
พ่วง18ล้อเสยท้ายกันเด็ก7ขวบหวิดดับ
รถพ่วง 18 ล้อ พุ่งชนท้ายกันเด็กหญิงหลานคนขับวัย 7 ขวบ กระเด็นออกมานอกรถได้รับบาดเจ็บสาหัส
รถพ่วง 18 ล้อ พุ่งชนท้ายกันเด็กหญิงหลานคนขับวัย 7 ขวบ กระเด็นออกมานอกรถได้รับบาดเจ็บสาหัส
เมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 26 ส.ค.พ.ต.ท.ปริญญา สุขคันธวโชติ สารวัตรเวรสอบสวนสภ.คูบางหลวง อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี ได้รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุรถพ่วง 18 ล้อ ชนกับรถพ่วง 18 ล้อ และพุ่งเข้าไปในร้านก๋วยเตี๋ยว เลขที่ 31/2 ถนนปทุมธานี-ลาดหลุมแก้ว ม.6 ต.คูบางหลวง อ.ลาดหลุมแก้ว โดยมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรและอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู
ในที่เกิดเหตุพบรถพ่วง 18 ล้อ หมายเลขทะเบียน 81-6909 กาญจนบุรี ท้ายพ่วง หมายเลขทะเบียน 81-8759 กาญจนบุรี ซึ่งบรรทุกทรายมาเต็มคัน สภาพรถด้านหน้าพังยับเยิน โดยหน้ารถพุ่งชนประตูเหล็กม้วนเข้าไปในร้านขายก๊วยเตี๋ยว เกือบครึ่งคัน ทำให้ข้าวของและทรัพย์สินภายในร้านได้รับความเสียหายจำนวนมาก
ในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบ ด.ญ.ธนยาพร แก้วต่าง หรือ“น้องแตงโม” อายุ 7 ขวบ ซึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัส หลังเท้าซ้ายเกือบขาด และมีบาดแผลแกรรจ์ที่ขาขวา รวมทั้งตามใบหน้าบอบช้ำ หลังกระเด็นออกมาจากรถพ่วงคันดังกล่าว เจ้าหน้าที่มูลนิธิฯต้องช่วยกันปฐมพยาบาล ก่อนรีบนำตัวส่ง รพ.ปทุมธานี
นอกจากนี้ยังมี ด.ญ.กิรนา เหมือนมี หรือ“น้องแอ้ม” อายุ 7 ขวบ และนายทูร เหมือนมี อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 4/6 ม.9 ต.ตะคร้ำเอน อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี ไดรับบาดเจ็บเล็กน้อย อยู่ในที่เกิดเหตุ ส่วนที่ท้ายรถพบค้นปาล์มล้มขวางถนนขาด 2 ท่อน เจ้าหน้าที่ฯต้องเร่งขนย้ายออกจากที่เกิดเหตุทันทีเพราะเกรงว่าจะเกิดอันตรายซ้ำซ้อนเนื่องจากถนนมืดไม่มีไฟฟ้าส่องแสงสว่าง
บริเวณกลางถนนฝั่งตรงข้ามขาเข้าตัวเมืองปทุมธานี พบรถพ่วง 18 ล้อ หมายเลขทะเบียน 81-4614 นนทบุรี ท้ายพ่วง หมายเลขทะเบียน 81-8921 นนทบุรี ซึ่งบรรทุกกล่องกระดาษบรรจุขวดเปล่าของสุรายี่ห้อหนึ่ง มาเต็มคันรถ ที่ท้ายรถมีรอยถูกชนได้รับความเสียหาย จนเป็นเหตุให้ขวดเหล้าตกกระจัดกระจายแตกเกลื่อนเต็มพื้นถนน โดยมีนายแรมชัย เผ่านิยม อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่ 105/19 ม.11 ต.พลับพลา อ.เมือง จ.จันทบุรี เป็นคนขับยืนรอให้การอยู่เช่นกัน
นายแรมชัย คนขับรถบรรทุกขวดเหล้าให้การว่าขณะที่ตนได้ขับรถเพื่อบรรทุก ขวดแก้วเปล่ามาจาก อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม เพื่อมาส่งที่ บ.ปทุมรีไซเคิล และเมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุทันใดนั้นรถพ่วงคู่กรณีก็ชนท้ายรถตนก่อนที่จะพุ่งข้ามเกาะกลางไปชนต้นปาล์มจนขาด 2 ท่อน และรถก็พุ่งไปชนร้านค้าข้างทาง และเมื่อตนจอดรถลงไปดูก็พบเห็นเด็กหญิงคนหนึ่งกระเด็นออกมาจากรถพ่วงคันดังกล่าว ตกอยู่บนต้นปาล์มที่ล้มขวางถนนโดยได้รับบาดเจ็บสาหัส
ส่วนนายทูร คนขับรถพ่วงบรรทุกทราย กล่าวว่าตนได้ขับรถบรรทุกทรายมาจาก จ.กาญจนบุรี เพื่อนำไปส่งในเขตมีนบุรี กรุงเทพฯโดยมีหลานสาวทั้งสองคนนั่งมาด้วย และเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุรถพ่วงคู่กรณี ได้ขับเปลี่ยนเลนแบบกระทันหันทำให้ตนเบรคไม่ทันและพยายามหักหลบแต่ไม่พ้นและได้ชนท้ายก่อนที่รถจะเสียหลักพุ่งข้ามเกาะกลางและชนต้นปาล์มก่อนจะไปชนร้านค้าอีกจนเป็นเหตุให้ ด.ญ.ธนยาพร กระเด็นออกจากจากตัวรถได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่ตนและ ด.ญ.กิรนาได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย
ด้าน พ.ต.ท.ปริญญา สุขคันธวโชติ สารวัตรเวรฯกล่าวว่าในเบื้องต้นจากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุคาดว่ารถบบรทุกทรายน่าจะขับมาด้วยความเร็วและเมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุจึงพุ่งชนท้ายรถพ่วงคู่กรณี แต่จะได้ทำการสอบสวนและสอบพยานแวดล้อมในทีเกิดเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป







