
แกว่งกรอบแคบฝรั่งหนุนฟิวเจอร์ส
ทิศทางตลาดหุ้นไทยสัปดาห์ที่ผ่านมาค่อนข้างแกว่งตัวในกรอบแคบ แม้ว่านักลงทุนต่างชาติจะมียอดขายสุทธิใน SET Index
โดย...พงศ์ภัทร สิรพัฒน์
ทิศทางตลาดหุ้นไทยสัปดาห์ที่ผ่านมาค่อนข้างแกว่งตัวในกรอบแคบ แม้ว่านักลงทุนต่างชาติจะมียอดขายสุทธิใน SET Index แต่ยอดซื้อสุทธิในตลาด TFEX ค่อนข้างเพิ่มต่อเนื่องเป็นปัจจัยหนึ่งที่ค้ำตลาดไว้ โดยประเด็นเรื่องแนวทางในการแก้ไขปัญหาหนี้ยุโรปยังไม่มีมาตรการที่ชัดเจน มีเพียงข่าวจากทางหน้าหนังสือพิมพ์ โดยทางหนังสือพิมพ์ Der Spiegel ของเยอรมนี รายงานว่า ทางธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) จะกำหนดระดับสูงสุดของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรในยุโรป เพื่อควบคุมปัญหาหนี้ยุโรป เช่นเดียวกับทางหนังสือพิมพ์อังกฤษ Daily Telegraph ที่มีรายงานข่าวในลักษณะเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่อีซีบีได้ออกมากล่าวว่าข่าวดังกล่าวมีความเข้าใจคลาดเคลื่อน แต่ถึงกับปฏิเสธว่าจะไม่มีการซื้อพันธบัตร ส่งผลให้โดยรวมยังไม่มีความชัดเจนในประเด็นนี้ ทำให้ภาพโดยรวมตลาดสัปดาห์ที่ผ่านมาทรงตัว
ทิศทางในสัปดาห์นี้คาดว่าตลาดจะเป็นลักษณะของการแกว่งตัวในกรอบ โดยหากมีความคืบหน้าเรื่องการแก้ปัญหาหนี้ยุโรป คาดว่าการปรับตัวขึ้นของตลาดจะเริ่มจำกัดและจะมีช่วงอ่อนตัวลงหลังจากนั้น ซึ่งต้องติดตามว่าจะมีการออกมาตรการก่อนการประชุมอีซีบีหรือไม่ โดยตลาดมีความคาดหวังจากประเด็นดังกล่าวไประดับหนึ่งแล้ว หากมาตรการที่ออกมาที่ไม่ได้เหนือความคาดหมาย เชื่อว่าจะมีแรงเทขายทำกำไรในระยะสั้น แม้ว่าแนวโน้มในระยะกลางปัญหาจะลุล่วงไปได้มากขึ้น แต่ในระยะสั้นเชื่อว่าจะมีแรงเทขายจากนักเก็งกำไรออกมาก่อน โดยปัจจัยที่สำคัญและมีผลต่อตลาดจะอยู่ที่การประชุมอีซีบีในวันที่ 9 ก.ย.นี้
ผลสำรวจจากรอยเตอร์ส พบว่านักเศรษฐศาสตร์ 38 คน จากทั้งหมด 66 คน คาดว่าอีซีบีจะมีการลดดอกเบี้ยลงในการประชุมครั้งนี้ ถือว่าผลสำรวจดังกล่าวมีแนวโน้มที่เห็นด้วยกับการลดดอกเบี้ยของอีซีบีมากขึ้น เทียบกับผลสำรวจครั้งก่อนที่มีนักเศรษฐศาสตร์ 28 คน จาก 71 คน ที่คาดว่าจะมีการลดดอกเบี้ยในการประชุมเดือนหน้า
ส่วนประเด็นอื่นที่ต้องติดตามในระยะสั้นเป็นเรื่องการเยือนกรีซของ ณอง โคลด จุงเกอร์ ประธานยูโรกรุ๊ปและประธานรัฐมนตรีคลังยุโรปที่จะมีการไปเจรจากับกรีซ โดยกรีซจะทำการขอยืดเวลาขาดดุลงบประมาณตามเป้าไปอีก 2 ปี
นอกจากนี้ หลังจากเยือนกรีซแล้วจะมีการเดินทางไปเยอรมนีและฝรั่งเศส ซึ่งต้องติดตามว่าจะมีความคืบหน้าเรื่องการแก้ปัญหาหนี้ยุโรปหรือไม่ ซึ่งที่ผ่านมาหลังการประสานงานของจุงเกอร์มักจะมีการแถลงข่าวที่เป็นบวกกับตลาดตามมา นอกจากนี้ในปลายเดือนนี้จะมีการประชุมทางวิชาการของธนาคารกลางที่ Jackson Hole ในวันที่ 31 ส.ค.นี้ ซึ่งจะมีการแสดงวิสัยทัศน์ของประธานเฟด
หากมีการส่งสัญญาณการออกมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) จะเป็นปัจจัยเชิงบวก อย่างไรก็ตาม ในมุมมองของ KGI ยังคงประเมินว่า การทำคิวอีในเดือน ก.ย. ยังไม่น่าจะเกิดขึ้น เนื่องจากตัวเลขเศรษฐกิจและตัวเลขภาคแรงงานที่ผ่านมายังค่อนข้างดี
ด้านปัจจัยในประเทศ เป็นที่น่าสังเกตว่านักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดฟิวเจอร์สสูงตลอดเดือน ส.ค. ซึ่งโดยปกติแล้วผู้จัดการกองทุนขนาดใหญ่มักจะใช้ SET 50 Futures เป็นเครื่องมือหนึ่งในการป้องกันความเสี่ยงขาลงจากถือหุ้นไว้ (ยกเว้นกองทุนที่เน้นการซื้อขายตามทิศทางตลาด หรือกองทุนที่มีนโยบายลงทุนที่ต้องการเอาชนะตลาด) ทำให้โดยปกติสถานะของกองทุนที่ต้องการป้องกันความเสี่ยงจะมียอดสุทธิเป็น Short การที่นักลงทุนต่างชาติกลับมามียอดซื้อสุทธิใน SET 50 Futures สูงจึงเป็นสัญญาณเชิงบวก แสดงให้เห็นมุมมองการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติที่เป็นเชิงบวก โดยตั้งแต่ต้นเดือน ส.ค. มียอดซื้อสะสมไปแล้วกว่า 10,115 สัญญา
ในขณะที่ยอดซื้อสุทธิตั้งแต่ต้นปีเท่ากับ 11,418 สัญญา แสดงให้เห็นได้ว่าเดือนที่ผ่านมานักลงทุนต่างชาติมียอดซื้อสะสมในระดับที่สูงกว่าระดับปกติมาก ส่วนยอดซื้อสุทธิของ SET Index ในเดือนนี้อยู่ในระดับน้อยกว่าซื้อสุทธิ 4,076 ล้านบาท ภาพโดยรวมปัจจัยทางด้านเงินทุนไหลเข้าจากนักลงทุนต่างชาติยังเป็นปัจจัยที่ค้ำการอ่อนตัวลงของตลาด
กลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้ซื้อ-ขายในกรอบการแกว่งตัวแคบของตลาด ในลักษณะลงซื้อ-ขึ้นขาย โดยมีแนวรับที่บริเวณ 1,230-1,225 จุด และมีจุด Stop ที่บริเวณ 1,215 จุด ส่วนแนวต้านอยู่ที่บริเวณ 1,240 และ 1,250 จุด ซึ่งในปลายสัปดาห์หากมีความคืบหน้าเรื่องการแก้ปัญหาหนี้ยุโรปจากประธานรัฐมนตรีคลังจะเป็นปัจจัยบวกต่อตลาด แต่เราแนะนำให้เป็นจุดขายสั้นหากมาตรการดังกล่าวไม่มีประเด็นที่เหนือความคาดหมายของตลาด เนื่องจากคาดว่าตลาดเก็งกำไรเรื่องมาตรการแก้ปัญหานี้ระดับหนึ่งแล้ว







