
ปัญหาภาคใต้ยิ่งรุนแรงมากขึ้น
ปัญหาภาคใต้ หรือปัญหาของ 3 และ/หรือของ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นเรื่องที่มีความสำคัญและท้าทายความสามารถของนักการเมือง พรรคการเมือง ข้าราชการ ทหาร ผู้นำภาคส่วนต่างๆ รวมทั้งท้าทายความรู้ของนักวิชาการทางด้านรัฐศาสตร์ของประเทศไทยเป็นอย่างยิ่ง
ปัญหาภาคใต้ หรือปัญหาของ 3 และ/หรือของ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นเรื่องที่มีความสำคัญและท้าทายความสามารถของนักการเมือง พรรคการเมือง ข้าราชการ ทหาร ผู้นำภาคส่วนต่างๆ รวมทั้งท้าทายความรู้ของนักวิชาการทางด้านรัฐศาสตร์ของประเทศไทยเป็นอย่างยิ่ง
เนื่องด้วยบรรดาผู้นำเหล่านั้น รวมทั้งนักวิชาการเอง ก็คงต้องมีความรับผิดรับชอบตามสมควร ว่าจะทำการปกครอง บริหารประเทศ และอบรมสั่งสอนหรือบรรยายความรู้ทางด้านการเมืองการปกครอง การบริหารรัฐกิจและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไปได้อย่างไร หากประเทศชาติบ้านเมืองยังคงเต็มไปด้วยความรุนแรง ความสูญเสียของชีวิตและทรัพย์สินอย่างมากมายอยู่ทุกวัน
ความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสสุดที่จะบรรยายนี้ เป็นความเดือดร้อนของคนในชาติ ซึ่งไม่ใช่ใครอื่นๆ เลย หากแต่เป็นพี่น้องของพวกเราทุกคน ฉะนั้นเราจะมีความสุขและเพลิดเพลินจำเริญใจไปได้อย่างไรในท่ามกลางความทุกข์อย่างแสนสาหัสของพี่น้องของเราเอง
ผู้เขียนเองยอมรับว่ามีความคุ้นเคยและรู้จักสภาพแวดล้อมและความเป็นไปในพื้นที่น้อยมาก เนื่องด้วยไม่ใช่คนที่เกิดในเขต 3 จังหวัดภาคใต้ แต่ก็อดแสดงความรู้และความเห็นเกี่ยวกับ 3 จังหวัดภาคใต้ไม่ได้ เนื่องด้วยมีความห่วงใยประการหนึ่ง และได้พบปะชีวิตของผู้คนที่มาจากเขต 3 จังหวัดอยู่เป็นประจำอีกประการหนึ่ง
การที่เราเองต้องแก้ไขปัญหาของ 3 จังหวัดภาคใต้ โดยวนเวียนอยู่กับสภาพเงื่อนไขของการบริหารจัดการ (Governance) แบบเดิมๆ เป็นปัญหาหนึ่งที่ชวนให้นักวิชาการ เช่น ผู้เขียน เป็นต้น อดคิดไม่ได้ว่าเรากำลังย่ำเท้าอยู่กับสภาพปัญหาที่เปลี่ยนแปลงไป และมีความซับซ้อนอีกทั้งอยู่ในสภาพแวดล้อมใหม่ๆ แต่เรายังคงใช้เครื่องมือแก้ปัญหาแบบเดิมๆ
ผู้เขียนเคยเขียนและเคยเสนอว่า ปัญหาที่ชายแดนสะท้อนปัญหาและตัวตนที่ศูนย์กลาง ซึ่งอุปมาอุปไมยเหมือนกับปัญหาความล้มเหลวของบุตร น่าจะมีปฐมเหตุมาจากความล้มเหลวในการปกครองของบิดาและมารดา ไม่ใช่เป็นความล้มเหลวของบุตรตามลำพัง
การจัดส่งกำลังทหารเข้าไปแก้ไขปัญหาก็ดี การใช้หน่วยงานของรัฐหลายสิบหน่วยเข้าไปทำงานในพื้นที่ โดยให้ผู้นำบางคน (ที่ไม่ค่อยนำอะไรสักเท่าใด) คอยจัดแจงให้มีการประสานงานก็ดี ฯลฯ เป็นปัญหาขั้นพื้นฐานที่เราควรคิดปรับปรุงแก้ไขโดยด่วน
การคัดเลือกกองกำลัง ผู้นำ คณะทำงาน คนประสาน ฯลฯ ที่เข้าใจสภาพของพื้นที่ มีความเข้าใจภาษาของผู้คน วัฒนธรรมท้องถิ่น ศาสนาอิสลาม ฯลฯ เป็นอย่างดี น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นใหม่ของการกระชับอำนาจรัฐส่วนกลาง ซึ่งอย่างไรเสียการกระชับอำนาจ หรือการรวมอำนาจใหม่ก็ยังมีความสำคัญ และจำเป็นในยามที่รัฐเผชิญหน้ากับภัยคุกคามและความเสี่ยงนานาประการ
ผู้นำทางภูมิปัญญาจากเขต 3 จังหวัดภาคใต้บางท่าน เคยปรารภกับผู้เขียนว่า การเจรจาขอความช่วยเหลือจากผู้นำทางการเมืองที่มีบารมีอย่างมาก 23 คน ในเขต 3 จังหวัดคงจะช่วยทุเลาปัญหาลงได้มาก แน่นอนที่สุดผู้นำที่มีบารมีอย่างมากดังกล่าว คงจะต้องแสดงตัวและออกแรงสนับสนุนให้แก่การกระชับอำนาจใหม่ของรัฐบาลกลางด้วย
นักการเมืองอาวุโสอีกท่านหนึ่งให้คำแนะนำแก่ผู้เขียนว่า การกระจายอำนาจใหม่ หรือกระจายแบบขั้นตอนใหม่ให้แก่เขต 3 จังหวัดภาคใต้ ก็เป็นเรื่องที่มีความสำคัญอยู่ไม่น้อยเช่นกัน เราอาจจะต้องกลับมาคิดทบทวนว่า เรื่องใดถ่ายโอนไปให้แก่ท้องถิ่นไปแล้วเพียงพอหรือยัง เรื่องใดที่ยังไม่ถ่ายโอน ควรจะถ่ายโอนหรือไม่ อย่างไร ฯลฯ โดยคำนึงถึงประเภทของท้องถิ่นที่มีความสามารถในการรักษาและดูแลความสงบเรียบร้อยของเขตการปกครองของตนเป็นที่ตั้งด้วย
ผู้เขียนเห็นว่าหากไม่มีการทบทวนและคิดใหม่ทำใหม่กันอย่างจริงจัง สงสัยเราคงจะอยู่ในอุโมงค์ของความไม่รู้ (ซึ่งอาจไม่สำคัญเท่าไร) และเป็นอุโมงค์ของความทุกข์ยากอย่างแสนสาหัสของคนตาดำๆ กันไปอีกนาน







