให้เพราะและเป็นทางการก็คือ “ทุนมนุษย์” บรรดาผู้ที่เกี่ยวข้องกับภาคแรงงานและการพัฒนาทุนมนุษย์ในไทยจะต้องรีบหันมาพัฒนาศักยภาพแรงงานของเราอย่างจริงจังเสียที เพราะถ้าปล่อยแบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน อีกไม่นานไทยก็จะเป็นเหมือนกับหลายประเทศในยุโรปที่กำลังมีปัญหา







