
สังคายนาองค์ความรู้ก้าวสู่มหานครแห่งการนวด
จากการประมาณการมูลค่าทางการตลาดของธุรกิจนวดไทย พบว่า สามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศไม่ต่ำกว่าปีละ 2-3 หมื่นล้านบาท
โดย...ธนวัฒน์ เพ็ชรล่อเหลียน
จากการประมาณการมูลค่าทางการตลาดของธุรกิจนวดไทย พบว่า สามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศไม่ต่ำกว่าปีละ 2-3 หมื่นล้านบาท สอดรับกับแผนการพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (เมดิคัล ฮับ) ปี 2555-2559 ซึ่ง 1 ใน 4 ยุทธศาสตร์สำคัญคือ การส่งเสริมสุขภาพสปาและการนวดไทย
จากนี้ “มหานครแห่งการนวด” จะเป็นแนวคิดหลักที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ภายใต้การนำของ วิทยา บุรณศิริ รมว.สาธารณสุข ขับเคลื่อนอย่างจริงจัง
“ชาติใดที่ต้องการได้รับการนวดที่ดี นวดโดยหมอนวดที่ชำนาญต้องมาที่ประเทศไทยเท่านั้น” วิทยา สำทับอย่างหนักแน่น
เมื่อวันที่ 21 ส.ค.ที่ผ่านมา คณะกรรมการพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งตั้งขึ้นภายใต้อำนาจของคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ร่วมกับกรมการพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เปิดรับฟังความคิดเห็นจากภาคีเครือข่ายต่อร่างแผนยุทธศาสตร์การนวดไทย มรดกไทยสู่มรดกโลก ปี 2556-2559
สาระสำคัญคือ 1.สร้างคุณภาพมาตรฐานแก่การนวดไทย 2.สร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบวิชาชีพนวดไทย และ 3.สร้างการยอมรับของภูมิปัญญาไทยในเวทีโลก
พญ.อัญชลี ไชยสัจ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยการแพทย์แผนไทย สธ.ให้รายละเอียดว่า ที่ผ่านมาการผลักดันการนวดแผนไทยยังไม่มีแผนยุทธศาสตร์ สธ.จึงได้หยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาทำแผน และเตรียมนำเข้าสู่ที่ประชุมสมัชชาเฉพาะประเด็นเพื่อขอฉันทามติในวันที่ 6 ก.ย.นี้ ก่อนจะเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ความเห็นชอบและบังคับใช้ต่อไป
องค์ความรู้ของการนวดไทยถือเป็นภูมิปัญญาดั้งเดิมของชาติ อันมีการจารึกและบันทึกในเอกสารโบราณที่สืบทอดและใช้มายาวนานระหว่าง 100-200 ปี ปรากฏหลักฐานอยู่ 4 แหล่ง ได้แก่ 1.ศิลาจารึกวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (รัชกาลที่ 1 และบูรณปฏิสังขรณ์ในสมัยรัชกาลที่ 3) 2.ตำราโรคนิทานคำฉันท์ 11 เรียบเรียงโดยพระยาวิชยาธิบดี (กล่อม) อดีตเจ้าเมืองจันทบูร (สมัยรัชกาลที่ 2) 3.จารึกตำรายาวัดราชโอรสารามราชวรวิหาร (สมัยรัชกาลที่ 2) 4.คัมภีร์แผนนวด 1 และ 2 ในตำราเวชศาสตร์ฉบับหลวง (สมัยรัชกาลที่ 5)
สำหรับภูมิปัญญาการนวดไทยดั้งเดิมทั้ง 4 แหล่ง มีเนื้อหาเกี่ยวกับศาสตร์แห่งการนวดไทย อาการและวิธีการนวดรักษา โดยเชื่อว่าโรคเกิดจากทางเดินของลมติดขัด ซึ่งภูมิปัญญาการนวดไทยจะบอกถึงลักษณะอาการผิดปกติต่างๆ ที่เกิดจากเส้นทางเดินลมและจุดต่างๆ รวมถึงการวินิจฉัยโรคแบบแพทย์แผนไทย
ปัจจุบันระบบการอบรมและการศึกษาวิชาชีพการนวดไทยในประเทศไทยมี 3 ระบบ คือ การอบรมโดยสถาบันการอบรมตามหลักสูตรวิชาชีพการนวดไทย 800 ชั่วโมง (ประเภท ก.) ที่ผ่านการรับรองจากคณะกรรมการวิชาชีพการแพทย์แผนไทย มีครูผู้รับมอบตัวศิษย์ โดยสถาบันหรือสถานพยาบาลที่เปิดสอนทั้งสิ้น 21 แห่ง ส่วนใหญ่ 18 แห่ง เป็นสถาบันอบรมของภาคประชาชน
สถาบันการศึกษาการแพทย์แผนไทย (ประเภท ข.) ที่คณะกรรมการวิชาชีพสาขาการแพทย์แผนไทยรับรอง มีสถาบันการศึกษาทั้งหมด 11 แห่ง แต่ละแห่งจัดการเรียนการสอนเอง เช่น นวดน้ำมัน นวดฝ่าเท้า นวดล้านนา นวดพื้นบ้าน แต่ยังไม่มีการควบคุมการสอนที่ได้มาตรฐาน
สถาบันการศึกษาการแพทย์แผนไทยประยุกต์ ที่คณะกรรมการวิชาชีพสาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์รับรอง พบว่า องค์ความรู้มีอ้างอิงในตำราหัตถเวชกรรมไทย (นวดแบบราชสำนัก) มีการจัดพิมพ์เมื่อเดือน ก.พ. 2548 ปัจจุบันมีตำราเพิ่มอีก 1 เล่ม ซึ่งนับว่ายังน้อยมาก
ทั้งหมดคือปัญหาของการนวดไทยที่จำเป็นต้องได้รับการสังคายนาองค์ความรู้ใหม่ หากไทยต้องการประกาศศักดาบนเวทีโลก







