posttoday
โลกวิปริต ไทยพลิก เขื่อนแห้ง...แล้วบุก!

โลกวิปริต ไทยพลิก เขื่อนแห้ง...แล้วบุก!

25 สิงหาคม 2555

ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นภูมิภาคที่เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติมากที่สุด ส่งผลให้ประเทศไทยมีแนวโน้มที่จะต้องเผชิญกับปัญหาภัยแล้งขั้นรุนแรงในปี 2555

ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นภูมิภาคที่เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติมากที่สุด ส่งผลให้ประเทศไทยมีแนวโน้มที่จะต้องเผชิญกับปัญหาภัยแล้งขั้นรุนแรงในปี 2555

สถานการณ์ภัยแล้งในปีนี้เกิดขึ้นพร้อมกันทั่วโลก เริ่มตั้งแต่แถบมิดเวสต์ในสหรัฐ ซึ่งประสบภาวะภัยแล้งครั้งรุนแรงที่สุดในรอบกว่า50 ปี ไปจนถึงคาบสมุทรบอลข่าน แอฟริกา และอินเดีย ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวกำลังจุดกระแสความวิตกไปทั่วโลกว่า “วิกฤตการณ์ราคาอาหารแพง” อาจกลับมาเยือนอีกครั้งในปีนี้และปีหน้า

หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทมส์ รายงานว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกลุ่มประเทศ จี20 และองค์การสหประชาชาติ กำลังพิจารณาจัดการประชุมฉุกเฉิน ซึ่งอาจเป็นวันที่ 27 ส.ค.นี้ เพื่อหารือเรื่องสถานการณ์ราคาอาหารโลกที่พุ่งสูง อันเนื่องมาจากภาวะภัยแล้งรุนแรงในหลายประเทศทั่วโลก

ด้านองค์การอุตุนิยมวิทยาโลกแห่งสหประชาชาติ (ดับเบิลยูเอ็มโอ) เรียกร้องให้รัฐบาลทั่วโลกปรับใช้นโยบายรับมือภัยแล้งโดยเร่งด่วน ทั้งการสำรองน้ำไว้ใช้ และการบริโภคน้ำให้น้อยลง เพื่อรับมือกับปัญหาภัยแล้งครั้งรุนแรง ซึ่งได้ส่งผลกระทบต่อตลาดอาหารโลกแล้ว

โลกวิปริต ไทยพลิก เขื่อนแห้ง...แล้วบุก!

 

สำหรับประเทศไทยในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ได้แก่ นครราชสีมา สุรินทร์ บุรีรัมย์ และชัยภูมิ ซึ่งพื้นที่ปลูกข้าวหอมมะลิขนาดใหญ่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก เนื่องจากฝนทิ้งช่วงมากกว่า 3 เดือน ได้รับความเสียหายรวมแล้วนับล้านไร่ หากฝนยังทิ้งช่วงไปจนถึงสิ้นเดือน ส.ค.นี้ จะทำให้ข้าวหอมมะลิเสียหายทั้งระบบ

ขณะที่ภาคเหนือตอนล่างหลายจังหวัดเผชิญวิกฤตภัยแล้งอย่างหนัก อาทิ สุโขทัย นาข้าวกว่า 3,000 ไร่ กำลังยืนต้นตาย ส่วนอ่างเก็บน้ำ 3 แห่งประกอบด้วย อ่างกิ่วหญ้าแทน อ่างคลองตะเคียน และอ่างเก็บน้ำห้วยแม่กองค่าย เหลือน้ำน้อย จนต้องหยุดปล่อยน้ำทำการเกษตร

ชวลิต จันทรรัตน์ ผู้บริหารบริษัท ทีมกรุ๊ป กล่าวว่า ปีหน้ามีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดภาวะเอลนินโญ ปริมาณน้ำฝนจะลดน้อยลง จากอุณหภูมิผิวน้ำทะเลของมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันออกที่อุ่นขึ้นผิดปกติ ทำให้เกิดภาวะแห้งแล้งในภูมิภาคเอเชียทั้งหมด

“รัฐบาลควรปรับเกณฑ์กักเก็บน้ำในเขื่อนทั่วประเทศให้อยู่ที่ 50-60% เพื่อที่จะสามารถรองรับภัยแล้งในอนาคตได้ ซึ่งถ้าหากไม่ทำก็มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดภัยแล้งในลุ่มน้ำเจ้าพระยาอย่างหนักในช่วงเดือน ก.พ.-เม.ย. 2556” ชวลิต กล่าว

ด้าน ธนวัฒน์ จารุพงษ์สกุล อาจารย์ภาควิชาธรณีวิทยา จุฬา ลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ปกติภัยแล้งจะต้องเกิดขึ้นในช่วงฤดูร้อน และขณะนี้ยังอยู่ในช่วงกลางฤดูฝน จึงไม่น่ากังวลนัก แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงกว่านั้นก็คือ เขื่อนต่างๆ ได้มีการพร่องน้ำออกไปมาก ซึ่งจากนี้ไปถ้าไม่มีฝนเข้ามาเติมน้ำเหนือเขื่อน โอกาสที่จะเกิดปัญหาภัยแล้งในช่วงเดือน ก.พ.-มี.ค. 2556 จะมีสูงถึง 80-90%

สมชาย ใบม่วง รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวว่า สภาพอากาศโดยภาพรวมขณะนี้ยังไม่ถึงขั้นที่เรียกว่าเป็นภาวะวิกฤตภัยแล้งแม้หลายจังหวัดในภาคอีสานและภาคกลางบางส่วนจะเริ่มประสบปัญหาขาดน้ำในการทำเกษตรไปบ้างก็ตาม ซึ่งในทางอุตุนิยมวิทยาถือว่าเป็นเพียงภาวะฝนทิ้งช่วงระยะสั้นจึงไม่น่าเป็นห่วงมากนัก

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท