
มารค์เปิดสูทโชว์ไร้เสื้อเกราะ หลังข่าวลอบสังหาร
นายกฯถลกสูทโชว์ ไม่ได้ใส่เสื้อเกราะ ทหารคุมเข้มรักษาความปลอดภัย
นายกฯถลกสูทโชว์ ไม่ได้ใส่เสื้อเกราะ ทหารคุมเข้มรักษาความปลอดภัย
เมื่อเวลา 12.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี นาย ปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นาย ศิริโชค โสภา เดินทางออกจากอาคารทหารล้อมวัง ซึ่งเป็นที่นายกฯนั่งทำงาน เพื่อมารับหนังสือจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่บริเวณแหล่งสมาคมนายทหาร กรมทหารราบที่ 11
ทั้งนี้ระหว่างรอรับหนังสือ สื่อมวลชนได้สอบถามนายกฯว่า ใส่เสื้อเกราะหรือไม่ นายกฯก็ได้ถลกสูทโชว์ให้ดูพร้อมกล่าวว่า “ผมไม่ได้ใส่”จากนั้นก็เดินทางกลับไปที่อาคารดังกล่าวประมาณ 5 นาทีจึงได้เดินทางกลับมาใหม่เพื่อทำการแถลงข่าวร่วมกับคณะกรรมการสิทธิ์ฯ
สำหรับบรรยากาศโดยทั่วไป บริเวณกรมทหารราบที่ 11 รักษา พระองค์ ซึ่งเป็นที่ตั้งศูนย์รักษาความสงบเรียบร้อย หรือ ศอ.รส. ในช่วงเช้าวันนี้ ยังคงมีทหารรักษาความปลอดภัยโดยรอบอย่างเข้มงวดประตู รวมทั้งบริเวณด้านหน้า กรมมีทหารตั้งด่านตรวจยานพาหนะ และมีทหาร 1 นายยืนสังเกตการณ์อยู่บนสะพานลอยด้วยรวมทั้งในฝั่งตรงข้ามหน้ากรมทหารราบที่ 11 มีการตั้งเต็นท์ลายพรางที่ปกคลุมด้วยด้วยตาข่ายสีเขียวลายพราง ตั้งอยู่ 1 หลัง มีนายทหารนั่งประจำการคอยสังเกตการณ์ด้วย1 นาย
ในช่วงเช้า มีการแจ้งว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะนายกรัฐมนตรี มีกำหนดการที่จะต้องไปประชุมคณะกรรมการความร่วมมือประเทศเพื่อนบ้านที่ศูนย์ ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ แต่ปรากฏว่า นายกรัฐมนตรี กลับไม่ได้เดินทางไป โดยได้สั่งการให้นาย ไตรรงค์ สุวรรณคิรี รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ ไปเป็นประธานการประชุมแทน โดยนายกรัฐมนตรี ติดภารกิจการรับเรื่องร้องเรียนจากบรรดาคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่เข้าพบในช่วงสายที่ผ่านมา
ด้านนาย สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ด้านความมั่นคง ในฐานะผอ.ศอ.รส. ยังคงอยู่กรมทหารราบที่ 11 เพื่อประชุมศอ.รส.ในเวลา 09.00 น. ซึ่งจะเป็นการประเมินสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงรวมทั้งประเมิน ความมั่นคงด้านต่างๆ ก่อนที่การประกาศใช้พระราชบัญญัติรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร จะครบกำหนดในวันที่ 23 มีนาคมนี้ อย่าง ไรก็ตามหลังจากนี้ต้องจับตาตามที่หลายฝ่ายกังวลว่าจะมีกลุ่มบุคคลฉวยโอกาส สร้างความสถานการณ์ให้เกิดความรุนแรงรวมทั้งจับตาว่าศอ.รส.จะออกมาตรการหรือ การปรับกำลังเจ้า







